ออกกำลังกายอยู่ดี ๆ หัวใจเต้นผิดจังหวะอันตรายหรือเปล่า

Image

แชร์


ออกกำลังกายอยู่ดี ๆ หัวใจเต้นผิดจังหวะอันตรายหรือเปล่า

หัวใจเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่คล้ายเครื่องยนต์หลักของร่างกาย คอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก เมื่อเราออกกำลังกายหัวใจจะทำงานหนักขึ้นเพื่อรองรับความต้องการพลังงานของร่างกายที่เพิ่มขึ้น การที่หัวใจเต้นเร็วขึ้นระหว่างออกกำลังกายจึงถือเป็นเรื่องปกติ แต่ในบางครั้ง ผู้ที่ออกกำลังกายอาจรู้สึกได้ถึง อาการใจสั่น หัวใจเต้นแรงกว่าปกติ เต้นเร็ว หรือเต้นไม่เป็นจังหวะ ซึ่งอาจทำให้เกิดความกังวลว่า “นี่คือสัญญาณของโรคหัวใจหรือไม่?” บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดขึ้นระหว่างออกกำลังกายว่าเกิดจากอะไรอันตรายหรือไม่ และควรปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะปลอดภัย

 

หัวใจเต้นผิดจังหวะคืออะไร

หัวใจของมนุษย์ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าภายในที่ควบคุมจังหวะการเต้นของกล้ามเนื้อหัวใจให้สม่ำเสมอ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ คือ ภาวะที่ระบบไฟฟ้านี้ทำงานผิดปกติส่งผลให้หัวใจ เต้นเร็วเกินไป เต้นช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราวหรือเกิดอย่างต่อเนื่องขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของภาวะที่เป็นอยู่

 

ทำไมถึงเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะออกกำลังกาย

ในภาวะปกติเมื่อร่างกายออกแรงหนักหัวใจจะปรับจังหวะการเต้นให้เร็วขึ้นตามธรรมชาติ แต่ในบางกรณีหัวใจอาจตอบสนองเกินกว่าปกติ หรือระบบไฟฟ้าภายในหัวใจทำงานผิดพลาดจนส่งผลให้เกิดภาวะเต้นผิดจังหวะ โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • การออกกำลังกายหนักเกินไป โดยร่างกายยังไม่พร้อม
  • ร่างกายขาดน้ำหรือเกลือแร่ เช่น โซเดียมหรือโพแทสเซียม
  • นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ความเครียดหรือภาวะวิตกกังวล
  • การบริโภคคาเฟอีนหรือเครื่องดื่มชูกำลังในปริมาณมาก
  • มีโรคหัวใจแฝง เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด หรือภาวะลิ้นหัวใจรั่ว

 

ต้องเป็นกังวลไหมเมื่อหัวใจเต้นแปลกไป

หากอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว โดยไม่มีอาการอื่นร่วม เช่น เหนื่อยง่าย วิงเวียน หรือแน่นหน้าอก มักไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่หากมีอาการต่อไปนี้คุณควรเข้ามาปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจที่ต้องได้รับการวินิจฉัยเพิ่มเติม

  • ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็วอย่างชัดเจน แม้จะออกกำลังกายเบา ๆ
  • รู้สึกเหนื่อยผิดปกติ ไม่สัมพันธ์กับระดับการออกกำลังกาย
  • วิงเวียน หน้ามืด เป็นลม
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • หมดสติชั่วขณะ

 

พบแพทย์ควรตรวจอะไรบ้าง

การตรวจหัวใจในผู้ที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะออกกำลังกายสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram – EKG) เพื่อตรวจจับความผิดปกติของคลื่นหัวใจ
  • การตรวจหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test – EST) เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจขณะออกแรง
  • การติดเครื่องวัดคลื่นหัวใจ 24-48 ชั่วโมง (Holter Monitor) สำหรับผู้ที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นๆ หายๆ
  • การตรวจเลือด เพื่อดูระดับเกลือแร่ หรือสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อหัวใจ

 

เราจะป้องกันอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะออกกำลังกายได้อย่างไร

แม้ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางประเภทจะป้องกันไม่ได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพ

  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกาย และค่อย ๆ เพิ่มความหนักอย่างมีขั้นตอน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายนานหรือในที่อากาศร้อน
  • หลีกเลี่ยงคาเฟอีน ก่อนออกกำลังกาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด
  • ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะหากมีประวัติโรคหัวใจในครอบครัว หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

 

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะระหว่างออกกำลังกาย อาจไม่ใช่เพียงความเหนื่อยล้า หรืออาการชั่วคราวจากการออกแรงหนักเกินไป แต่อาจเป็นสัญญาณบอกเหตุของโรคหัวใจที่ซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว การสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ และไม่ลังเลที่จะเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณดูแลหัวใจได้ทันท่วงที เพราะการออกกำลังกายควรเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ใช่ความเสี่ยงที่แอบแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว หากคุณเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจในสุขภาพของตัวเอง โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ พร้อมดูแลคุณด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจและเครื่องมือวินิจฉัยที่ได้มาตรฐาน ให้คุณออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง เริ่มต้นจากการตรวจให้แน่ใจก่อนเดินหน้าดูแลสุขภาพอย่างเต็มที่

แชร์


Loading...