อาการปวดข้อไหล่พบได้บ่อยในกลุ่มคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้งานไหล่หนักเป็นพิเศษ เช่น นักกีฬา ผู้ที่ยกของหนักเป็นประจำ หรือต้องใช้ไหล่ซ้ำ ๆ เป็นเวลานานในการทำงาน โดยอาการปวดไหล่เรื้อรังหรือรู้สึกเคลื่อนไหวไหล่ได้ลำบาก อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติภายในข้อไหล่ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา
ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การพัก การรับประทานยา ฉีดยา หรือทำกายภาพบำบัดแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้นใน 3-6 เดือน แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดข้อไหล่ ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ (Arthroscopic Shoulder Surgery) ที่ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อจากการผ่าตัดแบบเปิดแผล ทั้งยังช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่า
อาการแบบไหนที่บ่งชี้ว่าอาจต้องพิจารณา “ผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่” ?
เมื่อการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่ได้ผล การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้
- ปวดไหล่เรื้อรัง จนรบกวนชีวิตประจำวัน ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือความเสียหายของเส้นเอ็นรอบข้อไหล่ (Rotator Cuff) หากมีเส้นเอ็นฉีกขาดมักมีอาการปวดร่วมกับแขนอ่อนแรง โดยเฉพาะเวลายกหรือหมุนแขน
- ยกแขนไม่ขึ้นหรือเคลื่อนไหวไหล่ได้จำกัด เช่น ใส่เสื้อหรือเอื้อมหยิบของลำบาก อาจเกิดจากภาวะไหล่ติด (Frozen Shoulder) ซึ่งมีสาเหตุจากเยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบและหนาตัว
- ข้อไหล่หลุดซ้ำหรือรู้สึกไม่มั่นคง บ่งชี้ถึงความเสียหายของเส้นเอ็นหรือเยื่อหุ้มข้อ (Joint Capsule) ซึ่งทำหน้าที่ยึดข้อไหล่ให้อยู่ในเบ้าข้อ และหากไม่ได้รับการรักษาข้อไหล่อาจหลุดซ้ำได้ง่าย
- มีเสียงดังกรอบแกรบหรือรู้สึกสะดุดขณะเคลื่อนไหว อาจเกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอ มีเศษกระดูกหรือกระดูกอ่อนลอยอยู่ในข้อ ทำให้เกิดการเสียดสี
- เคยได้รับบาดเจ็บที่ข้อไหล่ และอาการไม่ดีขึ้น หลังการพักหรือทำกายภาพบำบัด เช่น ในกรณีที่มีกระดูกแตก กระดูกอ่อนสึก หรือเส้นเอ็นฉีกขาดที่ไม่สามารถสมานได้เอง อาจจำเป็นต้องผ่าตัด เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างภายในข้อ
ทั้งนี้ แพทย์จะทำการวินิจฉัยอย่างละเอียด ด้วยการตรวจร่างกายและการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น เอกซเรย์ (X-ray) อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ เข้าใจขั้นตอน ลดความกังวล การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่เป็นวิธีการรักษาที่ใช้กล้องขนาดเล็กและเครื่องมือผ่าตัดเฉพาะทาง สอดผ่านแผลเล็ก ๆ บริเวณข้อไหล่ เพื่อซ่อมแซมหรือแก้ไขความผิดปกติภายในข้อต่อ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแผลขนาดใหญ่เหมือนการผ่าตัดแบบดั้งเดิม
ขั้นตอนการผ่าตัดมีดังนี้
- แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการดมยาสลบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บปวดระหว่างการผ่าตัด
- แพทย์จะเจาะรูขนาดเล็กประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร จำนวน 2-4 ตำแหน่งรอบ ๆ ข้อไหล่ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโรคและเครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัด
- สอดกล้องขนาดเล็กพร้อมกับเครื่องมือพิเศษเข้าสู่บริเวณข้อไหล่ เพื่อซ่อมแซมความเสียหายต่าง ๆ เช่น เย็บซ่อมเส้นเอ็นที่ฉีกขาด แก้ไขภาวะข้อไหล่หลุด หรือนำเศษกระดูกและกระดูกอ่อนที่ผิดปกติออก โดยกล้องจะส่งภาพไปยังจอมอนิเตอร์ ทำให้แพทย์เห็นรายละเอียดโครงสร้างของข้อไหล่อย่างชัดเจน จึงใช้เครื่องมือผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ
- หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น แพทย์จะเย็บปิดแผลและพันผ้าปิดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง กรณีมีการซ่อมแซมหลายจุด หรือผู้ป่วยมีภาวะข้อไหล่หลุดซ้ำอาจใช้เวลาผ่าตัดนานขึ้น
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกันหลังผ่าตัด หรือพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 คืน
ข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่
การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่มีข้อดีหลายประการเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด เช่น
- แผลมีขนาดเล็กมาก เพียง 0.5-1 เซนติเมตร ช่วยลดรอยแผลเป็น และลดความเจ็บปวดหลังการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน
- ลดการเสียเลือด ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่รบกวนเนื้อเยื่อน้อย ทั้งยังมีความแม่นยำสูง จากเทคโนโลยีที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดภายในข้อต่อได้อย่างชัดเจน ทำให้การผ่าตัดมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น
- ฟื้นตัวเร็ว ผู้ป่วยสามารถลุกเดินและทำกิจกรรมเบา ๆ ได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดแผล ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไวขึ้น เป็นการลดการนอนโรงพยาบาลและค่าใช้จ่าย
- เหมาะกับผู้ป่วยหลายกลุ่ม ทั้งนักกีฬา คนวัยทำงาน และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติในข้อไหล่ เช่น การฉีกขาดของเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่ (Rotator Cuff Tear) ที่คุณภาพของเนื้อเยื่อยังเพียงพอสำหรับการเย็บซ่อม
ข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่
แม้การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่จะเป็นเทคนิคที่ช่วยลดการบาดเจ็บและเร่งการฟื้นตัวได้ดี แต่ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ไม่เหมาะสมกับการรักษาด้วยวิธีนี้ เช่น
- ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรงหรือเรื้อรัง มีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อหลายมัดหรือหลายจุดร่วมกัน และมีการฝ่อลีบของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง
- ผู้ที่มีภาวะข้อไหล่เสื่อมขั้นรุนแรง หรือข้อที่เสียหายมาก เช่น กระดูกผิวข้อถูกทำลาย หรือโครงสร้างของข้อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
- มีความเสียหายภายในข้อไหล่ที่ซับซ้อน หรือมีขนาดใหญ่เกินกว่าขอบเขตที่เครื่องมือส่องกล้องจะสามารถซ่อมแซมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ป่วยที่มีลักษณะเหล่านี้ อาจจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดแบบเปิด หรือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียมแทน
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด
แม้การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว แต่ก็ยังมีความเสี่ยงบางประการที่ควรเฝ้าระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้
- อาจเกิดการอักเสบและบวม จากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบ ๆ แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือสามารถใช้ยาแก้ปวดและการประคบเย็น เพื่อช่วยลดอาการได้
- การติดเชื้อที่แผลผ่าตัดหรือภายในข้อ ในกรณีที่แผลไม่สะอาดหรือผู้ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ หากมีอาการบวม แดง ร้อน และมีหนองที่แผล หรือปวดข้อไหล่รุนแรงขึ้น ควรรีบพบแพทย์
- เส้นประสาทถูกกดทับ หรือได้รับบาดเจ็บ ทำให้เกิดอาการชา อ่อนแรง หรือเจ็บปวดผิดปกติที่แขนและมือ ซึ่งส่วนใหญ่จะดีขึ้นเองได้ แต่บางกรณีอาจต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม
- เลือดออกในบริเวณผ่าตัด จากการที่หลอดเลือดขนาดเล็กถูกทำลาย ทำให้เกิดอาการบวมและปวดมากขึ้น กรณีเลือดออกมากอาจต้องเจาะระบายเลือดหรือผ่าตัดซ้ำ
- ข้อไหล่ติดยึด ที่เกิดจากพังผืด ทำให้ข้อไหล่เคลื่อนไหวได้น้อยลงและรู้สึกเจ็บ การทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องจะลดโอกาสการเกิดภาวะนี้ได้
- ปัญหาด้านการหายใจ หัวใจ หรือการแพ้ยาในบางรายจากการใช้ยาสลบ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันหลังผ่าตัด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว
การดูแลตนเองหลังผ่าตัด เพื่อการฟื้นตัวที่รวดเร็ว
หลังการผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้การฟื้นตัวมีประสิทธิภาพ โดยมีแนวทางดังนี้
- ประคองไหล่ ด้วยการใช้ผ้าคล้องแขนช่วยพยุงข้อไหล่ในช่วง 1-3 สัปดาห์แรก เพื่อให้เส้นเอ็น เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อฟื้นฟูและสมานตัว ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนจากการเคลื่อนไหวที่มากเกินไป
- รับประทานยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ
- ดูแลแผลให้แห้งและสะอาด จนกว่าแผลจะปิดสนิท เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ทำกายภาพบำบัด เพื่อป้องกันภาวะข้อไหล่ติดยึดและช่วยให้กลับมาใช้งานได้เต็มที่เร็วขึ้น โดยแพทย์หรือนักกายภาพจะออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับแต่ละราย เพื่อการฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การขยับข้อไหล่ด้วยการเคลื่อนไหวแบบพยุงเพื่อลดแรงกด การเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่นด้วยการเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ เช่น ยกแขน หมุนแขน และเหยียดแขน
- พบแพทย์ตามนัดหมาย เพื่อประเมินการสมานแผล การฟื้นฟูข้อไหล่ และปรับแผนการรักษาหรือกายภาพบำบัดให้เหมาะสม
หากคุณกำลังมีอาการปวดข้อไหล่เรื้อรัง เคลื่อนไหวไหลแล้วเจ็บ หรือรู้สึกถึงการมีข้อไหล่ยึดติด การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยให้กลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นปกติ ที่โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน เรามีทีมแพทย์เฉพาะทาง ด้านศัลยกรรมข้อไหล่ และเทคโนโลยีการผ่าตัด ที่พร้อมให้บริการตั้งแต่การตรวจประเมินอาการอย่างละเอียด การผ่าตัดที่แม่นยำ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังผ่าตัด เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระอีกครั้ง
นพ. วรวิทย์ อึ๊งบำรุงพันธุ์
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางเวชศาสตร์การกีฬา
โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
