รู้ครบทุกขั้นตอนการสร้างฟันใหม่ ด้วยการทำรากฟันเทียมให้แข็งแรงสวยงาม

Image

แชร์


รู้ครบทุกขั้นตอนการสร้างฟันใหม่ ด้วยการทำรากฟันเทียมให้แข็งแรงสวยงาม

การทำรากฟันเทียม (Dental Implant)

นอกจากเป็นการสร้างฟันใหม่เพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่เสียไปเพื่อการบดเคี้ยวอาหาร ยังให้ประโยชน์ในด้านรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกับฟันจริง อย่างไรก็ตาม การทำรากฟันเทียมจำเป็นต้องผ่านกระบวนการเตรียมความพร้อม ตั้งแต่การตรวจสุขภาพช่องปาก การเตรียมเหงือก และกระดูกขากรรไกรก่อนทำการฝังรากฟันเทียม ไปจนถึงการติดตั้งครอบฟัน ซึ่งช่วยเสริมทั้งความแข็งแรงและความสวยงามของฟัน ในวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ ขั้นตอนของการทำรากฟันเทียมอย่างละเอียด ตั้งแต่เริ่มต้นจนได้ฟันใหม่ที่แข็งแรง ใช้งานได้จริง และดูสวยงาม

 

การเตรียมพื้นที่เหงือก และกระดูกขากรรไกรก่อนทำรากฟันเทียม

การตรวจเช็กเพื่อเตรียมพื้นที่เหงือกและกระดูกก่อนทำรากฟันเทียม เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการทำรากฟันเทียม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ตรวจสุขภาพช่องปาก

ทันตแพทย์จะเริ่มต้นด้วยการถ่ายภาพ X-Ray หรือ CT Scan เพื่อตรวจเช็กโครงสร้างภายในช่องปาก โดยเฉพาะความหนาของกระดูกขากรรไกรและเนื้อเยื่อบนสันเหงือก ซึ่งช่วยให้การวางแผนการรักษามีความแม่นยำ และเหมาะกับแต่ละบุคคล นอกจากนี้ยังต้องมีการประเมินสภาพเหงือก เพื่อให้แน่ใจว่าเหงือกมีสุขภาพดีและแข็งแรงเพียงพอสำหรับการฝังรากฟันเทียม หากพบว่าเหงือกไม่แข็งแรง อาจจำเป็นต้องรักษาให้หายก่อน

  • ประเมินสภาพกระดูกขากรรไกร

หากกระดูกขากรรไกรไม่เพียงพอต่อการรองรับรากฟันเทียม อาจจำเป็นต้องทำการปลูกถ่ายกระดูกเพื่อเพิ่มความหนา หรือความสูงของกระดูกขากรรไกร โดยใช้กระดูกของผู้เข้ารับการรักษาเอง หรือกระดูกสังเคราะห์ ซึ่งต้องรอประมาณ 4-6 เดือนเพื่อให้กระดูกฟื้นตัวและพร้อมสำหรับการฝังรากฟันเทียม นอกจากนี้ ยังต้องทำการตรวจสอบตำแหน่งของโพรงอากาศ หากโพรงอากาศอยู่ใกล้กับขากรรไกรมากเกินไป อาจต้องผ่าตัดยกโพรงอากาศขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับการฝังรากฟันเทียม

  • เตรียมสุขภาพช่องปาก

หากมีปัญหาการติดเชื้อหรือฟันผุ จะต้องได้รับการรักษาให้หายก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อ นอกจากนี้ยังต้องทำความสะอาดช่องปากให้สะอาด และปราศจากเชื้อโรค ในบางกรณีทันตแพทย์อาจแนะนำให้ขูดหินปูน หรือทำ deep cleaning (scaling & root planing) ก่อนทำรากฟัน ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี และลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในระหว่างการรักษา

 

เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้ในการออกแบบรากฟันเทียม

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการออกแบบและฝังรากฟันเทียม ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางตำแหน่งรากฟันเทียม ลดระยะเวลาการรักษาตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การวางแผน การผลิตชิ้นงาน และติดตั้ง รวมถึงช่วยลดความเจ็บปวดและระยะพักฟื้น โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการเหล่านี้ประกอบด้วย

  • การสแกนช่องปาก 3 มิติ (3D Scanning) ด้วยเครื่อง Intraoral Scanner เพื่อสร้างแบบจำลองของฟัน เหงือก และกระดูกขากรรไกร ช่วยให้การวางตำแหน่งการฝังรากฟันเทียมมีความแม่นยำมากขึ้น สามารถหลีกเลี่ยงบริเวณเสี่ยง เช่น เส้นประสาท โพรงไซนัส ที่อาจเกิดอันตรายหากวางรากเทียมผิดตำแหน่ง
  • การวางแผนด้วยระบบดิจิทัล (Digital Implant Planning) ด้วยซอฟต์แวร์ทันตกรรมเฉพาะทางร่วมกับภาพถ่ายรังสี 3 มิติ (CT Scan หรือ CBCT) ช่วยกำหนดตำแหน่ง มุม ความลึก และขนาดของรากฟันเทียมได้อย่างละเอียด
  • การผลิตรากฟันเทียมด้วยระบบ CAD/CAM (Computer-Aided Design / Computer-Aided Manufacturing) ที่ทำได้รวดเร็ว แม่นยำ ตรงตามแบบที่ต้องการ ช่วยให้ได้ชิ้นงานที่พอดีกับช่องปาก ลดความจำเป็นในการปรับแต่งเพิ่มเติมระหว่างการรักษา
  • การใช้ Digital Surgical Guide นำทางในการฝังรากฟันเทียมด้วยการพิมพ์จากแบบจำลองดิจิทัล 3 มิติ (3D Printing) ทำให้กำหนดจุดเจาะได้อย่างแม่นยำระหว่างการผ่าตัด ช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มความปลอดภัย และลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ

 

ขั้นตอนการฝังรากฟันเทียม (Dental Implant Surgery)

หลังจากเตรียมความพร้อมของสุขภาพช่องปากเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการฝังรากฟันเทียมจึงเริ่มขึ้น ดังนี้

  • ทันตแพทย์ จะฉีดยาชาบริเวณที่ทำการฝังรากฟันเทียม เพื่อระงับความเจ็บปวด และลดความไม่สบายตัวระหว่างทำหัตถการ
  • เมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้ว ทันตแพทย์จะกรีดเปิดเหงือก เพื่อให้สามารถเข้าถึงกระดูกขากรรไกรบริเวณที่ต้องการฝังรากฟันเทียม
  • ทำการเจาะรูในกระดูกขากรรไกรในตำแหน่งที่วางแผนไว้โดยใช้เครื่องมือพิเศษ เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับรากฟันเทียม
  • ทำการฝังรากฟันเทียมที่ทำจากไทเทเนียมลงในกระดูกขากรรไกร และตรวจสอบจนแน่ใจว่ารากฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและมั่นคง
  • เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว ทันตแพทย์จะทำการเย็บปิดแผลบริเวณเหงือก เพื่อให้แผลสมานตัว และเริ่มกระบวนการเชื่อมติดของรากฟันกับกระดูก (osseointegration) ต่อไป

โดยทั่วไปแล้วกระบวนการทั้งหมดนี้จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนรากฟันที่ฝังและความซับซ้อนของสุขภาพในช่องปาก

 

การติดตั้งครอบฟัน (Crown) เพื่อความแข็งแรงและสวยงาม

การติดตั้งครอบฟันเป็นขั้นตอนของการทำรากฟันเทียมให้สมบูรณ์ เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพในระยะยาว โดยครอบฟันจะช่วยป้องกันการสึกหรอของวัสดุ เพิ่มความแข็งแรงในการใช้งาน และลดความเสี่ยงในการแตกหรือเสียหายเพิ่มเติม อีกทั้ง ยังช่วยปรับรูปร่างและสีฟันให้เหมือนฟันธรรมชาติ ทำให้ฟันดูสวยงาม เข้ากับฟันอื่น ๆ ได้อย่างกลมกลืน และดีต่อการบดเคี้ยวอาหาร โดยการติดตั้งครอบฟันมีขั้นตอน ดังนี้

  • ใส่แกนรองรับครอบฟัน (Abutment) : เมื่อกระดูกสมานตัวดีแล้ว ทันตแพทย์จะใส่แกนเพื่อรองรับการครอบฟัน โดยแกนนี้จะยึดติดกับรากฟันเทียม และมีส่วนที่โผล่ขึ้นมาเหนือเหงือกสำหรับยึดครอบฟัน
  • พิมพ์ปาก : เพื่อสร้างครอบฟันถาวรให้มีขนาดและรูปร่างพอดีกับฟัน โดยแล็บจะใช้เวลา 5-7 วันในการสร้าง
  • ติดตั้งครอบฟันชั่วคราว : ระหว่างที่รอการผลิตครอบฟันถาวรจากแล็บ ทันตแพทย์จะใส่ครอบฟันชั่วคราวเพื่อความสวยงาม และปกป้องฟันที่กรอเตรียมไว้
  • ติดตั้งครอบฟันถาวร : เมื่อผลิตครอบฟันถาวรเสร็จแล้ว ซึ่งอาจทำจากเซรามิก หรือโลหะ ทันตแพทย์จะนำครอบฟันถาวรมาใส่ให้ โดยใช้ซีเมนต์พิเศษเพื่อยึดครอบฟันเข้ากับแกนที่เตียมไว้อย่างมั่นคง โดยตรวจสอบความพอดีและปรับแต่งให้เหมาะสม ทั้งนี้ ครอบฟันบางชนิดอาจทำการยึดกับแกนด้วยสกรู (Screw-retained crown)

 

การฟื้นตัวหลังการทำรากฟันเทียมต้องใช้เวลา

ระยะเวลาฟื้นตัวหลังการทำรากฟันเทียมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพร่างกาย การดูแลหลังติดตั้งครอบฟัน และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วย ทั้งนี้ ควรระมัดระวังไม่ให้แผลได้รับความกระทบกระเทือน ต้องดูแลแผลให้สะอาด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดความเสี่ยงแผลติดเชื้อ และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจติดตามผลการสมานตัวของกระดูกและรากฟันเทียมอย่างสม่ำเสมอตามนัดหมาย ซึ่งโดยทั่วไป

  • หลังการผ่าตัด 1-2 วันแรก อาจมีอาการปวดบวม จึงควรกินยาตามคำแนะนำของแพทย์ ใช้การประคบเย็น และพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็งหรือเหนียว
  • ในช่วง 7-14 วันหลังผ่าตัด ยังควรหลีกเลี่ยงการใช้แรงเคี้ยว อาหารร้อนจัด หรือเผ็ดจัด หากมีการเย็บแผลทันตแพทย์จะนัดวันตัดไหม ผู้ป่วยควรสังเกตแผลอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้น บวมแดง หรือมีหนอง ควรรีบพบแพทย์ทันที
  • ในช่วง 2-6 เดือน รากฟันเทียมจะค่อย ๆ สมานตัวกับกระดูกขากรรไกร จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้แรงกัดเคี้ยวที่มากเกินไปเหมือนในช่วงแรก เพื่อให้รากฟันเทียมยึดติดได้ดี และรักษาความสะอาดรอบรากฟันเทียมอย่างสม่ำเสมอ

 

หากคุณสูญเสียฟัน และต้องการมีฟันใหม่ที่แข็งแรงด้วยการทำรากฟันเทียม ที่ศูนย์ทันตกรรม ดิจิตอลและรากเทียม รพ.พญาไท พหลโยธิน พร้อมให้บริการทำรากฟันเทียมด้วยทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า การทำรากฟันเทียมจะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง

 

 

ทพ. ธนพล หนูมาน้อย
ทันตแพทย์เฉพาะทางทันตกรรมประดิษฐ์
ศูนย์ทันตกรรมดิจิตอลและรากเทียม
โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน

Loading...

แชร์


Loading...