เมื่อกล่าวถึงโรคมะเร็ง หลายคนมักนึกถึงมะเร็งเต้านม มะเร็งตับ หรือมะเร็งปอดเป็นลำดับต้น ๆ แต่อีกหนึ่งกลุ่มของโรคมะเร็งที่พบได้ไม่น้อยแต่มักถูกมองข้าม เพราะมะเร็งศีรษะและลำคอในบางตำแหน่งในระยะแรกมักไม่มีอาการที่เด่นชัด เช่น มะเร็งโพรงจมูกหรือโคนลิ้น ทำให้ผู้ป่วยบางรายได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว อย่างไรก็ตาม มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งกล่องเสียงหรือช่องปาก อาจมีอาการเตือนตั้งแต่ระยะแรก โดยเฉพาะอาการเสียงแหบเรื้อรัง หรือแผลในช่องปากที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ การรู้เท่าทันสัญญาณเตือน รีบพบแพทย์เมื่อมีอาการที่น่าสงสัย จะช่วยให้ตรวจพบได้เร็วและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายดีได้
มะเร็งศีรษะและลำคอคืออะไร เกิดตรงไหนได้บ้าง?
มะเร็งศีรษะและลำคอ (Head and Neck Cancer) คือกลุ่มของมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณศีรษะและลำคอ ส่วนใหญ่เกิดจากเซลล์เยื่อบุผิว (Squamous Cell Carcinoma) ซึ่งมีโอกาสลุกลามได้รวดเร็ว และมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ การรู้ตำแหน่งที่มักเกิดมะเร็งศีรษะและลำคอจะช่วยให้เราตระหนักถึงอาการหรือสัญญาณเตือนแม้เพียงเล็กน้อยได้ โดยตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่
- ช่องปาก เช่น เหงือก กระพุ้งแก้ม เพดาน ลิ้น และพื้นปาก พบมากที่สุดในกลุ่มมะเร็งศีรษะและลำคอ โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เคี้ยวหมาก
- ลิ้น ทั้งส่วนหน้าที่เห็นได้ชัดและส่วนโคนลิ้นที่อยู่ลึกในลำคอ พบมากรองลงมา โดยส่วนโคนลิ้นมักสัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV
- คอหอย ได้แก่ โพรงหลังจมูก บริเวณลิ้นไก่กับต่อมทอนซิล และส่วนท้ายของลำคอ
- กล่องเสียง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมเสียงพูด พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
- โพรงจมูกและไซนัส พบได้น้อยกว่าตำแหน่งอื่น ๆ
- ต่อมน้ำลาย บริเวณข้างกราม ใต้ลิ้น หรือใต้ขากรรไกร พบได้น้อย
- ต่อมไทรอยด์ บริเวณกึ่งกลางลำคอใต้ลูกกระเดือก แม้มะเร็งต่อมไทรอยด์จะจัดเป็นกลุ่มมะเร็งศีรษะและลำคอ แต่แตกต่างจากมะเร็งศีรษะและลำคอส่วนใหญ่ซึ่งมักเป็นชนิดมะเร็งเยื่อบุผิว
สัญญาณเตือนมะเร็งศีรษะและลำคอที่ไม่ควรละเลย
มะเร็งศีรษะและลำคอในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการรุนแรงอย่างชัดเจน แต่ร่างกายอาจส่งสัญญาณบางอย่างที่สามารถสังเกตได้ โดยอาการสำคัญที่ควรระวัง มีดังนี้:
เจ็บคอเรื้อรังนานเกิน 2-3 สัปดาห์ โดยไม่มีสาเหตุ เช่น เป็นหวัดหรือมีการติดเชื้อ โดยเฉพาะหากเจ็บคอข้างเดียว หรือมีอาการร่วมอื่นที่บ่งบอกถึงความผิดปกติบริเวณกล่องเสียงหรือคอหอย
กลืนลำบากหรือเจ็บขณะกลืน ซึ่งอาจเกิดจากก้อนเนื้อหรือรอยโรคที่ลุกลามในคอหอย กล่องเสียง หรือบริเวณฐานของลิ้น
เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยนโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ และไม่ได้เกิดจากการใช้เสียงมาก การเป็นหวัด หรือการอักเสบของหลอดลม อาการเช่นนี้อาจสัมพันธ์กับมะเร็งกล่องเสียงในบริเวณเส้นเสียง
มีก้อนที่คอหรือต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งเป็นก้อนที่ไม่เจ็บ ขยับไม่ได้ และมีขนาดโตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นผลจากการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งจากตำแหน่งอื่นในศีรษะและลำคอ
มีเลือดปนในน้ำลายหรือเสมหะ หรือเลือดออกในช่องปากและจมูก อาจบ่งชี้ถึงรอยโรคหรือก้อนผิดปกติในทางเดินหายใจส่วนต้น
แผลในช่องปากหรือแผลที่ลิ้นเรื้อรัง ที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ และไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป หรือมีลักษณะแข็ง ขรุขระ หรือมีเลือดซึม
มีกลิ่นปากเรื้อรังที่ไม่สัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพในช่องปาก หากเกิดร่วมกับแผลเรื้อรัง ก้อนเนื้อ หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งในช่องปากหรือคอหอย
อาการชาหรือเจ็บที่ใบหน้า ซึ่งอาจเกิดจากการกดเบียดเส้นประสาทที่สัมพันธ์กับมะเร็งที่ลุกลามในโพรงจมูก ไซนัส หรือบริเวณต่อมน้ำลาย
หากพบอาการเหล่านี้อย่างต่อเนื่องหรือมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยมะเร็งศีรษะและลำคอ
การวินิจฉัยมะเร็งศีรษะและลำคอเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก หรือศัลยแพทย์ศีรษะและลำคอ ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาได้ตรงจุด โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้
- ตรวจร่างกายและซักประวัติ แพทย์จะตรวจดูความผิดปกติที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น แผลเรื้อรังในช่องปาก ก้อนในลำคอ หรืออาการบวมของต่อมน้ำเหลือง รวมถึงการสอบถามประวัติอาการและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อประเมินความจำเป็นในการตรวจเพิ่มเติม
- การส่องกล้อง (Endoscopy) ในกรณีที่รอยโรคอยู่ในตำแหน่งลึก เช่น โพรงหลังจมูก คอหอย หรือกล่องเสียง แพทย์จะใช้กล้องชนิดพิเศษส่องผ่านทางจมูกหรือปาก เพื่อดูความผิดปกติภายในแบบใกล้ชิด สามารถประเมินลักษณะของเนื้อเยื่อ สี การเคลื่อนไหว และความผิดปกติอื่น ๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นจากภายนอกได้
- การถ่ายภาพวินิจฉัย เพื่อตรวจสอบขอบเขตของรอยโรค การลุกลามไปยังโครงสร้างข้างเคียง หรือการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น เช่น
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ใช้ประเมินขนาดและขอบเขตของก้อนมะเร็ง การลุกลามไปยังโครงสร้างข้างเคียง รวมถึงการประเมินภาวะต่อมน้ำเหลืองที่คอโตที่น่าสงสัย โดยให้รายละเอียดของโครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อโดยรอบได้ดี
- เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ใช้ประเมินรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อนได้อย่างชัดเจน เช่น กล้ามเนื้อ เส้นประสาท ไขกระดูก ลิ้น ฐานลิ้น กล่องเสียง หรือการประเมินการลุกลามเข้าสู่สมอง
- การตรวจเอกซเรย์พีอีที (PET Scan) ช่วยตรวจหาการเผาผลาญที่ผิดปกติของเซลล์มะเร็ง และใช้ประเมินการแพร่กระจายของโรคในภาพรวม
- การเจาะชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อยืนยันชนิดของเซลล์และความผิดปกติ โดยการเก็บชิ้นเนื้อจากบริเวณที่สงสัยส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งอาจทำได้โดยตรงหากรอยโรคอยู่ในช่องปาก หรือทำผ่านการส่องกล้องสำหรับตำแหน่งที่ลึกขึ้น ในกรณีที่มีก้อนที่คอที่สงสัยว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองโตผิดปกติ หรือเป็นก้อนที่ต่อมไทรอยด์หรือต่อมน้ำลาย อาจใช้การเจาะดูดเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็ก (Fine Needle Aspiration: FNA) เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง
- การตรวจหาเชื้อไวรัส แม้จะไม่ใช่การตรวจหาเนื้อร้ายโดยตรง แต่เชื้อไวรัสบางชนิดมีความสัมพันธ์กับมะเร็งบางชนิดในศีรษะและลำคอ ซึ่งการตรวจไวรัสจะช่วยในการกำหนดแผนการรักษา และประเมินแนวโน้มของโรคในระยะยาวได้แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น
- HPV มักเกี่ยวข้องกับมะเร็งฐานลิ้นและต่อมทอนซิล
- EBV เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งโพรงหลังจมูก
มะเร็งศีรษะและลำคอในแต่ละระยะกับโอกาสในการรักษาหาย
การประเมินระยะของมะเร็งศีรษะและลำคอ (Staging) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการรักษาและการพยากรณ์โรค ซึ่งสามารถจัดกลุ่มระยะของโรคได้ตั้งแต่ ระยะที่ 0 ถึง ระยะที่ 4 ดังนี้
ระยะที่ 0 เซลล์ผิดปกติยังอยู่เฉพาะในชั้นเยื่อบุผิว เช่น ช่องปาก คอหอย หรือกล่องเสียง ยังไม่ลุกลามลงสู่เนื้อเยื่อลึก โอกาสรักษาหายสูงมาก
ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก ไม่เกิน 2 เซนติเมตร ยังไม่แพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น มีโอกาสรักษาให้หายดีได้
ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งมีขนาดประมาณ 2-4 เซนติเมตร ยังอยู่เฉพาะในตำแหน่งเดิม และยังไม่ลุกลามต่อมน้ำเหลือง โอกาสรักษาหายยังค่อนข้างดี แต่เริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น
ระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งขนาดใหญ่กว่า 4 เซนติเมตร หรือเริ่มลุกลามเข้าโครงสร้างข้างเคียง เช่น กล้ามเนื้อ เนื้อลิ้น กล่องเสียง หรือเริ่มแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองด้านเดียวในลำคอ ที่มีขนาดไม่เกิน 6 เซนติเมตร โอกาสรักษาหายลดลง เนื่องจากมะเร็งเริ่มลุกลามมากขึ้น
ระยะที่ 4 มะเร็งลุกลามมากขึ้น อาจกระจายไปต่อมน้ำเหลืองหลายตำแหน่ง หรือแพร่กระจายไกลไปยังปอด ตับ หรือกระดูก โอกาสรักษาหายต่ำ แต่การรักษาแบบผสมผสานยังช่วยควบคุมโรค และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
แนวทางการรักษามะเร็งศีรษะและลำคอ
การรักษามะเร็งศีรษะและลำคอขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ตำแหน่งของโรค ระยะของมะเร็ง สภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วย และการตอบสนองต่อการรักษา แพทย์จะพิจารณาเลือกใช้วิธีการรักษาแบบเดี่ยวหรือการผสมผสานหลายวิธีร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางการรักษาที่ดีที่สุด โดยแนวทางการรักษาหลักประกอบด้วย
- การผ่าตัด (Surgery) เหมาะสำหรับมะเร็งในระยะเริ่มต้น หรือกรณีที่สามารถตัดก้อนเนื้อร้ายออกได้ทั้งหมด รวมถึงการตัดต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอหากจำเป็น
- การฉายรังสี (Radiation Therapy) เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง โดยมักใช้ควบคู่กับการผ่าตัดหรือเคมีบำบัด หรือเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลือหลังผ่าตัด
- การให้เคมีบำบัด (Chemotherapy) มักใช้ในกรณีที่มะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น รวมถึงใช้ควบคู่กับการฉายรังสีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา โดยยาเคมีบำบัดจะมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งทั่วร่างกายจึงอาจส่งผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือภาวะเม็ดเลือดต่ำ
- การรักษาแบบมุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด (Targeted Therapy & Immunotherapy) ในผู้ป่วยที่มะเร็งมีการกลายพันธุ์เฉพาะหรือสัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV หรือ EBV อาจได้รับการรักษาด้วยยาแบบมุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถทำลายเซลล์มะเร็ง
นอกจากนี้ ยังอาจมีการฟื้นฟูสมรรถภาพและการดูแลระยะยาว เนื่องจากมะเร็งศีรษะและลำคอส่งผลกระทบต่อการพูด การกลืน การหายใจ และรูปลักษณ์ภายนอก ผู้ป่วยจึงควรได้รับการฟื้นฟูจากทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพูด นักโภชนาการ และจิตแพทย์ เพื่อช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ แพทย์ยังอาจใช้การรักษาแบบผสมผสานหลายวิธี เพื่อเพิ่มโอกาสหายและลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
มะเร็งศีรษะและลำคอเป็นโรคที่พบบ่อย และมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจนในระยะแรก หากมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บคอเรื้อรัง เสียงเปลี่ยน หรือมีก้อนที่คอเป็นเวลานานเกิน 2-3 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย ที่โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก ศัลยแพทย์มะเร็งศีรษะและลำคอ และทีมสหวิชาชีพ รวมถึงเทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ทันสมัย ครบครันในการดูแลผู้ป่วยในทุกระยะของโรคอย่างใส่ใจ เพื่อเป้าหมายสูงสุดในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้กลับมาแข็งแรงและสมบูรณ์อีกครั้ง
นพ. จักรกฤษ์ วรกุลพาณิชย์
แพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก
โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
