ทำความรู้จัก “โรคเฮอร์แปงไจน่า”
โรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) เป็นโรคแพร่ระบาดในเด็กอายุน้อยกว่า 3-10 ปี ติดเชื้อจากไวรัสชนิดเดียวกันกับมือ เท้า ปาก ซึ่งเป็น กลุ่มของเอนเตอโรไวรัส (Enterovirus) แต่มีอาการที่แตกต่างกันคือจะมีแผลเฉพาะที่ปากเท่านั้น สามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ละอองฝอยจากการจาม ลักษณะอาการจะมีไข้สูงประมาณ 38.5-40 องศาเซลเซียส และมีแผลในช่องปากบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ ต่อมทอนซิล และในโพรงคอหอยด้านหลัง ต่อมน้ำเหลืองคอบวม มีน้ำลายยืดและอาเจียนในเด็กทารก รวมถึงปวดท้อง และเบื่ออาหาร
โรคเฮอร์แปงไจน่าติดต่อได้อย่างไร ?
การติดต่อเกิดขึ้นได้จากการสัมผัส หรือรับประทานสิ่งที่ปนเปื้อนกับเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ที่ติดเชื้อ ผู้ที่ติดเชื้อโรคเฮอร์แปงไจน่ามักพบได้ในเด็กมากกว่าในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 10 ปี ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่มีภูมิต้านทานของเชื้อนี้เพียงพอ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่รวมกันในโรงเรียน หรือสถานเลี้ยงเด็ก เพราะเด็กมักเล่นของเล่นร่วมกัน หยิบจับสิ่งของร่วมกัน ดังนั้น โรคนี้จึงมักระบาดได้ง่าย เพราะมีโอกาสติดต่อได้ง่าย โดยเชื้อนี้จะอยู่ได้นานในอากาศที่เย็นและชื้น จึงมักระบาดมากในฤดูฝนโดยเฉพาะเดือน พ.ค.-ส.ค. แต่ก็สามารถพบได้ตลอดทั้งปี
โรคเฮอร์แปงไจน่าอันตรายแค่ไหน ?
โดยทั่วไปแล้วโรคเฮอร์แปงไจน่ามักจะมีอาการไม่รุนแรง ยกเว้นไข้สูง แต่ก็ต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่สามารถพบได้จากโรคนี้ เช่น การอักเสบของก้านสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตามภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวพบได้น้อย
โรคมือ เท้า ปาก VS เฮอร์แปงไจน่า แตกต่างกันอย่างไร ?
แม้ว่า “โรคมือ เท้า ปาก” และ “เฮอร์แปงไจน่า” จะเกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกัน แต่อาการแสดงแตกต่างกัน คือ โรค มือ เท้า ปาก จะมีไข้ มีผื่น ตุ่มน้ำใส หรือมีเม็ดแดงๆ ในปาก บนฝ่ามือ ฝ่าเท้า บางรายอาจมีอาการ อาเจียน ถ่ายเหลวรุนแรง ร่างกายขาดน้ำ ปอดบวมน้ำ หอบเหนื่อย ซึม ชัก เกร็ง และอาจช็อกจนเสียชีวิตได้ ส่วน “โรคเฮอร์แปงไจน่า” จะไม่พบผื่นบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า จะสังเกตอาการของโรคนี้ได้ค่อนข้างลำบากในช่วงแรก ต่อเมื่อเริ่มมีผื่นขึ้นจึงจะสามารถสังเกตอาการได้ บางรายอาจพบเพียงผื่น และแผลตื้น ๆ กระจายอยู่ในช่องปากเท่านั้น
การรักษา
โรคนี้ส่วนใหญ่หายได้เองเนื่องจากเกิดจากการติดเชื้อไวรัส จึงไม่มียารักษาเฉพาะ การรักษาจึงทำได้เพียงการรักษาตามอาการ เช่น มีไข้ เช็ดตัวลดไข้ ให้รับประทานยาลดไข้ร่วมกับให้ยาบรรเทาอาการอื่นๆ เพื่อลดความเจ็บปวดจากแผลในปาก และจะกระตุ้นให้ดื่มน้ำ และรับประทานอาหารเหลวทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง หากรับประทานอาหารได้น้อย และมีอาการขาดน้ำเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อย และมีสีเหลืองเข้ม ควรรีบไปพบแพทย์
เมื่อติดเชื้อโรคเฮอร์แปงไจน่า ดูแลอย่างไร ?
สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ สามารถรับประทานอาหารได้ทุกอย่าง แต่ถ้าเด็กคนไหนมีอาการเจ็บในปากมาก ไม่ยอมรับประทาน หรือไม่ยอมกลืนอาหาร ควรหาของอ่อนๆ ให้เด็กรับประทาน หรือในบางครั้งให้รับประทานอาหารประเภทน้ำหรือนมเย็นๆ หรือไอศกรีมก็ได้ และรักษาตามอาการ โดยเป็นการให้ยาลดไข้ หรือยาชาทาแผลในปาก เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ โดยทั่วไปสามารถหายได้เอง เพียงแต่ต้องเฝ้าระวังเรื่องภาวะแทรกซ้อนดังที่ได้กล่าวไป ถ้าหากเด็กรับประทานอาหารไม่ได้ หายใจหอบ มีอาการแขนขาอ่อนแรง หรือชัก ควรรีบมาพบแพทย์
วิธีการป้องกันโรคเฮอร์แปงไจน่า
การป้องกันโรคทำได้ ดังนี้
- แยกผู้ป่วย หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ที่ไม่สบาย
- หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในที่ชุมชนแออัด
- รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี ควรล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้งด้วยน้ำและสบู่
- หากลูกหลานไม่สบายควรให้หยุดเรียนเพื่อจะได้ลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น
