โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) มีสาเหตุมาจากหลอดเลือดสมองตีบ อุดตันหรือแตก ส่งผลให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอทำให้สมองขาดเลือด เมื่อสมองขาดเลือด..เซลล์สมองก็ถูกทำลายลง ส่งผลให้สมองสูญเสียหน้าที่และเกิดการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เราทราบอยู่ว่าผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นหลอดเลือดสมองประกอบด้วยหลายปัจจัย ในส่วนที่เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น
- อายุที่เพิ่มขึ้น หลอดเลือดในร่างกายทุกส่วนก็เสื่อมสภาพตามอายุ
- เชื้อชาติ มีสถิติว่า กลุ่มเชื้อชาติชนผิวดำมีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองกว่ากลุ่มเชื้อชาติชนผิวขาว
- ผู้ที่เกิดในครอบครัวที่มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมองจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป
แต่ก็มีอีกหลายปัจจัยซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน และยังเป็นปัจจัยที่เราสามารถหลีกเลี่ยงได้เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
โรคหลอดเลือดสมอง ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้
นายแพทย์ สิปปนนท์ สามไชย แพทย์อายุรกรรมระบบประสาทโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ได้บอกถึงปัจจัยเสี่ยงที่ ซึ่งเราสามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงได้ ทั้งจากตัวเองเราเองและจากการดูแลของแพทย์ ประกอบด้วยพฤติกรรมดังนี้
- การดูแลรักษาโรคหรือภาวะที่เป็นอยู่เดิม
- ความดันโลหิตสูง: เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่ง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้ภาวะความดันโลหิตกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
- เบาหวาน: ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวได้ทั่วร่างกาย จึงควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
- ไขมันในเลือดสูง: ในทางการแพทย์พบว่าระดับไขมัน โคเลสเตอรอลในเลือดสูง มีความสัมพันธ์กับการเกิดหลอดเลือดสมองตีบ ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูงจึงควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และรับประทานยาตามเวลาให้ถูกต้อง
- โรคหัวใจ: โดยเฉพาะโรคหัวใจที่สามารถทำให้มีการหลุดของลิ่มเลือดจากหัวใจไปอุดตันหลอดเลือดสมอง ได้แก่ หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด Atrial Fibrillation, โรคลิ้นหัวใจ, โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นต้น
- การรับประทานอาหาร
- ควรลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงเพราะจะเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลในเลือดให้สูงขึ้น ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัวและตีบ
- ควรลดอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลมากเกินไปเพราะให้พลังงานสูง ส่งผลให้มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง ก่อให้เกิดโรคเบาหวานซึ่งส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแดงแข็ง ทำให้หลอดเลือดสมองตีบตันได้
- ควรลดอาหารที่มีรสเค็ม ผงปรุงรส อาหารกระป๋องหรืออาหารแปรรูปต่างๆ เพราะมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคความดันโลหิตสูงซึ่งมีผลในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ
- ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามสัดส่วนที่เหมาะสม เลือกข้าวและธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี เพิ่มปริมาณผักในแต่ละมื้อ เลือกผลไม้ที่มีเส้นใยสูงและไม่หวาน เพื่อควบคุมระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
- เลือกรับประทานปลาที่มีกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า-3 (Omega-3) เพราะกรดไขมันโอเมก้า-3 เป็นสารตั้งต้นของสารกลุ่มไอโคซานอยด์ (Eicosanoids) ที่มีส่วนช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด จึงมีส่วนช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดและช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคสมองขาดเลือดได้
- การออกกำลังกาย: การไม่ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายแต่ไม่มากพอ ย่อมมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แนะนำว่าควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป สำหรับผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายมาเป็นระยะเวลานาน ควรได้รับการตรวจสุขภาพและปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มกลับมาออกกำลังกายใหม่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
- การสูบบุหรี่หรืออยู่ในที่ที่ต้องสูดควันบุหรี่: ผู้ที่สูบบุหรี่จัดมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง มากกว่าคนที่ไม่สูบ
- การดื่มแอลกอฮอล์: จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าคนปกติ
- การพักผ่อนนอนหลับ: ภาวะที่ร่างกายพักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วน ซึ่งโรคต่างๆ เหล่านี้เองส่งผลให้เกิดความเสี่ยงให้การเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้นควรจัดสรรเวลาในการพักผ่อนให้เพียงพอ
- ความเครียด: จะส่งผลต่อความดันโลหิตอันจะเพิ่มความเสียงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองด้วย
เมื่อทราบถึงปัจจัยและพฤติกรรมต่างๆ ที่เราสามารถนำไปปรับใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ก็ควรเริ่มปฏิบัติและทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ นอกจากจะเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองแล้วยังทำให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้น โอกาสที่จะเป็นโรคต่างๆ ก็น้อยลงไปด้วย

