หัวใจเต้นผิดจังหวะ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

Image

แชร์


หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เกิดจากอะไร? ควรตรวจหัวใจเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะสม

อาการ “หัวใจเต้นเร็ว” อาจเป็นเพียงภาวะชั่วคราวจากความเครียด หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหัวใจที่ไม่ควรมองข้าม

หลายคนสงสัยว่า

  • หัวใจเต้นเร็วแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ?
  • อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
  • ต้องตรวจอะไรบ้าง?

บทความนี้เรียบเรียงตามหลักการแพทย์ เพื่อช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง

 

หัวใจเต้นเร็วแค่ไหนถึงเรียกว่า “ผิดปกติ” ?

โดยทั่วไป อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก (Resting heart rate) ของผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 60–100 ครั้งต่อนาที

 

หากหัวใจเต้นเร็วเกิน 100 ครั้งต่อนาทีขณะพัก เรียกว่า ภาวะหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia) แต่ความผิดปกติไม่ได้ดูแค่ “ความเร็ว” เท่านั้น ต้องพิจารณาร่วมกับอาการอื่น ๆ ด้วย

 

สาเหตุของหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

หัวใจเต้นเร็วสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก

 

1) สาเหตุที่ไม่อันตราย

  • ออกกำลังกาย
  • ความเครียด วิตกกังวล
  • ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลัง
  • นอนน้อย
  • ไข้สูง
  • ภาวะขาดน้ำ

*อาการมักดีขึ้นเมื่อพักผ่อนหรือแก้ไขปัจจัยกระตุ้น

 

2) สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ

  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia)
  • โรคหัวใจขาดเลือด
  • กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง

หากปล่อยไว้นาน อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เช่น ลิ่มเลือด หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง

 

อาการที่ควรระวัง

หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับหัวใจเต้นเร็ว ควรพบแพทย์ทันที

  • ใจสั่นผิดปกติ
  • แน่นหน้าอก
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด
  • เป็นลม
  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  • หายใจไม่อิ่ม

โดยเฉพาะหากมีประวัติ เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง, สูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

 

ควรตรวจหัวใจเมื่อไหร่ ?

ควรตรวจทันที หากมีอาการรุนแรง

  • เจ็บหน้าอกร้าวไปแขนซ้าย คอ กราม
  • เป็นลมหมดสติ
  • หัวใจเต้นเร็วมากกว่า 120–150 ครั้งต่อนาทีโดยไม่มีสาเหตุ

 

ควรตรวจเช็ก หากมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ

  • ใจสั่นบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • รู้สึกหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ

 

ควรตรวจสุขภาพหัวใจประจำปี หากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

  • อายุ 40 ปีขึ้นไป
  • มีโรคประจำตัว
  • มีประวัติครอบครัวโรคหัวใจ
  • ทำงานเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ

 

การตรวจหัวใจที่เหมาะสม

แพทย์อาจพิจารณาตรวจดังนี้

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูจังหวะการเต้นเบื้องต้น
  • ติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชม. (Holter Monitor) กรณีอาการเป็น ๆ หาย ๆ
  • ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST) วิ่งสายพานเพื่อดูการตอบสนอง
  • อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) ดูโครงสร้างและการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ
  • ตรวจ CT Calcium Score เพื่อประเมินความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบ

หัวใจเต้นเร็วอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน หรือมีอาการร่วม ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ การตรวจหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหัวใจเต้นเร็ว

Q1: หัวใจเต้นเร็ว 110 ครั้งต่อนาที อันตรายไหม ?
A: ขึ้นอยู่กับบริบท หากเพิ่งออกกำลังกายหรือเครียด อาจไม่อันตราย แต่ถ้าเกิดขณะพัก และมีอาการแน่นหน้าอกหรือเวียนศีรษะ ควรพบแพทย์

 

Q2: ใจสั่นตอนกลางคืน เกี่ยวกับโรคหัวใจหรือไม่ ?
A: อาจเกิดจากความเครียด กรดไหลย้อน หรือฮอร์โมนผิดปกติ แต่หากเกิดบ่อย ควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อประเมิน

 

Q3: วัยทำงานก็เสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่ ?
A: ใช่ โดยเฉพาะผู้ที่เครียด นอนน้อย ดื่มคาเฟอีนมาก หรือมีโรคประจำตัว

 

Q4: หัวใจเต้นเร็วเป็นพัก ๆ ต้องตรวจไหม ?
A: ควรตรวจ หากเกิดบ่อย หรือมีอาการหน้ามืด เหนื่อยง่าย ใจสั่นรุนแรง

 

Q5: ตรวจหัวใจต้องงดอาหารไหม ?
A: ขึ้นกับชนิดการตรวจ เช่น ตรวจเลือดอาจต้องงดอาหาร แพทย์จะให้คำแนะนำเฉพาะราย

Loading...

แชร์


Loading...