ลดความเสี่ยงแท้งและโรคทางพันธุกรรม ประโยชน์ของการตรวจ PGT ในการทำ IVF

Image

แชร์


การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT) คืออะไร? ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์และลดการแท้งได้อย่างไร

การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน หรือ PGT (Preimplantation Genetic Testing) คือเทคโนโลยีคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ช่วยลดความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม (เช่น ดาวน์ซินโดรม) ลดอัตราการแท้ง และเพิ่มอัตราความสำเร็จในการทำ IVF/ICSI

 

โดยเฉพาะในสตรีอายุเกิน 35 ปี, มีประวัติการตั้งครรภ์ที่ผ่านมาทารกมีความผิดปกติโรคทางพันธุกรรม, เป็นคู่สมรสที่มีความเสี่ยงที่ถ่ายทอดยีนผิดปกติหรือโรคทางพันธุกรรม หรือผู้ที่มีประวัติแท้งซ้ำซ้อน

 

ทำความรู้จัก PGT นวัตกรรมเพื่อลูกรักที่สมบูรณ์

ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) การเลือกตัวอ่อนที่ดู “สวย” จากภายนอกอาจไม่เพียงพอ เพราะตัวอ่อนที่ลักษณะดีอาจมีโครโมโซมผิดปกติซ่อนอยู่ การตรวจ PGT จึงเปรียบเสมือนการ “เช็กสุขภาพระดับยีน” ก่อนการฝังตัว

 

ประเภทของการตรวจ PGT ที่ควรรู้

  • PGT-A (Aneuploidy): ตรวจนับจำนวนโครโมโซมว่าครบ 23 คู่หรือไม่ (ป้องกันภาวะดาวน์ซินโดรม)
  • PGT-M (Monogenic): ตรวจโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากยีนเดี่ยว (เช่น ธาลัสซีเมีย, กล้ามเนื้ออ่อนแรง)
  • PGT-SR (Structural Rearrangement): ตรวจความผิดปกติของโครงสร้างโครโมโซม

 

ใครบ้างที่ควรตรวจโครโมโซมตัวอ่อน?

ตามคำแนะนำทางการแพทย์ กลุ่มบุคคลต่อไปนี้จะได้รับประโยชน์สูงสุด

  1. สตรีที่มีอายุมากกว่า 35 ปี เนื่องจากคุณภาพไข่และโครโมโซมมีความเสี่ยงผิดปกติสูงขึ้นตามวัย
  2. ผู้ที่มีประวัติแท้งติดต่อกัน โดยเฉพาะการแท้งในช่วงไตรมาสแรก (มักเกิดจากโครโมโซมผิดปกติ)
  3. ผู้ที่ทำ IVF/ICSI แล้วไม่สำเร็จหลายครั้ง แม้ตัวอ่อนจะเกรดดีแต่ย้ายแล้วไม่ฝังตัว
  4. คู่สมรสที่เป็นพาหะโรคทางพันธุกรรม เพื่อส่งต่อยีนที่แข็งแรงสู่รุ่นลูก

 

ขั้นตอนการตรวจ PGT และความปลอดภัย

กระบวนการนี้ทำโดยนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) ผู้เชี่ยวชาญ

  1. การเลี้ยงตัวอ่อน: เลี้ยงจนถึงระยะ Blastocyst (วันที่ 5-6)
  2. การดึงเซลล์ (Biopsy): ดึงเซลล์ส่วนที่จะพัฒนาไปเป็นรก (Trophectoderm) ออกมาเพียงเล็กน้อย ไม่กระทบต่อการพัฒนาเป็นทารก
  3. การวิเคราะห์ผล: ใช้เทคโนโลยี NGS (Next Generation Sequencing) ที่มีความแม่นยำสูงกว่า 90%
  4. การแช่แข็งตัวอ่อน: ระหว่างรอผลตรวจ (ประมาณ 7-14 วัน)

 

ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดีของ PGT ข้อจำกัดที่ควรทราบ
เพิ่มอัตราการฝังตัว (Implantation Rate) มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการทำ ICSI ปกติ
ลดความเสี่ยงการแท้งบุตร (Miscarriage Rate) อาจไม่มีตัวอ่อนที่ปกติให้ย้าย (ในกรณีที่ไข่มีปัญหามาก)
ลดระยะเวลาในการตั้งครรภ์ (Time to Pregnancy) ไม่สามารถรับรองสุขภาพทารกได้ 100% (ตรวจได้เฉพาะโครโมโซม)

 

คำถามที่พบบ่อย

 

  • การตรวจ PGT เสี่ยงทำให้ตัวอ่อนตายไหม?

    คำตอบ: หากทำโดย Embryologist ที่เชี่ยวชาญในห้องแล็บที่ได้มาตรฐาน โอกาสที่ตัวอ่อนจะเสียหายมีน้อยมาก (ต่ำกว่า 1%)

 

  • รู้เพศลูกจากการตรวจโครโมโซมได้หรือไม่?

    คำตอบ: ตามกฎหมายไทย แพทย์ไม่สามารถเปิดเผยเพศเพื่อการเลือกเพศได้ เว้นแต่เพื่อป้องกันโรคทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดทางเพศเท่านั้น

 

การตรวจ PGT ไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกสิ่งที่ดีที่สุด แต่คือการลดความเจ็บปวดจากการแท้งและเพิ่มโอกาสให้ครอบครัวได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ที่สมบูรณ์แข็งแรง

Loading...

แชร์


Loading...