เด็กหลายคนเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด สามารถรับรู้ได้ทันทีที่ลืมตาออกมาดูโลก เพราะจะได้รับการตรวจ และประเมินร่างกายตั้งแต่แรกเกิด แต่ในเด็กที่มีอาการระหว่างการเติบโต คุณพ่อ คุณแม่ จะสามารถสังเกตอาการอย่างไรได้บ้างนะ
รศ. นพ.กิตติชัย เหลืองทวีบุญ ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยศาสตร์หลอดเลือดและทรวงอกรพ.พญาไท 2 กล่าวว่า โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นความผิดปกติของหัวใจเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ มีอัตราการพบเฉลี่ย 5-8 คน ในเด็กที่เกิด 1,000 คน ถือเป็นตัวเลขที่สูง ซึ่งพบมากที่สุดเมื่อเทียบกับโรคอื่น ๆ อาทิ ปากแหว่งเพดานโหว่ หรือโรคความพิการอื่น ๆ
สาเหตุที่เกิดนั้น ยังระบุไม่ได้แน่ชัด แต่มีความสัมพันธ์กับความเจ็บป่วยของผู้เป็นแม่ อาทิ
- คุณแม่ที่ติดเชื้อหัดเยอรมัน โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก
- คุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวาน
- คุณแม่มีภาวะขาดสารอาหาร
- คุณแม่เสพสารเสพติด หรือได้รับสารเคมีในขณะตั้งครรภ์
ในกรณีที่คุณแม่ตั้งครรภ์แรกในช่วงอายุเกิน 35-40 ปีขึ้นไป อาจทำให้เด็กที่เกิดมีความผิดปกติของโครโมโซม หรือเป็นดาวน์ซินโดรมที่ส่งผลต่อความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่กำเนิด อาทิ ผนังหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจรั่ว
การสังเกตอาการโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
อาการภายนอก อาทิ
- ตัวเขียว (Cyanosis)
- มีอาการเหนื่อยหอบง่ายกว่าปกติ
- การหายใจเร็วกว่าปกติอยู่ตลอดเวลา
- การมีเหงื่อออกมากผิดปกติ
- หัวใจลูกเต้นเร็วและแรงกว่าปกติ
- ภาวะหัวใจวายตั้งแต่แรกเกิด
- เป็นหวัด ไอ หรือปอดบวมบ่อยครั้ง
อาการภายใน สามารถทราบจากการตรวจร่างกายเบื้องต้นโดยแพทย์ อาทิ
- ฟังการเต้นของหัวใจ จะพบว่ามีการเต้นผิดปกติ อาจเกิดโรค ลิ้นหัวใจรั่ว เส้นเลือดหัวใจเกิน
ซึ่งโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในบางครั้งแสดงอาการตั้งแต่แรกเกิด แต่ในบางรายแสดงอาการตอนที่โตแล้วก็มี เพราะฉะนั้นคุณพ่อ คุณแม่ ควรตรวจเช็กสุขภาพลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
- การซักประวัติ เพื่อสอบถามอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาการเสี่ยงโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
- การตรวจพิเศษทางหัวใจในเด็ก คือ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) และการถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest x-ray) หรือการเอกซเรย์ปอด
- การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) เป็นการตรวจโครงสร้างภายในของหัวใจ เช่น ผนังกั้นห้องหัวใจ ลิ้นหัวใจ และการบีบตัวของหัวใจ ก็จะสามารถรู้ว่าป่วยเป็นโรคหัวใจชนิดใด
- การตรวจสวนหัวใจ (Cardiac catheterization) เพื่อดูหลอดเลือดหัวใจ
เมื่อพบความผิดปกติที่จำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัด ศัลยแพทย์หัวใจจะทำการผ่าตัดให้ การรักษาด้วยการผ่าตัด เด็กจะหายเป็นปกติ ยกเว้นในบางรายที่อาจมีความซับซ้อนของโรคก็จะทำให้การผ่าตัดนั้นมีหลากหลายขั้นตอน เด็กที่ผ่าตัดรักษาเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถออกกำลังกายและเจริญเติบโต มีพัฒนาการต่าง ๆ ใช้ชีวิตประจำวันเหมือนเด็กปกติได้หลังจากที่การรักษาเสร็จสมบูรณ์ และสิ่งสำคัญที่เป็นหัวใจหลักในการดูแลลูกน้อยหลังการผ่าตัด คุณพ่อ คุณแม่ ต้องมีความเข้าใจในการดูแลอย่างแท้จริง อาทิ
- การให้รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
- การสังเกตอาการผิดปกติหลังผ่าตัด
- การป้องกันการติดเชื้อ
- การระวังโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อรับมืออย่างทันท่วงที
- ควรพาลูกมาพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อได้รับคำแนะนำ และการตรวจรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ
