หลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta) เป็นท่อนำเลือดแดง จากหัวใจไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย โดยเริ่มต้นจากบริเวณขั้วหัวใจขึ้นไปยังยอดอกแล้วทอดโค้งไปด้านหลัง เคียงข้างกระดูกสันหลังในช่องอก ผ่านกระบังลมเข้าไปยังช่องท้อง ก่อนจะแยกเป็นแขนงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงขา 2 ข้าง และอวัยวะในอุ้งเชิงกราน
ความสำคัญของหลอดเลือดแดงใหญ่ คือ เปรียบเสมือนท่อประปาหลัก ที่ให้แขนงหล่อเลี้ยงอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น หัวใจ สมอง ประสาทไขสันหลัง แขน ขา และอวัยวะในช่องท้อง ได้แก่ ตับ ไต สำไส้ เป็นต้น ดังนั้นหากมีพยาธิสภาพหรือความผิดปกติเกิดขึ้นกับหลอดเลือดแดงใหญ่ย่อมส่งผลกระทบต่ออวัยวะส่วนต่างๆ ได้ หรือหากหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองปริแตกจะทำให้เสียชีวิตได้
อาการแสดงของโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
ผู้ป่วยหลายรายอาจไม่มีอาการใดๆ แสดงมาก่อน เพียงแต่อาจตรวจพบโดยบังเอิญจากการถ่ายภาพเอ็กซเรย์ทรวงอก หรือ คลำก้อนเต้นได้ในช่องท้อง ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องอก อาจมีอาการจาก การกดเบียดของหลอดเลือดต่ออวัยวะข้างเคียง เช่น กดหลอดลม ทำให้หายใจลำบาก กดเบียดหลอดอาหาร ทำให้กลืนลำบาก กดเบียดเส้นประสาทที่เลี้ยงกล่องเสียงทำให้เสียงแหบ
ยังมีอาการที่พบมากโดยทั่วไป ได้แก่ แน่นหน้าอก ปวดหลัง หน้ามืดหมดสติ หรือไอเป็นเลือด คนที่มีอาการไม่ว่าจะเป็นอาการปวด หรืออาการเกิดจากการกดอวัยวะข้างเคียงหลอดเลือดแดงใหญ่ เป็นอาการที่บ่งบอกว่าหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพองกำลังปริแตก หรือได้แตกแล้ว ซึ่งจะมีอัตราตายสูงถึงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องความดันสูง สูบบุหรี่จัด ภาวะถุงลมโป่งพอง ล้วนเป็นปัจจัยทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองเร็วและแตกในที่สุด
การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
แพทย์จะวินิจฉัยจากการสอบถามประวัติอาการ ตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจค้นเพิ่มเติม เช่น การถ่ายภาพเอ็กซเรย์ทรวงอกหรือช่องท้อง, การตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ (Ultrasound) และการถ่ายภาพเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

แนวทางการรักษา
สำหรับแนวทางการรักษานั้น เนื่องจากถ้ามีการแตกของหลอดเลือดแดงใหญ่ จะทำให้มีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 50 ถึง 90% ความเสี่ยงต่อหลอดเลือดแดงใหญ่แตกมีความสัมพันธ์กับขนาดของหลอดเลือดแดงใหญ่ ยิ่งมีหลอดเลือดขนาดโตยิ่งมีโอกาสแตกง่าย ภาวะความดันโลหิตสูงจะเสริมให้มีโอกาสแตกมากขึ้น ดังนั้น แนวทางการรักษา จึงนับเริ่มตั้งแต่การควบคุมความดันโลหิต การงดสูบบุหรี่ การหลีกเลี่ยงการเบ่งถ่าย รวมจนถึงการผ่าตัดรักษา

ปัจจุบันมีนวัตกรรมการรักษาแนวใหม่ โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการใส่หลอดเลือดเทียมเข้าไปแทนที่หลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพองในช่องอกหรือช่องท้อง (TEVAR + EVAR) เป็นหลอดเลือดเทียมชนิดทุ้มด้วยขดลวด ผ่านทางหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบทั้ง 2 ข้าง เข้าไปจนถึงหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพอง และปล่อยขดลวดให้ถ่างขยายในหลอดเลือดแดงใหญ่ เพื่อให้กระแสโลหิตไม่สัมผัสกับบริเวณเส้นเลือดแดงทีเป็นโรคทำให้เส้นเลือดแดงไม่แตก เป็นทางเลือกใหม่ ที่ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งวิธีการนี้ทำให้แผลมีขนาดเล็ก ลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนในระหว่างผ่าตัด

รศ. นพ. กิตติชัย เหลืองทวีบุญ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจหลอดเลือดและทรวงอก
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 1
