โรคหลอดเลือดสมอง หรือ สโตรก (Stroke) คือภัยเงียบที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เกิดจากภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองขาดออกซิเจนและสารอาหาร ส่งผลให้เซลล์สมองเสียหาย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจอันตรายถึงชีวิตหรือนำไปสู่ความพิการถาวรได้
BE FAST เทคนิคสังเกตอาการสโตรกใน 6 จุด
การตรวจพบอาการตั้งแต่เนิ่นๆ คือหัวใจสำคัญของการรักษา คุณสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ง่ายๆ ดังนี้:
- B – Balance (การทรงตัว) เดินไม่ตรง สูญเสียการทรงตัว หรือเวียนศีรษะกะทันหัน
- E – Eyes (สายตา) ตามัว มองไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อนทันที
- F – Face (ใบหน้า) ปากเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก หน้าไม่เท่ากัน
- A – Arms (แขน) แขนขาอ่อนแรง ยกแขนไม่ขึ้น หรือแขนข้างใดข้างหนึ่งตกลง
- S – Speech (การพูด) พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง พูดไม่ได้ หรือพูดซ้ำคำเดิม
- T – Time (เวลา) สำคัญที่สุด! หากพบอาการข้อใดข้อหนึ่ง ต้องรีบพบแพทย์ภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อลดความเสียหายของสมอง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง ใครบ้างที่ต้องระวัง?
โรคหลอดเลือดสมองแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ชนิดตีบ/อุดตัน (เกิดจากไขมันหรือหินปูนสะสม) และ ชนิดแตก (มักเกิดจากความดันโลหิตสูง) โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง ดังนี้
ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
- อายุมากกว่า 65 ปี
- เพศชายมีความเสี่ยงสูงกว่า
- กรรมพันธุ์หรือประวัติครอบครัวเคยเป็นสโตรก
ปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้
- โรคประจำตัว: ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง, โรคหัวใจ และโรคอ้วน
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การสูบบุหรี่, การดื่มแอลกอฮอล์หนัก และการขาดการออกกำลังกาย
เทคโนโลยีการวินิจฉัยและการรักษาที่แม่นยำ
ที่โรงพยาบาลพญาไท 1 เราใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อประเมินและรักษาผู้ป่วยอย่างเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง
- การวินิจฉัย ใช้การตรวจ MRI, CTA (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือด), และการตรวจคลื่นความถี่สูง (Ultrasound) เพื่อหาจุดตีบตันอย่างแม่นยำ
- การรักษาด้วยยา การให้ยาละลายลิ่มเลือดภายใน 4.5 ชั่วโมงแรก
- นวัตกรรม Endovascular Intervention การใช้สายสวนเข้าไปลากก้อนเลือดที่อุดตันออกมาโดย ไม่ต้องผ่าตัด (ต้องทำภายใน 8 ชั่วโมงหลังมีอาการ)
- การผ่าตัด (Surgery) เพื่อแก้ไขปัญหาหลอดเลือดและฟื้นฟูการไหลเวียนเลือดในสมองในกรณีจำเป็น
อย่ารอให้สายเกินไป! การตรวจคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้ ช่วยให้คุณ และคนที่คุณรักห่างไกลจากโรคหลอดเลือดสมอง
