ภาวะเจ้าชาย/เจ้าหญิงนิทรา คืออาการที่เราต้องนอนอยู่นิ่งๆ อาจจะสามารถที่จะลืมตา แต่ไม่รับรู้ หัวเราะหรือร้องไห้ได้ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรไป เป็นสภาพที่สมองเสียความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ ตอบสนองต่อสิ่งเร้าและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดหลังจากหัวใจหยุดเต้น เพราะเมื่อหัวใจหยุดเต้น ทำให้สมองขาดเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ทำให้เซลล์สมองตาย เสียความสามารถในการทำงานส่วนของสมองใหญ่ (Cerebrum) จนกระทั่งมีสภาพเหมือนคนพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และอาจจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่เราสามารถป้องกันภาวะ “เจ้าชายนิทรา” ได้ด้วยเทคนิคการรักษาแบบ Therapeutic Hypothermia
เทคนิคการรักษาแบบ Therapeutic Hypothermia คืออะไร
เทคนิค Therapeutic Hypothermia สามารถรักษากับใครได้บ้าง
- ผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน แล้วถูกปั้มหัวใจด้วย CPR จนหัวใจกลับมาทำงานปกติ
- ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นจากโรคหัวใจ
- ผู้ป่วยอยู่ในสภาพโคม่า ไม่สามารถทำตามคำสั่งใดๆ ได้ แต่ก่อนหัวใจจะหยุดเต้น สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ปกติ
- ผู้ป่วยที่ไม่ได้มีปัญหาต่างๆ อย่างเช่น มีปัญหาเลือดออกง่าย ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือได้รับบาดเจ็บในช่องท้องเช่น ตับ ม้าม เป็นต้น
Therapeutic Hypothermia มีกระบวนการรักษายังไง
- ระยะลดอุณหภูมิ หมอจะทำการลดอุณหภูมิแกนกลางร่างกายให้ต่ำลงให้ได้ประมาณ 33 องศาเซลเซียส ทันทีหลังจากปั้มหัวใจให้กลับมาทำงานปกติ ซึ่งการลดอุณหภูมิอาจจะใช้แผ่นเย็นหรือถุงน้ำแข็งวางที่ขาหนีบ คอ รักแร้ ใช้ผ่าห่มให้ความเย็น ให้สารน้ำเย็นทางหลอดเลือดดำ หรือใช้ Endovascular Cooling เป็นการสอดสายกระจายความเย็นในหลอดเลือดที่จะมีความแม่นยำในการลดอุณหภูมิ
- ระยะรักษาอุณหภูมิ หลังจากลดอุณหภูมิแล้วต้องรักษาให้คงที่ด้วย เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงตามมาเช่น ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นช้าลง/ผิดจังหวะ น้ำและเกลือแร่ในร่างกายขาดสมดุล การแข็งตัวของหลอดเลือดเสียไป หนาวสั่น เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และการทำงานของตับลดลง เป็นต้น
- ระยะให้ความอบอุ่น หลังจากรักษาอุณหภูมิประมาณ 24 ชั่วโมงแล้ว หมอจะค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิร่างกาย ด้วยการใช้ผ้าห่มไฟฟ้า สารน้ำอุ่นผ่านหลอดเลือด หรือลมอุ่นเป่า ซึ่งหมอจะคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายทั้งระบบด้วยเช่น ตรวจวัดประสิทธิภาพการทำงานของไต สมอง หัวใจ การแข็งตัวของเลือด ความสมดุลของเกลือแร่ เป็นต้น
การรักษาด้วย Therapeutic Hypothermia จะใช้เวลาทั้ง 3 ระยะ ประมาณ 3 วัน ในขณะเดียวกันหมอจะหาสาเหตุของการที่หัวใจหยุดเต้น และรักษาไปพร้อมกันเช่น หากสาเหตุมาจากหลอดเลือดหัวใจตีบ ก็ต้องรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 2
