มารู้ให้ลึกเรื่อง“ปวดศีรษะ”...ก่อนจะลุกลามจนกลายเป็นโรคร้ายแรง

Image

แชร์


มารู้ให้ลึกเรื่อง“ปวดศีรษะ”...ก่อนจะลุกลามจนกลายเป็นโรคร้ายแรง

ปวดศีรษะ… อาการที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง จนหลายๆ คนมองว่าแค่ทานยาเดี๋ยวก็คงหาย ทั้งที่จริงๆ แล้วอาการปวดศีรษะเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้ายมากมาย ก่อนที่อาการป่วยจะลุกลาม…เรามาเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ห่างไกลจากอาการปวดศีรษะกันดีกว่า

อาการปวดศีรษะ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ตามแต่ลักษณะอาการที่เกิดขึ้น คือ…

การปวดศีรษะที่มีสาเหตุจากในสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง เลือดออกในสมอง ความดันสมองเพิ่มผิดปกติ หรือภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยแพทย์จะทำการตรวจร่างกายทางสมอง ซักประวัติเกี่ยวกับลักษณะการปวด ตำแหน่งที่ปวด ระยะเวลา และระดับความรุนแรง เมื่อพบข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน…แพทย์จะทำการตรวจ MRI, CT Scan หรือเจาะหลัง เพื่อหาสาเหตุของโรคต่อไป

การปวดศีรษะแบบไม่พบสาเหตุชัดเจน เช่น ไมเกรน หรือการปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัว
ไมเกรน นับว่าเป็นอาการปวดศีรษะที่พบได้บ่อย เกิดจากระบบการรับความรู้สึกของเส้นเลือดไวผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะตุบๆ แต่รุนแรง แค่ด้านใดด้านหนึ่ง ติดต่อกัน 4 – 72 ชั่วโมง

“กายภาพบำบัด” หนึ่งในแนวทางการรักษา โดยไม่ต้องใช้ยา!

แผ่นประคบร้อน : ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น และยังช่วยลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
การนวดด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ : เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการรักษาอาการปวด ลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อในชั้นลึก ลดอาการบวม และช่วยเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
จิตบำบัด : สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะด้วยสาเหตุจากความเครียด ควรรักษาด้วยการทำจิตบำบัดและการโปรแกรมจิตใต้สำนึกใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ…
  1. รักษาในระดับจิตรู้สำนึก เป็นการรักษาในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะเพราะความเครียดจากปัญหารุมเร้า เช่น ทำงานหนัก หนี้สิน ครอบครัว หรือเรื่องส่วนตัว
  2. รักษาในระดับจิตใต้สำนึก เมื่อความคิดด้านลบวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในสมองจนสร้างความเครียดแบบเรื้อรัง อาจส่งผลให้นอนไม่หลับ อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย มีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น จำเป็นต้องรักษาด้วย “การโปรแกรมจิตใต้สำนึกใหม่” หรือการล้างความคิดเดิม…แล้วเพิ่มความคิดเชิงบวกเข้าไปแทน
นอกเหนือจากการรักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้วนั้น ยังมีวิธีการรักษาด้วย “การฝังเข็ม” เพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อกล้ามเนื้อบริเวณคอเกิดการเกร็งตัวนานๆ เลือดจะไปเลี้ยงสมองได้น้อย ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ และการรักษาด้วย “การดูแลตนเอง” บริหารความเครียด..ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ

แชร์


Loading...