การเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์

Image

แชร์


การเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์

เมื่อคนสองคนเริ่มสร้างครอบครัว ปัจจัยหนึ่งที่จะเติมเต็มคำนี้ให้สมบูรณ์ก็คือ สมาชิกตัวน้อย และเพื่อให้เสริมครอบครัวให้เต็มประสิทธิภาพ การวางแผนให้กำเนิดเจ้าตัวเล็กก็ต้องตั้งใจกันทุกฝ่าย พร้อมด้วยคำแนะนำเพิ่มความมั่นใจจากคุณหมอณัฐวรรณ ซึ่งคุณหมอย้ำเลยว่า เรื่องนี้ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ซะอีก

“การเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อย บางส่วนคุณแม่สามารถเตรียมได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์เลยนะคะ นั่นคือเมื่อคุณพ่อคุณแม่ตกลงปลงใจแล้วว่าอยากจะมีเจ้าตัวเล็ก นอกเหนือจากตรวจสุขภาพร่างกายคุณพ่อคุณแม่ สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องเสริมวิตามินที่เรียกว่าโฟลิกแอซิด หรือว่าโฟเลต ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ใช้ในการพัฒนาระบบประสาทและอวัยะต่างๆ ของเด็ก โดยแนะนำให้ทานก่อนตั้งครรภ์ 2-3 เดือน เพื่อไปสะสมในร่างกายก่อน และทานต่อเนื่องไปถึง 3เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ถามว่าทำไมต้องทานก่อนตั้งครรภ์? เพราะว่า ภายหลังจากตัวอ่อนปฏิสนธิเพียงไม่กี่วัน อวัยวะที่สำคัญและระบบประสาทก็จะเริ่มสร้างแล้ว หากรอจนกว่าคุณแม่จะทราบว่าตั้งครรภ์บางทีก็อาจจะสายเกินไป ทั้งนี้การรับประทานโฟเลตสามารถช่วยลดความพิการที่เป็นตั้งแต่กำเนิดได้มากมาย เช่น หลอดประสาทไม่ปิด โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรค ปากแหว่งเพดานโหว่ แขนขาพิการแต่กำเนิด เป็นต้น”

อาหารดี อารมณ์ดี

และเพราะคุณลูกต้องอาศัยอยู่ในท้องคุณแม่หลายๆ เดือน คุณแม่กินอะไร รู้สึกยังไง เจ้าตัวเล็กก็ย่อมจะพลอยได้ไปด้วย เรื่องเหล่านี้คุณหมอจึงเน้นมากๆ “คุณแม่ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และทานยา หรือวิตามินเสริม ตามที่สูตินรีแพทย์สั่ง ทั้งนี้สารอาหารที่สำคัญมาก ก็คือไอโอดีนและธาตุเหล็ก มีงานวิจัยพบว่า การที่คุณแม่ที่ขาดสารอาหาร 2 ตัวนี้ จะทำให้เด็กในท้อง คลอดออกมามีไอคิวที่ต่ำได้ นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกประการคือยา ทั้งมียาหลายตัวที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กได้ ดังนั้นก่อนที่จะทานยาคุณแม่จึงควรปรึกษาคุณหมอหรือว่าเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างถาวรได้”

ดูร่างกายให้ได้รับสารอาหารมีคุณภาพแล้ว ก็ต้องเสริมใจให้เข้มแข็งด้วย “ถ้าคุณแม่อารมณ์ดี ฮอร์โมนแห่งความสุขหรือเอนโดร์ฟีน (Endorphin) ก็จะหลั่งออกมา ซึ่งช่วยให้เด็กในท้องมีอารมณ์ดี เมื่อคลอดออกมาก็มีแนวโน้มจะเลี้ยงง่ายมากกว่า ส่วนคุณแม่ที่อยู่ในภาวะเครียด สารแห่งความเครียดก็จะหลั่งออกมาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น คอร์ติซอล (Cortisol) หรือ อะดรีนาลีน (Adrenalin) ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโต รวมถึงระบบประสาทได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่าเด็กที่คุณแม่มีภาวะเครียดมากๆขณะตั้งครรภ์ เมื่อคลอดออกมาอาจจะส่งผลกระทบให้เด็กคนนั้นเป็นเด็กที่อารมณ์ขึ้นลงง่าย ก้าวร้าวรุนแรง หรือเลี้ยงยากได้”

สื่อสารกันตั้งแต่วันยังไม่เห็นหน้า

“เด็กสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ตอนอยู่ในท้องของคุณแม่ เพราะระบบประสาทสัมผัสหลายส่วนได้พัฒนาแล้วตั้งแต่อยู่ในท้อง ซึ่งพัฒนาการด้านประสาทสัมผัสของเด็กที่พัฒนาในอับดับต้นๆ ก็คือ เรื่องของการได้ยิน โดยเด็กจะเริ่มได้ยินที่อายุครรภ์ประมาณ 17 สัปดาห์ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้ก็คือการพูดคุยหรือร้องเพลงให้ลูกฟัง ทั้งนี้เด็กบางส่วนสามารถจำเสียงคุณพ่อคุณแม่ได้ตั้งแต่อยู่ในท้อง เมื่อคลอดออกมาเวลาเด็กรู้สึกหงุดหงิด ไม่สบายตัวไม่สบายใจ คุณพ่อคุณแม่อาจลองส่งเสียงเหมือนเดิมออกไป วิธีนี้บางครั้งก็จะทำให้เด็กสงบได้ง่ายขึ้นได้ เพราะเด็กจะรู้สึกว่าเป็นบรรยากาศที่คุ้นเคยตอนอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ หรือในบางกรณีหากคุณพ่อคุณแม่ตั้งชื่อเค้าแล้วตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ และเรียกชื่อเค้าบ่อยๆ เด็กที่คลอดออกมาบางคนก็จะสามารถหันหาเสียงเรียกชื่อตัวเองได้เร็วกว่าเด็กคนอื่นด้วยค่ะ”

เพราะแม่คือด่านหน้าความสุขของลูกน้อยในครรภ์

สิ่งที่คุณหมอณัฐวรรณย้ำตลอดก็คืออยากให้ลูกเกิดมาอย่างมีพัฒนาการที่ดี คุณแม่ก็ต้องอยู่ในภาวะที่สุขสบายก่อน “คุณแม่ที่ตั้งครรภ์มีความเปลี่ยนมากมาย รวมถึงฮอร์โมนในร่างกายด้วย ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคุณแม่ คุณแม่บางท่านแพ้ท้องหนักมาก บางท่านมีโรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ เช่น เบาหวาน ครรภ์เป็นพิษ ทำให้มีข้อจำกัดในการใช้ชีวิต เมื่ออายุครรภ์มากขึ้นร่างกายยิ่งเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้อึดอัด การลุก นั่ง ยืน นอน จะลำบากไปหมด ดังนั้นจึงมีโอกาสที่คุณแม่จะเครียดและหงุดหงิดได้ง่าย ดังนั้นหากคนรอบข้างโดยเฉพาะคุณพ่อถ้าสามารถช่วยอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้คุณแม่รู้สึกดีได้ก็จะลดความเครียดของคุณแม่ลงได้ เช่น การแสดงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ขอบคุณที่ช่วยตั้งท้องให้ ช่วยทำงานบ้าน ช่วยนวดเพื่อให้คุณแม่ได้ผ่อนคลาย เป็นต้น สุดท้ายคุณแม่ก็จะได้อารมณ์ดี และส่งต่อไปถึงเจ้าตัวน้อยในครรภ์ได้ค่ะ”

 

พญ. ณัฐวรรณ จารุวรพลกุล
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2
Loading...

แชร์


Loading...

การเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์