โรคหัวใจในเด็ก สามารถรักษาได้...โดยไม่ต้องผ่าตัด

Image

แชร์


การรักษาโรคหัวใจในประเทศไทยได้พัฒนาขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมาก โดยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางชนิดสามารถทำการรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก โดยการนำอุปกรณ์พิเศษสอดผ่านทางเส้นเลือดเข้าสู่หัวใจเพื่อปิดรูรั่ว  ซึ่ง นพ.วัชระ จามจุรีรักษ์ กุมารแพทย์โรคหัวใจ แพทย์หัวหน้าศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 2 เป็นหนึ่งในทีมแพทย์ที่ทำการรักษาโรคหัวใจในเด็กโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยคุณหมอจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจในเด็กและการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดให้กับทุกคนได้ทราบกัน..

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • ชนิดตัวเขียว คือ มีเม็ดเลือดดำที่ยังไม่ได้ฟอกออกมาผสมกับเม็ดเลือดแดง
  • ชนิดตัวไม่เขียว คือ ไม่มีเลือดดำที่ยังไม่ได้ฟอกที่ปอดมาผสมกับเลือดแดง

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เกิดจาก…

  1. ไม่ทราบสาเหตุมากที่สุด ประมาณ 90 %
  2. มีความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ หรือโครโมโซม เช่น โครโมโซม คู่ที่ 21 ทำให้เกิดเป็นโรค ดาวน์ซินโดรมร่วมกับเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  3. เกิดจากคุณแม่ติดเชื้อขณะที่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะภายใน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เช่นคุณแม่ติดเชื้อหัดเยอรมัน เป็นต้น
  4. คุณแม่ถูกรังสี X-Ray ในช่วง 3 เดือนแรก ของการตั้งครรภ์
  5. คุณแม่ทานยาบางชนิด เช่น ยารักษาสิว ยากันชัก หรือยาในกลุ่มแอมเฟตามีน เป็นต้น
  6. สุดท้าย คือ กลุ่มคุณแม่ที่มีอายุมากขณะตั้งครรภ์ เช่นอายุเกิน 35 ปี

โรคหัวใจภายหลังคลอด ที่เราพบได้แก่…

  • โรคหัวใจรูมาติค
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
  • โรคคาวาซากิ
  • โรคหัวใจจากการขาดวิตามินบี 1 (เหน็บชา)
  • การเต้นผิดปกติของหัวใจ

**สำหรับโรคคาวาซากิเรายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่พบมากขึ้นในปัจจุบัน

อาการที่บ่งบอกว่าลูกอาจเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

1. ลูกดูดนมแล้วเหนื่อยง่ายกว่าเด็กทั่วไป

เด็กที่ได้เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดจะใช้ระยะเวลาดูดนมนานกว่าปกติ และมักต้องดูดๆ หยุดๆ ดูดนมได้น้อยกว่าปกติ  เนื่องจากผนังหัวใจรั่วทำให้เลือดไหลผ่านรูรั่วไปที่ปอดมากกว่าปกติ หัวใจและปอดทำงานจึงมากกว่าปกติ

2. เด็กหายใจเร็วกกว่าปกติ 

เนื่องจาก ผนังหัวใจรั่ว ทำให้เลือดไหลผ่านรูรั่วไปที่ปอดมากกว่าปกติ มีผลทำให้มีการแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอดได้ไม่ดีเท่าที่ควรทำให้เด็กหายใจเร็วกว่าปกติ

3. เด็กเลี้ยงไม่ค่อยโต 

เนื่องจากเด็กเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดจะใช้พลังงานมากกว่าปกติ ทำให้เหลือไปใช้ในการเจริญ เติบโตน้อยกว่าปกติ ร่างกายจึงเจริญเติบโตช้า

4. เด็กเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดจะมีเมตาบอลิซึ่มสูงกว่าเด็กปกติทั่วไป

สังเกตได้จาเด็กมีเหงื่อออกมาก ตัวเย็น ซีดมากกว่าเด็กทั่วไป

5. หัวใจลูกเต้นแรงและเร็วกว่าปกติ

หากคุณแม่คลำที่หน้าอกหรือดูที่หน้าอกจะพบว่าหัวใจเต้นเร็ว เต้นแรง

6. เขียว

โรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด ชนิดเขียวจะสังเกตได้ว่ามีริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้าเขียวร่วมด้วย

การรักษาโรคหัวใจในเด็ก สามารถแบ่งได้ตามระดับความรุนแรงของโรค..

  1. การรักษาโดยยา เช่น ยารักษาภาวะหัวใจวาย
  2. การรักษาโดย Intervention เช่นด้วย balloon หรือ อุปกรณ์พิเศษปิดรูรั่ว เป็นต้น
  3. การรักษาโดยการผ่าตัด

ทางโรงพยาบาลได้นำเทคโนโลยีในการรักษาโรคหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัดแบบใดมาใช้บ้าง?

ปัจจุบันทางโรงพยาบาลนำการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด คือการรักษาปิดรูรั่ว PDA (Patent Ductus Arteriosus) หรือภาวะเส้นเลือดเกิน, การปิดรูรั่วของผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว (ASD)  ซึ่งมีขั้นตอนที่ง่ายและปลอดภัย  โดยเฉพาะการรักษาปิดรูรั่ว PDA และ ASD

การรักษาโรคหัวใจในเด็กโดยไม่ต้องผ่าตัดมีขั้นตอนอย่างไร?

สำหรับการรักษาในปัจจุบันจะเป็นการรักษาโดยไม่ต้องทำการผ่าตัด เป็นการนำอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายร่มสอดเข้าไปทางเส้นเลือดดำเข้าไปทางหัวใจเพื่อไปอุดรูรั่วใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เด็กจะไม่มีรอยแผลเป็น หลังการรักษาหากเด็กไม่มีภาวะแทรกซ้อนก็สามารถกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้ทันทีและสามารถใช้ชีวิตปกติ

ในกรณีที่ผ่าตัดเด็กจะต้องเสี่ยงต่อการผ่าตัดและการดมยาสลบ หลังผ่าตัดต้องดูแลอย่างใก้ลชิดใน ICU และต้องใช้เวลาในการดูอาการใน ICU ประมาณ 1-2 วัน ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันสามารถให้การรักษาโดยวิธีอุดรูรั่ว ทั้ง PDA และ ASD ซึ่งปลอดภัยและมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า

คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลลูกที่เป็นโรคหัวใจอย่างไรบ้าง

ในการดูแลเด็กที่ทำการผ่าตัดโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดแล้วนั้น เด็กจะสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนกับเด็กปกติทั่วไป สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ  สำหรับเด็กที่ยังไม่ได้ผ่าตัดควรจะประคับประคองให้เด็กสามารถเจริญเติบโต เพื่อให้เขามีสุขภาพและร่างกายที่พร้อมที่จะรับการผ่าตัด ที่สำคัญที่สุดคือห้ามให้เด็กติดเชื้อ โดยเฉพาะปอดบวม ให้รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ห้ามออกกำลังกายในเชิงแข่งขัน แต่พยายามให้เขาใช้ชีวิตประจำวันคล้ายปกติ สุดท้ายให้เด็กได้รับวัคซีนสำหรับป้องกันโรคต่างๆ เพื่อให้เขาไม่ติดเชื้อ เนื่องจากเด็กที่เป็นโรคหัวใจจะติดเชื้อง่าย และมีโอกาสเป็นโรคเรื้อรังมากกว่าเด็กทั่วไป

 

 

นพ. วัชระ จามจุรีรักษ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2

แชร์


Loading...