“เบาหวาน” โรคเรื้อรังที่หลายคนเข้าใจว่า ผู้ใหญ่กินเก่ง ผู้ที่มีอายุมาก จะมีโอกาสเสี่ยงสูง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว โรคเบาหวานเกิดขึ้นได้…แม้ในเด็กที่ยังอายุไม่ถึง 1 ปี! แล้วคุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะสังเกตสัญญาณเตือนผิดปกติอะไรจากลูกน้อยได้บ้าง นี่คือคำแนะนำจาก แพทย์หญิงนวลผ่อง เหรียญมณี กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคต่อมไร้ท่อ เบาหวาน และการเจริญเติบโต ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 2
“โรคเบาหวานในเด็ก” ต่างกับ “โรคเบาหวานในผู้ใหญ่” หรือไม่?
ถ้าพูดถึงโรคเบาหวานที่พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่นั้น คุณหมอได้อธิบายว่า.. ทั้งโรคเบาหวานในเด็กและโรคเบาหวานในผู้ใหญ่ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดเหมือนกัน แต่ “แตกต่างกัน” ตรงที่ “โรคเบาหวานชนิดที่ 1” จะพบมากในเด็ก ซึ่งเกิดจากภาวะขาดอินซูลิน ส่วนชนิดที่พบมากในผู้ใหญ่จะเป็น “โรคเบาหวานชนิดที่ 2” คือตับอ่อนสามารถผลิตอินซูลินได้ แต่อินซูลินทำงานได้ไม่ดีพอ ทำให้มีปัญหาเรื่องการเผาผลาญน้ำตาล ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกิน
ผู้ใหญ่ที่ตรวจพบ “โรคเบาหวานชนิดที่ 1” ไม่ได้เพิ่งเป็น…แต่เป็นมาตั้งแต่เด็ก!
โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นเรื่องความผิดปกติของยีน ส่งผลให้เซลล์ตับอ่อนถูกทำลายและไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ ทำให้สามารถตรวจพบโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ตั้งแต่เด็กอายุไม่ถึง 1 ปี
สำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ตรวจพบในผู้ใหญ่นั้น คุณหมอได้อธิบายเพิ่มเติมว่า.. จริงๆ แล้ว คนๆ นั้นมีภาวะเบาหวานแฝงอยู่มาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยระดับความรุนแรงของโรคและพฤติกรรมการใช้ชีวิตเลยอาจส่งผลให้โรคเบาหวานแสดงอาการช้า มาแสดงอาการในตอนที่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่แล้ว
สัญญาณเตือนแบบไหน ควรพาลูกน้อยคัดกรองเบาหวาน
สำหรับ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จากอาการเหล่านี้
- ปัสสาวะบ่อย
- ดื่มน้ำเยอะ
- น้ำหนักลด แต่กินจุ กินเก่ง
- ไม่สดชื่น พลังในการทำกิจกรรมหรือการเล่นลดลง
- บางรายลมหายใจอาจมีกลิ่นคล้ายกลิ่นผลไม้ ซึ่งเกิดจากภาวะคีโตนในเลือดสูง
ส่วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้น มักไม่อาการแสดงชัดเจน คุณหมอจึงให้คำแนะนำว่า หากลูกน้อยมีน้ำหนักตัวมากหรือมีภาวะอ้วน และผิวหนังบริเวณคอหนาดำ ไม่ว่าครอบครัวจะมีประวัติเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ ก็ควรพาเด็กมาตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานในเด็ก เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้หรือไม่
ในกรณีที่เบาหวานอยู่ระยะรุนแรง จะส่งผลให้มีเด็กอาการปัสสาวะบ่อย ขาดเกลือแร่จนมีอาการอ่อนเพลีย ระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีภาวะเลือดเป็นกรด ซึ่งจะส่งผลให้มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลช้า อาจเสี่ยงต่อภาวะโคม่าได้
ไม่อยากให้ลูกเป็นเบาหวาน สามารถป้องกันได้ยังไงบ้าง
ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 มีงานวิจัยพบว่า…เด็กที่ดื่มนมวัวอาจเพิ่มโอกาสการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเพราะสารในนมวัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่ส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ตับอ่อน ทำให้สร้างอินซูลินไม่ได้ หากเปลี่ยนจากนมวัวเป็นนมแม่แทน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ได้
กระตุ้นยีนที่ผิดปกติที่แฝงอยู่ในร่างกายผู้ป่วยตั้งแต่แรกเกิด หากเปลี่ยนจากนมวัวเป็นนมแม่แทน รวมทั้งไม่มีพฤติกรรมอื่นๆ ไปกระตุ้นยีนดังกล่าว โอกาสในการเกิดโรคก็อาจจะช้าขึ้นได้ เหมือนกับที่ผู้ป่วยบางรายเริ่มมีอาการแสดงและถูกตรวจพบว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ตอนวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่
ส่วนโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้น คุณหมอแนะนำว่า.. คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลในเรื่องของอาหาร ไม่ให้ลูกกินอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป รวมทั้งออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะจะช่วยให้ฮอร์โมนอินซูลินทำงานได้ดี
นอกจากอาการเตือนต่างๆ ที่บอกไปข้างต้น คุณหมอยังแนะนำเพิ่มเติมว่า.. กรณีมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน และ/หรือมี ภาวะอ้วน เด็กอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน เพื่อรู้ทันแนวโน้มความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน
พญ. นวลผ่อง เหรียญมณี
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2
