การรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่แบบผสมผสาน

Image

แชร์


การรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่แบบผสมผสาน

หลอดเลือดแดงใหญ่นั้นมีความสำคัญกับร่างกายมาก เปรียบเสมือนท่อประปาหลักที่ส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ สมอง ประสาทไขสันหลัง แขน ขา และรวมไปถึงในช่องท้อง เช่น ตับ ไต และลำไส้ แน่นอนว่าถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้น อย่างการที่เส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพองและปริแตก ก็มีโอกาสที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตได้ถึง 50-90%

ทำความรู้จักหลอดเลือดแดงใหญ่

หลอดเลือดแดงใหญ่เริ่มต้นตั้งแต่หัวใจ แล้วมาสิ้นสุดในช่องท้องระดับสะดือ บางครั้งมีพยาธิสภาพที่เกิดกับหลอดเลือดแดงใหญ่มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง และเกิดจากสาเหตุมากกว่าหนึ่งอย่าง การวางแผนการรักษาจึงมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของชีวิตคนไข้ ซึ่งหลักการโดยทั่วไป จะรักษาหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนที่ใกล้หัวใจก่อน และจะรักษาส่วนที่ใกล้จะแตก ซึ่งมักจะเป็นส่วนที่มีอาการ หรือรักษาส่วนที่มีขนาดใหญ่กว่าก่อน

วิธีการตรวจความสมบูรณ์และรอยโรคของหลอดเลือดแดงใหญ่

การตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ จะทำให้เห็นพยาธิสภาพทั้งหมดของหลอดเลือดแดงใหญ่ ซึ่งการวางแผนการรักษาอาจทำไปพร้อมกันทีเดียวคือรักษาพร้อมกัน หรือรักษาเป็นระยะตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ ในบางตำแหน่งของหลอดเลือดแดงใหญ่ สามารถรักษาโดยใช้ขดลวดหุ้มหลอดเลือดเทียม และบางตำแหน่งการผ่าตัดแบบเปิดจะได้ผลดีกว่า ฉะนั้นการผสมผสานการรักษาทั้งสองแบบโดยจัดลำดับก่อนหลังจะทำให้คนไข้ปลอดภัยมากขึ้น

ตัวอย่างการรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่

ยกตัวอย่างคนไข้อายุ 69 ปี เพศหญิง มาด้วยอาการปวดหลังรุนแรง มีความดันโลหิตสูงมานานกว่า 10 ปี การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบมีเลือดเซาะในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกขาลง ยาวลงมาถึงในช่องท้อง และยังพบว่าหลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องส่วนที่ต่ำกว่าหลอดเลือดแดงของไตยังโป่งพอง มีขนาดกว้าง 5.3 เซนติเมตร การฉีดสีหลอดเลือดแดงหัวใจพบว่าปกติ คนไข้มีการทำงานของไตปกติ จึงได้รักษาหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอก ด้วยการใส่ขดลวดหุ้มหลอดเลือดเทียมผ่านทางหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบซ้ายก่อน อาการปวดหลังของคนไข้ก็ดีขึ้น แต่มีอาการปวดท้องมาก จึงผ่าตัดเปลี่ยนหลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องด้วยหลอดเลือดเทียม โดยการเปิดแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง

สาเหตุที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการใส่ขดลวดหุ้มหลอดเลือดเทียม เพราะผนังของหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนที่ต่ำกว่าไตมีการเซาะแยกผนังออกเป็นสองชั้น

การผ่าตัดลุล่วงไปด้วยดี และทำในวันที่ 3 หลังการรักษาครั้งแรก จากนั้นคนไข้ฟื้นตัวดีและกลับบ้านได้ใน 7 วันหลังการผ่าตัด เมื่อการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลังการรักษา พบว่าผนังของหลอดเลือดแดงในทรวงอกมีลิ่มเลือดเกิดขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะแตกลดลง ส่วนเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในช่องท้องก็ไหลเวียนเป็นปกติ อาการปวดท้องจึงหายไปหลังผ่าตัด
ในการรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่ชนิดซับซ้อนเพราะผิดปกติหลายระดับ สามารถทำได้ด้วยความปลอดภัย ได้ผลดี มีภาวะแทรกซ้อนน้อย โดยการวางแผนผสมผสานการรักษามาตรฐานทั้งสองวิธี และจัดลำดับการรักษาให้ดี ก็จะลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

 

นพ. กิตติชัย เหลืองทวีบุญ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจหลอดเลือดและทรวงอก
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2
Loading...

แชร์


Loading...