รู้จักมะเร็งปอดกันก่อน
มะเร็งปอด แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 2 ชนิด คือ ชนิดเซลล์ขนาดเล็ก (small cell lung cancer) และชนิดเซลล์ที่ขนาดไม่เล็ก (non-small cell lung cancer) ซึ่งในกลุ่มหลังนี้พบได้ถึง 85% ของมะเร็งปอดทั้งหมด
ในปัจจุบัน มีการรักษามะเร็งปอดด้วยยาและการผ่าตัด ซึ่งมีการตอบสนองต่อการรักษาค่อนข้างดีมาก โดย นพ.กิตติชัย เหลืองทวีบุญ ศัลยแพทย์เฉพาะทางทรวงอก รพ.พญาไท 2 จะมาบอกถึง การผ่าตัดรักษามะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็กผ่านการส่องกล้อง ว่ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง รวมถึงรายละเอียดในการรักษา
การผ่าตัดรักษามะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็กผ่านกล้องส่อง และข้อดีข้อเสีย
การผ่าตัดผ่านการมองกล้องหรือการส่องกล้อง เป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของแผลผ่าตัด ปกติแล้วหากเป็นการผ่าตัดทรวงอกแบบเปิด แพทย์จะต้องตัดกล้ามเนื้อทรวงอกหนึ่งมัด คือ latissimus dorsi และเลาะกล้ามเนื้อ serratus anterior รวมถึงตัดกล้ามเนื้อระหว่างซี่โครง ทำให้ส่งผลกระทบต่อการหายใจเล็กน้อย คนไข้อาจมีอาการไอแล้วเจ็บทำให้ไม่กล้าไอแรงๆ หรือหายใจลึกๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะปอดแฟบได้ และยังมีผลต่อการเคลื่อนไหวของหัวไหล่
ส่วนวิธีการผ่าตัดแบบเปิดแผลกับการผ่าตัดผ่านกล้องนั้นเหมือนกันทุกอย่าง คือต้องแยกหลอดเลือดและหลอดลมและเลาะต่อมน้ำเหลือง แต่ต่างกันตรงที่การผ่าตัดด้วยกล้องศัลยแพทย์ไม่ได้สัมผัสกับเนื้อเยื่อโดยตรง จึงไม่สามารถคลำได้ว่าก้อนในปอดอยู่ที่ใด ต้องอาศัยตัวช่วย เช่น ขดลวด การฉีดสีเพื่อหาตำแหน่งก้อน ถ้าหากก้อนอยู่ลึกกว่าผิวปอดมากกว่า 1 เซนติเมตร การผ่าตัดผ่านรูเล็กๆ จะต้องใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติ เพื่อแบ่งและเย็บหลอดเลือดปอดและหลอดลมซึ่งมีราคาแพงกว่าการผูกด้วยไหมหรือการเย็บด้วยไหมมาก ราคาต่อการตัดเย็บหนึ่งครั้งเกือบหนึ่งหมื่นบาท โดยในคนไข้แต่ละรายอาจต้องใช้เครื่องมือถึง 5 ชิ้น คิดเป็นเงินเฉพาะค่าตัวเครื่องมือตัดเย็บถึง 5 หมื่นบาทเลยทีเดียว
จากการศึกษาพบว่า ในศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดด้วยกล้องจนเชี่ยวชาญแล้ว เวลาในการผ่าตัดอาจไม่นานกว่าการผ่าตัดแบบเปิด และการผ่าตัดด้วยกล้องมีข้อดี คือความเจ็บปวดแผลน้อยกว่า การเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะแรกอาจน้อยกว่า และการนอนโรงพยาบาลอาจน้อยกว่าประมาณ 1 วัน แต่ผลในการรักษามะเร็งอาจไม่แตกต่างกว่าผ่าตัดแบบเปิด อัตราหายขาดถ้าเป็นมะเร็งในระยะ 1 ก็ให้ผลการรักษาที่ไม่ต่างกันมาก
การดูแลแผลผ่าตัดและการฟื้นตัว
แผลผ่าตัดทรวงอก การตัดกล้ามเนื้อผนังหน้าอก ไม่มีผลเสียในระยะยาว อาการเจ็บปวดที่เกิดจากการถ่างกระดูกซี่โครงจะไม่มาก แต่อาจมีอาการเสียวใต้ราวนมเพราะการผูกซี่โครงเข้าหากันหลังการผ่าตัดแบบเปิด อาจผูกถูกเส้นประสาทที่เลี้ยงผิวหนัง บริเวณใต้ราวนมข้างเดียวกัน ปกติไหมจะละลายหมดในเวลา 2 เดือนหลังผ่าตัด ดังนั้นอาการเสียว ชา ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น การที่คนไข้พยายามเคลื่อนไหวจะมีผลดีต่อการหายของแผล และจะป้องกันหัวไหล่ติด ซึ่งเป็นปัญหาระยะยาวที่แก้ไขได้ยาก แต่ป้องกันได้โดยการเคลื่อนไหวหัวไหล่หลังผ่าตัดทันที
คำจำความของการผ่าตัดกลีบปอดด้วยการส่องกล้อง
ในปี ค.ศ. 2012 มีการประชุมเพื่อให้คำจำกัดความของ “การผ่าตัดกลีบปอดด้วยกล้อง” ว่า
- ไม่ใช้เครื่องมือถ่างกระดูกซี่โครง
- แผลยาวมากที่สุดไม่เกิน 8 เซนติเมตร
- การเลาะหลอดเลือดและหลอดลมแยกกัน มักใช้เครื่องมือตัดเย็บปอดอัตโนมัติในการแบ่งและเย็บหลอดเลือดและหลอดลม ในปัจจุบันจะไม่มีแผลผ่าตัดใหญ่ แต่จะผ่าตัดผ่านรูเจาะที่ทรวงอกประมาณ 1-3 รู
ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด VATS lobectomy
- มะเร็งปอดที่มีขนาดเล็กกว่า 6 เซนติเมตร
- มะเร็งระยะที่ 1 หรือระยะที่ 2
- ต่อมน้ำเหลืองที่ข้างหลอดลมใหญ่ใน mediastinum ต้องไม่ผิดปกติ
ทั้งนี้ คนไข้ที่มีสมรรถภาพปอดต่ำไม่สามารถทนการดมยาด้วยปอดข้างเดียว ไม่สามารถผ่าตัดด้วยวิธีนี้ได้ เพราะจะรบกวนการมองเห็นของกล้อง ต่างจากการผ่าตัดแบบเปิด ซึ่งยังอาจทำได้ คนไข้ที่มีพังผืดในเยื่อหุ้มปอดมาก เช่น เคยผ่าตัดช่องปอดมาก่อน เคยมีการติดเชื้อในช่องปอดจะทำให้การผ่าตัดด้วยกล้องทำได้ยากกว่าผ่าตัดแบบเปิด เช่นกัน
นพ. กิตติชัย เหลืองทวีบุญ
ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจหลอดเลือดและทรวงอก
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2
