โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบในผู้สูงอายุ อันตรายเงียบที่อาจถึงชีวิต!

Image

แชร์


โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบในผู้สูงอายุ อันตรายเงียบที่อาจถึงชีวิต!

โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ คือโรคลิ้นหัวใจที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากความเสื่อมของลิ้นหัวใจ และไม่มีอาการเตือนจนกว่าการตีบอยู่ในระดับที่รุนแรง ทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อเกิด “ภาวะหัวใจวาย” และเสียชีวิตได้..เพราะไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที!!

 

“ลิ้นหัวใจ” สำคัญยังไงกันนะ?

เพราะหัวใจมีหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย “ลิ้นหัวใจ” จึงเปรียบเสมือนประตูที่คอยเปิดปิดให้เลือดผ่านเข้าออกในแต่ละห้องหัวใจ หากลิ้นหัวใจมีการชำรุดหรือไม่สามารถควบคุมวงจรการไหลเวียนให้เป็นปกติได้ กล้ามเนื้อหัวใจก็จะยิ่งทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจวายและเสียชีวิตได้

 

“หินปูนเกาะ” สาเหตุหลักของการตีบ

ลิ้นหัวใจตีบเป็นกระบวนการของลิ้นที่เสื่อมตามวัย เพราะอายุที่มากขึ้น..หัวใจทำงานหนักมานาน ทำให้เกิดหินปูนเกาะที่ลิ้นหัวใจ โดยเฉพาะ “ลิ้นหัวใจเอออร์ติก (aortic valve)” ที่กั้นระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายกับหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (aorta) และเป็นส่วนที่ทำงานหนักที่สุด มีการกระแทกลิ้นหัวใจเปิด-ปิดแรง เพราะต้องส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ผู้สูงอายุมักพบปัญหาที่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบได้บ่อยนั่นเอง

 

หน้ามืด เป็นลม อาจไม่ใช่เรื่องปกติของผู้สูงวัย

สำหรับผู้สูงอายุ หากสังเกตพบว่ามีอาการแน่นหน้าอก เป็นลม หรือหน้ามืด ควรรีบมาพบแพทย์ เพราะอาการบ่งชี้ที่เกิดมักมาจากภาวะตีบรุนแรง ซึ่งผู้ป่วยอาจจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 ปีเท่านั้น เนื่องจากหัวใจไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิมแล้ว

 

ยิ่งสูงวัย “การตรวจหัวใจ” ยิ่งสำคัญ

เพราะโรคลิ้นหัวใจตีบมักไม่มีอาการแสดงชัดเจนจนกว่าจะเกิดการตีบอย่างรุนแรง ผู้ที่มีอายุมาก โดยเฉพาะช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจร่างกายและตรวจหัวใจ เช่น ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (echo) เพื่อประเมินระดับการตีบแคบของลิ้นหัวใจ

 

รู้หรือไม่? “การผ่าตัด” อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด

แม้ว่าการรักษาโรคลิ้นหัวใจตีบแบบดั้งเดิม คือการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ แต่เนื่องจากคนไข้ส่วนใหญ่อายุเยอะแล้ว การพักฟื้นหลังผ่าตัดจึงนานกว่าคนไข้ทั่วไปเพราะร่างกายฟื้นตัวช้า และแม้ว่าการผ่าตัดจะมีความสำเร็จสูง แต่ก็มีกระบวนการที่ซับซ้อน..ต้องผ่าตัดเปิดกระดูก ใช้เครื่องช่วยหายใจและปอดเทียม ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดนานหลายชั่วโมง ตลอดจน..การผ่าตัดไม่เหมาะที่จะใช้รักษาในผู้ที่เคยผ่าตัดหัวใจมาก่อน หรือเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทำให้ “การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ” อาจไม่ใช่คำตอบในการรักษาสำหรับผู้ป่วยทุกคน!

 

TAVI ซ่อมลิ้นหัวใจตีบ..โดยไม่ต้องผ่าตัด

ด้วยข้อจำกัดของการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจที่มีอยู่ ทำให้ TAVI (Trans catheter Aortic Valve Implantation) หรือการฝังลิ้นหัวใจเทียมขนาดเล็กเข้าไปในเส้นเลือดแดงบริเวณขาหนีบ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ป่วยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก แผลมีขนาดเล็กมาก และผู้ป่วยไม่ต้องพักฟื้นนาน โดยจากการศึกษาพบว่า.. การรักษาด้วย TAVI มีผลดีกว่าการผ่าตัดแบบปกติมาก คือเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า เสียชีวิตน้อยกว่า และผลของการรักษาได้ผลดีเหมือนการผ่าตัดหัวใจแบบดั้งเดิม

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในปัจจุบันยังไม่มีผลการรักษาด้วย TAVI ในระยะยาว เช่น นานกว่า 5 ปี เพราะเหตุนี้ ในคนไข้ที่อายุไม่มาก “การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ” ก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีและเหมาะสมที่สุด เพราะมีผลระยะยาวมากถึง 20 ปี

 

 

นพ. กิตติชัย เหลืองทวีบุญ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจหลอดเลือดและทรวงอก
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2
Loading...

แชร์


Loading...