เบาหวานในเด็ก เรื่องใกล้ตัวที่พ่อแม่ควรรู้ เข้าใจเร็ว ดูแลได้ทัน

Image

แชร์


เบาหวานในเด็ก เป็นโรคเรื้อรังที่สามารถพบได้มากขึ้นในปัจจุบัน และไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายครอบครัวคิด หากรู้เท่าทันอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และทำให้เด็กสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

 

เบาหวานคืออะไร ?

โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) คือ ภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่นำน้ำตาลจากกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์ เพื่อใช้เป็นพลังงาน เมื่อร่างกายขาดอินซูลิน หรือใช้อินซูลินได้ไม่ดี จะทำให้น้ำตาลสะสมในเลือด และส่งผลต่ออวัยวะต่าง ๆ ในระยะยาว

 

อาการของเบาหวานในเด็ก สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

อาการของเบาหวานในเด็กมักเริ่มจากอาการที่ดูเหมือนไม่รุนแรง แต่สามารถสังเกตได้ เช่น

  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะกลางคืน
  • ดื่มน้ำบ่อยผิดปกติ
  • หิวบ่อย รับประทานมากขึ้น
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง

 

ภาวะฉุกเฉินที่ต้องระวัง DKA

DKA (Diabetic Ketoacidosis) เป็นภาวะแทรกซ้อนจากน้ำตาลในเลือดสูงมาก ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยมีอาการ เช่น

  • ขาดน้ำ
  • หายใจหอบลึก
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • ซึมลง หรือหมดสติ

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาเด็กมาพบแพทย์ทันที

 

การวินิจฉัยเบาหวานในเด็ก

การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก มีความสำคัญต่อการวางแผนการรักษาในระยะยาว การวินิจฉัยทำได้จากการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด โดยใช้เกณฑ์ทางการแพทย์ เช่น

  • HbA1C ≥ 6.5%
  • น้ำตาลหลังอดอาหาร (FPG) ≥ 126 mg/dL
  • น้ำตาลหลังทดสอบความทนกลูโคส 2 ชั่วโมง ≥ 200 mg/dL
  • หรือมีอาการร่วมกับน้ำตาลในเลือด ≥ 200 mg/dL

 

ชนิดของเบาหวานในเด็ก

เด็กสามารถเป็นเบาหวานได้หลายชนิด แต่ที่พบบ่อยคือ

1. เบาหวานชนิดที่ 1

เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเซลล์ตับอ่อน → ทำให้ร่างกาย “ขาดอินซูลิน”

2. เบาหวานชนิดที่ 2

เกิดจากภาวะ “ดื้อต่ออินซูลิน” มักสัมพันธ์กับโรคอ้วนและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารหวาน ไขมันสูง และไม่ออกกำลังกาย

 

การรักษาเบาหวานในเด็ก

เบาหวานชนิดที่ 1 จำเป็นต้องรักษาด้วย อินซูลิน โดยมีหลายรูปแบบ เช่น

  • ฉีดวันละ 2 ครั้ง คือก่อนอาหารเช้าและเย็น
  • ฉีดวันละ 3 ครั้ง คือ ก่อนอาหารเช้า, เย็น และก่อนนอน
  • ฉีดวันละ 4 ครั้ง คือ ก่อนอาหารเช้า, กลางวัน, เย็น และก่อนนอน วิธีนี้จะเลียนแบบอินซูลินธรรมชาติ)
  • Insulin Pump คือ การให้อินซูลินอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการใช้ CGM (Continuous Glucose Monitoring) เพื่อติดตามระดับน้ำตาลแบบเรียลไทม์

เบาหวานชนิดที่ 2 รักษาด้วย

  • ยารับประทาน
  • การควบคุมอาหาร
  • การออกกำลังกาย

ในกรณีที่น้ำตาลสูงมาก (HbA1C ≥ 8.5%) อาจจำเป็นต้องใช้อินซูลินร่วมในช่วงแรก

 

การดูแลเด็กเบาหวาน ต้องมากกว่าการรักษา

การดูแลเด็กที่เป็นเบาหวาน ไม่ได้มีเพียงการให้ยา แต่ต้องอาศัยการดูแลแบบองค์รวม ได้แก่

  • การให้ความรู้กับเด็กและผู้ปกครอง
  • การวางแผนโภชนาการที่เหมาะสม
  • การติดตามระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง
  • การปรับยาอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย

โดยเฉพาะในช่วงแรกของการวินิจฉัย ครอบครัวมักมีความกังวลและคำถามจำนวนมาก การมีทีมแพทย์และบุคลากรที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ผู้ปกครองมีความมั่นใจในการดูแลลูกได้มากขึ้น

 

แนวทางการดูแลแบบครบวงจร ที่โรงพยาบาลพญาไท 2

จากประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยเด็กเบาหวาน ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อในเด็ก พร้อมทีมสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่

    • แพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อในเด็ก
    • พยาบาลศูนย์เบาหวาน
    • พยาบาลเด็ก
    • นักโภชนาการ

จะร่วมกันวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) พร้อมให้คำแนะนำตั้งแต่วันแรกที่วินิจฉัย จนถึงการดูแลระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีช่องทางให้ผู้ปกครองสามารถปรึกษาแพทย์ได้โดยตรง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการควบคุมน้ำตาล และการปรับแผนการรักษาในชีวิตจริง

 

รู้เร็ว ดูแลได้ เด็กใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

เบาหวานในเด็ก อาจเป็นเรื่องที่ทำให้หลายครอบครัวรู้สึกกังวลในช่วงแรก แต่ด้วยการวินิจฉัยที่ถูกต้อง การรักษาที่เหมาะสม และการดูแลอย่างต่อเนื่อง เด็กที่เป็นเบาหวานสามารถเติบโต เรียนรู้ และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

 

หากลูกของคุณมีอาการที่น่าสงสัย หรือมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน แนะนำเข้ารับการตรวจประเมินกับแพทย์เฉพาะทาง

 

ที่ โรงพยาบาลพญาไท 2 พร้อมดูแลเด็กเบาหวานแบบครบวงจร ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ช่วยให้การรักษาเป็นเรื่อง “เข้าใจง่าย และควบคุมได้จริง”

Loading...

แชร์


Loading...