รับมือ “ผิวแห้งหน้าหนาว” ต้องทำอย่างไร ?

Image

แชร์


รับมือ “ผิวแห้งหน้าหนาว” ต้องทำอย่างไร ?

ดูแลผิวอย่างไรให้ชุ่มชื้น ไม่ลอก ไม่คัน เมื่ออากาศเย็นลง 

เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว อุณหภูมิและความชื้นในอากาศจะลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย หลายคนจึงมีอาการผิวลอก แห้งตึง คัน หรือระคายเคืองมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคผิวหนังพื้นฐานอย่างผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) วันนี้ พญ. ประณีต สัจจเจริญพงษ์ แพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง โรงพยาบาลพญาไท 2 จะมาแนะนำการดูแลผิวอย่างเหมาะสม ที่จะช่วยลดอาการไม่สบายผิว และป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ 

 

ทำไม “ผิวแห้ง” จึงพบบ่อยในฤดูหนาว ?

  • ความชื้นต่ำ ทำให้ผิวสูญเสียน้ำเร็วขึ้น 
  • อากาศเย็น ทำให้เส้นเลือดหดตัว ส่งผลให้ผิวได้รับสารอาหารน้อยลง 
  • ลมแรง เพิ่มการระเหยของน้ำออกจากผิว 
  • อาบน้ำอุ่นจัด ซึ่งหลายคนทำในช่วงอากาศเย็น ทำให้ผิวแห้งมากขึ้น 
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีสารระคายเคือง เช่น สบู่ที่มีค่า pH สูง ทำให้ผิวสูญเสียเกราะป้องกัน 

 

อาการที่พบบ่อยของผิวแห้งในหน้าหนาว 

  •  ผิวลอกแห้งเห็นเป็นขุย 
  •  ผิวตึงหรือแสบเมื่อโดนอากาศเย็น 
  •  คันผิว โดยเฉพาะช่วงหน้า แขน ขา 
  •  ผิวแตกเป็นร่อง บางครั้งมีเลือดออก 
  •  แต่งหน้าไม่ติด ผิวไม่เรียบ 
  •  บางรายอาจเกิดผื่นแพ้หรือผิวอักเสบได้ 

 

วิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้นในช่วงอากาศเย็น 

เลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผิว เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เช่น 

  • Ceramide – เสริมเกราะป้องกันผิว 
  • Hyaluronic Acid – เติมน้ำให้ผิว 
  • Glycerin / Urea – ช่วยดึงน้ำเข้าไว้ในผิว 
  • Shea Butter / Squalane – เคลือบผิวลดการสูญเสียน้ำ 

 

ควรทาบ่อยขึ้นในช่วงหน้าหนาว โดยเฉพาะหลังอาบน้ำทันที  

  1. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัด น้ำที่ร้อนเกินไปจะชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติ ทำให้ผิวแห้งมากขึ้น ควรใช้น้ำอุณหภูมิอุ่นปานกลาง และลดเวลาอาบน้ำให้สั้นลง
  2. ใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีฟองเยอะหรือมีน้ำหอม เลือกผลิตภัณฑ์ pH 5.5–6.5 เพื่อไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว
  3. เพิ่มความชื้นในอากาศ หากอยู่ในห้องแอร์ตลอดวัน ห้องจะยิ่งแห้ง สามารถใช้ เครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier) เพื่อช่วยรักษาความชื้นในอากาศ
  4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ แม้อากาศเย็นจะทำให้เรารู้สึกกระหายน้ำน้อยลง แต่ร่างกายยังคงต้องการน้ำเพื่อรักษาความยืดหยุ่นของผิว ควรดื่มน้ำวันละ 6–8 แก้ว หรือมากกว่านั้นตามกิจกรรม
  5. ทาครีมกันแดดแม้ในหน้าหนาว รังสียูวีสามารถทำร้ายผิวได้ตลอดทั้งปี เลือกครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป เพื่อป้องกันผิวแห้งเสียจากแดด
  6. เลือกเสื้อผ้าที่ไม่ระคายเคือง หลีกเลี่ยงผ้าขนสัตว์หรือผ้าเนื้อหยาบที่ทำให้ผิวคัน เลือกผ้านุ่มหรือผ้าฝ้าย และซักเสื้อผ้าด้วยน้ำยาซักที่อ่อนโยน

 

สัญญาณที่ควรมาพบแพทย์ผิวหนัง แม้ผิวแห้งทั่วไปจะดูแลเองได้ แต่หากมีอาการต่อไปนี้ควรพบแพทย์ 

  1.  ผิวแตกเป็นแผล มีเลือดออก หรือมีน้ำเหลือง 
  2.  มีผื่นแดง คันมาก หรือสงสัยติดเชื้อ 
  3.  ควบคุมอาการไม่ได้แม้ดูแลเบื้องต้นแล้ว 
  4.  มีโรคผิวหนังประจำตัว เช่น Atopic Dermatitis, Psoriasis อาการกำเริบในช่วงหน้าหนาว 

 

แพทย์ผิวหนังอาจให้ครีมสเตียรอยด์อ่อน ๆ ยาทาสมานผิว หรือแนะนำผลิตภัณฑ์เฉพาะ เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างเหมาะสม 

 

ผิวแห้งในหน้าหนาวสามารถป้องกันได้ด้วยการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ดื่มน้ำเพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวสูญเสียความชื้น หากมีอาการรุนแรงหรือเป็นเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการดูแลอย่างถูกต้อง 

 

Loading...

แชร์


Loading...

รับมือ “ผิวแห้งหน้าหนาว” ต้องทำอย่างไร ?