ในยุคที่ “โรคอ้วน” ไม่ใช่เพียงเรื่องรูปร่าง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคสมองหรือแม้กระทั่งโรคมะเร็งบางชนิด การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาว
สำหรับผู้ที่พยายามควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือใช้ยาลดน้ำหนักทางการแพทย์แล้วน้ำหนักยังไม่ลดตามเป้าหมาย มีภาวะน้ำหนักกลับคืนหลังหยุดยา แต่ยังไม่อยากรักษาด้วยการผ่าตัดลดน้ำหนัก ปัจจุบันมีอีกหนึ่งทางเลือกที่ทันสมัยและปลอดภัยมากขึ้น คือ การส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร (Endoscopic Sleeve Gastroplasty : ESG) ซึ่งช่วยลดขนาดกระเพาะโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 เราให้ความสำคัญกับการรักษาโรคอ้วนแบบองค์รวม ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินอาหาร ศัลยแพทย์ และทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว
ESG คืออะไร ?
Endoscopic Sleeve Gastroplasty (ESG) คือหัตถการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผล โดยแพทย์จะใช้กล้องส่องทางเดินอาหาร (Endoscope) ใส่ผ่านทางปากลงไปในกระเพาะอาหาร จากนั้นใช้อุปกรณ์พิเศษเย็บพับผนังกระเพาะจากด้านใน ทำให้กระเพาะมีขนาดเล็กลงและมีลักษณะคล้าย “Sleeve” โดยไม่มีการตัดกระเพาะออก และไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก ผลลัพธ์คือ
- อิ่มเร็วขึ้น
- รับประทานอาหารได้น้อยลง
- ควบคุมปริมาณพลังงานต่อวันได้ดีขึ้น
ESG แตกต่างจากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะแบบเดิมอย่างไร ?
| ข้อเปรียบเทียบ | ESG | ผ่าตัดกระเพาะแบบ Sleeve Gastrectomy |
| แผลผ่าตัด | ไร้แผลภายนอก | มีแผลผ่าตัดหน้าท้อง |
| การตัดกระเพาะ | ไม่ตัดกระเพาะ | ตัดกระเพาะออกบางส่วน |
| ระยะพักฟื้น | 1-2 วัน | 3-4 วัน |
| ความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน | ต่ำ | สูงกว่าการผ่าตัดแบบ ESG |
ESG จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง แต่ยังไม่ต้องการรักษาด้วยการผ่าตัด
ใครเหมาะกับการทำ ESG ?
แนวทางเวชปฏิบัติทางการแพทย์มาตรฐานนานาชาติแนะนำว่าการรักษาด้วย ESG เหมาะสำหรับผู้ที่มี
- ดัชนีมวลกาย (BMI) ≥ 30
- BMI ≥ 27 ร่วมกับโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง
- ลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
- ต้องการทางเลือกที่ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่
อย่างไรก็ตาม การประเมินความเหมาะสมจำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกาย และวางแผนร่วมกับแพทย์เฉพาะทาง
ขั้นตอนการส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร ESG
การส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร (Endoscopic Sleeve Gastroplasty : ESG) เริ่มต้นจากการประเมินร่างกายอย่างละเอียดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและเตรียมความพร้อมก่อนทำหัตถการ ในวันทำการรักษา ผู้ป่วยจะได้รับยานอนหลับหรือดมยาสลบภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ จากนั้นแพทย์จะใส่กล้องส่องทางเดินอาหารผ่านทางปากลงสู่กระเพาะ โดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัดภายนอก แล้วใช้อุปกรณ์เย็บพิเศษพับผนังกระเพาะจากด้านในให้มีขนาดเล็กลง คล้ายลักษณะกระเพาะแบบ Sleeve ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 90–120 นาที หลังทำผู้ป่วยจะพักสังเกตอาการ และสามารถเริ่มจิบน้ำตามแผนการดูแลที่แพทย์กำหนด โดยทั่วไปสามารถพักฟื้นระยะสั้นและกลับบ้านได้ภายใน 1–2 วัน ทั้งนี้หลังทำจำเป็นต้องปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและติดตามผลกับทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว
ข้อดีของการส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร ESG
- ไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก ลดความเสี่ยงติดเชื้อ
- ฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไว
- ไม่ตัดกระเพาะ โครงสร้างร่างกายยังคงเดิม
- ช่วยลดน้ำหนักเฉลี่ย 15–20% ภายใน 1 ปี
- ช่วยลดความเสี่ยงเบาหวาน ความดัน ไขมัน และโรคหัวใจ
- ลดแรงกดต่อข้อเข่าและหลัง เพิ่มความคล่องตัว
- สนับสนุนสุขภาพกายและความมั่นใจในระยะยาว
ผลลัพธ์หลังทำ ESG
โดยเฉลี่ย ผู้เข้ารับการรักษาสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 15–20% ของน้ำหนักตัวภายใน 12 เดือนแรก และสามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 25-35% หากใช้ร่วมกับยาลดน้ำหนักทางการแพทย์ เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำด้านโภชนาการและพฤติกรรมอย่างเคร่งครัด ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับ
- วินัยในการควบคุมอาหาร
- การออกกำลังกาย
- การติดตามโปรแกรมดูแลหลังทำ
ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 เราเน้นการดูแลแบบ Multidisciplinary Care โดยมีนักโภชนาการ และทีมดูแลพฤติกรรมสุขภาพร่วมติดตามอย่างต่อเนื่อง
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ
แม้การส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร ESG จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่ยังอาจพบอาการข้างเคียงได้ เช่น
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดแน่นท้องช่วงแรก
- กรดไหลย้อน
- เลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน
การส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร (ESG) คือเทคโนโลยีลดน้ำหนักยุคใหม่ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ ด้วยเทคนิคแบบไม่เปิดแผล ไม่ตัดกระเพาะ ลดการบาดเจ็บต่อร่างกาย ทำให้โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนโดยรวมต่ำกว่า และใช้ระยะพักฟื้นสั้นกว่า สามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้รวดเร็ว เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ไม่ต้องการหยุดชีวิตไว้นาน
ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 การทำ ESG อยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและการรักษาโรคอ้วน พร้อมวิสัญญีแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินก่อนทำ การวางแผนโภชนาการ ไปจนถึงการติดตามผลระยะยาว เพื่อให้การลดน้ำหนักไม่ใช่เพียงแค่ “ตัวเลขที่ลดลง” แต่คือการลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
ESG จึงไม่ใช่แค่หัตถการทางการแพทย์ แต่คือทางเลือกที่ช่วยเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคุณ ที่ให้ความสำคัญทั้งความปลอดภัย ผลลัพธ์ และประสบการณ์ของผู้รับบริการในทุกมิติ
นพ. กิตติธัช ตันติธนวัฒน์
แพทย์เฉพาะทางด้านการส่องกล้องลดขนาดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก
โรงพยาบาลพญาไท 2
