ผู้มีบุตรยาก คือ คู่สามี-ภรรยาที่แต่งงานอยู่กินด้วยกัน และมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์โดยไม่มีการคุมกำเนิด เป็นเวลา 1 ปีขึ้นไป…แต่ยังไม่ตั้งครรภ์ คนกลุ่มนี้จะถือว่าเข้าข่ายเป็นผู้มีบุตรยาก
ปัจจัยที่ทำให้เกิด “ภาวะมีบุตรยาก”
- ปัจจัยที่เกิดจากฝ่ายชาย
การเกิดภาวะมีบุตรยากจากปัญหาของฝ่ายชาย อาจเกิดจาก “น้ำเชื้อ”ที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากปัญหาสุขภาพ เช่นโรคประจำตัว เบาหวาน ความดัน หัวใจ หรือเคยทำหมันมาก่อน นอกจากนั้น การมีประวัติเคยเป็นคางทูมในวัยเด็ก เคยได้รับบาดเจ็บ กระทบกระเทือนบริเวณอวัยวะเพศจากอุบัติเหตุ หรือจากการเล่นกีฬาที่มีการเสียดสีบริเวณอัณฑะทำให้เกิดความร้อน เช่น ปั่นจักรยาน ชกมวย อาจทำให้การสร้างน้ำเชื้อของอัณฑะผิดปกติได้
นอกจากนั้น พฤติกรรม อย่างเช่น การดื่มเหล้าเป็นประจำ สูบบุหรี่จัด ติดสารเสพติด หรือมีปัญหาทางพันธุกรรมคือคนในครอบครัวมีประวัติมีลูกยาก หรือมีความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น ไส้เลื่อนที่ถุงอัณฑะ เส้นเลือดขอดที่ถุงอัณฑะ ลูกอัณฑะไม่ลงมาในถุงอัณฑะตั้งแต่เกิด เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะผู้มีบุตรยากได้เช่นกัน สุดท้ายแล้วผู้ชายจะมีปัญหาหรือไม่ หรือมีปัญหารุนแรงแค่ไหนให้ดูที่คุณภาพน้ำเชื้อเป็นสำคัญ
ความจริงแล้วอายุของฝ่ายชายที่มากขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับการมีลูกยาก แต่กลับกันแม้อายุน้อยก็มีปัญหาน้ำเชื้อได้ เพราะถ้าอายุน้อยแล้วไม่ดูแลสุขภาพให้ดี มีโรคประจำตัว มีพฤติกรรมที่เสี่ยง ก็มีผลทำให้น้ำเชื้ออ่อนได้ เพราะฉะนั้นแล้วอายุไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ฝ่ายชายมีลูกยาก
- ปัจจัยที่เกิดจากฝ่ายหญิง
โครงสร้างอวัยวะสืบพันธ์ภายใน เพราะผู้หญิงจะมีลูกได้นั้นต้องอาศัยมดลูก รังไข่ และท่อนำไข่ จึงต้องมาดูว่ามีโรคที่เกี่ยวกับโครงสร้างดังกล่าวนั้นหรือไม่ เช่น เนื้องอกในมดลูก ซีสต์รังไข่ ท่อนำไข่อุดตัน
โดยการที่ท่อนำไข่อุดตันนั้นมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากการทำหมันมาก่อน หรือจากพังผืดรัดท่อนำไข่ ซึ่งพังผืดมักจะเกิดตามหลังการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานบ่อยๆ มีโรคประจำตัว อย่างช็อกโกแลตซีสต์ หรือการที่เคยผ่าตัดอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น ไส้ติ่ง เนื้องอกมดลูก หรือถุงน้ำรังไข่ เรียกได้ว่าโรคอะไรก็ตามที่ทำให้มดลูกมีปัญหา ท่อนำไข่มีปัญหา หรือรังไข่มีปัญหา
โรคพวกนี้จะทำให้มีความเสี่ยงในการมีลูกยากในอนาคตได้ทั้งนั้น ส่วนโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ และไทรอยด์ ถ้าควบคุมได้ไม่ดีก็เป็นสาเหตุทำให้มีลูกยากได้ด้วยเช่นกัน
– ภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง หรือตกไข่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งคนไข้มักมีประวัติประจำเดือนแปรปรวน มาไม่ตรง นานๆ มาที คาดคะเนไม่ได้ โดยมักสัมพันธ์กับโรคไทรอยด์ ฮอร์โมนโปรแลคตินสูง โรคPCOS หรือแม้กระทั่งโรคอ้วน
– อายุ ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้หญิงมีบุตรยาก เพราะเมื่ออายุมากขึ้นรังไข่จะเริ่มเสื่อม จำนวนไข่ก็จะเริ่มน้อยลง คุณภาพก็ด้อยลง โอกาสที่จะมีลูกได้เองตามธรรมชาติก็จะน้อยลงหรือหากตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงๆโอกาสที่เด็กจะผิดปกติก็มากขึ้น และเสี่ยงต่อการแท้งสูงขึ้นอีกด้วย
วิธีสังเกตง่ายๆ สำหรับผู้หญิงที่มีลูกยาก คือ
ให้สังเกตจากประจำเดือนเป็นหลัก ถ้าประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ จะถือว่าเป็นกลุ่มที่ไข่ตกไม่สม่ำเสมอจึงกำหนดวันตกไข่ได้ยาก นอกจากนั้นเรื่องของน้ำหนักตัว ถ้าอ้วนไปหรือผอมไป ก็ส่งผลให้มีบุตรยากได้เช่นกัน
‘ยาคุมกำเนิด’ ส่งผลต่อการมีบุตรยากหรือไม่?
หากรับประทานยาคุมมาเป็นเวลานาน แต่หลังจากที่หยุดยาคุมไปแล้วรอบเดือนกลับมาสม่ำเสมอก็ถือว่ายาคุมหมดฤทธิ์ไปแล้ว…ไม่ส่งผลต่อการมีลูกยากแต่อย่างใด
ตรวจคัดกรองก่อนมีบุตร จำเป็นหรือไม่?
เมื่อวางแผนจะมีครอบครัวสิ่งที่ต้องวางแผนต่อไปหลังจากที่เราแต่งงานนั่นก็คือเราจะมีลูกกันเลยหรือไม่? เพราะถ้าอยากมีลูกเลยก็ต้องมาดูว่าเรามีความเสี่ยงอะไรบ้างในการที่จะมีลูก เช่น โรคประจำตัว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือในบางกรณีที่ไม่รู้ตัวมาก่อนว่ามีโรคประจำตัว พอมาตรวจแล้วพบว่าเป็นโรคโลหิตจาง (ธาลัสซีเมีย) เนื่องจากโรคนี้บางทีก็ไม่ได้แสดงอาการว่าผิดปกติ เพราะเป็นเพียงกลุ่มพาหะ แต่ก็อาจส่งผลให้ลูกเป็นโรคที่รุนแรงกว่าพ่อ-แม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงควรมาตรวจคัดกรองก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรที่จะเกิดขึ้นกับลูกหรือไม่
หากผ่านการตรวจคัดกรองแล้วพบว่าไม่มีความเสี่ยงในการมีบุตร หลังจากนั้นค่อยมาดูกันต่อว่าเข้าข่ายมีบุตรยากหรือไม่ โดยแนะนำให้ฝ่ายชายตรวจน้ำเชื้อ และฝ่ายหญิงตรวจอัลตราซาวด์ดูว่ามีโรคเกี่ยวกับโครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ภายในหรือไม่ ทั้งนี้หากผ่านเกณฑ์ทุกอย่าง แพทย์อาจแนะนำให้คู่รักลองปล่อยมีลูกเองตามธรรมชาติสัก 1 ปี หากไม่สำเร็จค่อยมาปรึกษาแพทย์ภายหลัง แต่หากฝ่ายหญิงอายุมากแล้ว เช่น อายุเกิน 35 ปี อาจแนะนำให้ลองเพียง 6 เดือนถ้าไม่สำเร็จก็ควรรีบมาปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆได้เลย
ดังนั้น การไม่ได้ตรวจคัดกรองภาวะมีบุตรยากตั้งแต่แรกก่อนที่จะปล่อยให้มีลูก หากไปลองเองก่อนแล้วไม่สำเร็จก็จะทำให้เสียเวลาเปล่า เสียโอกาสที่จะได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะเมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้นจะส่งผลให้มีลูกยากมากขึ้นตามไปด้วย
“ความเครียด” สาเหตุที่ส่งผลต่อการมีลูกยากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
เพราะความเครียดมีผลโดยตรงต่อการผลิตฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง โดยการผลิตน้ำเชื้อจากอัณฑะของฝ่ายชายจำเป็นต้องอาศัยฮอร์โมน ถ้าการผลิตฮอร์โมนเพศผิดปกติก็ทำให้การผลิตน้ำเชื้อจากอัณฑะทำได้ไม่ดี คุณภาพน้ำเชื้อก็แย่ลง ส่วนฝ่ายหญิงความเครียดจะส่งผลรบกวนกระบวนการตกไข่ ยิ่งช่วงไหนที่เครียด นอนน้อย นอนดึก ก็อาจทำให้ไข่ไม่ตก ประจำเดือนจึงไม่มา หรือมาช้าได้
นพ. ปัญญา ศักดิ์สง่าวงษ์
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร โรงพยาบาลพญาไท 2
