มะเร็งจิสต์ (GIST) โรคที่พบไม่บ่อย แต่ไม่ควรมองข้าม

Image

แชร์


ปวดท้องเรื้อรัง ถ่ายดำ หรือเลือดออกในกระเพาะ อาการเหล่านี้หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงโรคกระเพาะทั่วไป แต่ในบางกรณี อาจเป็นสัญญาณของโรคที่พบไม่บ่อยอย่าง เนื้องอกจิสต์ (GIST – Gastrointestinal Stromal Tumor)

 

แม้ GIST จะเป็นเนื้องอกที่พบได้เพียงประมาณ 11–15 คนต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี แต่ความสำคัญของโรคนี้อยู่ที่ “การวินิจฉัยให้เร็ว และการวางแผนรักษาที่เหมาะสม” เพราะผลลัพธ์ของการรักษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามขนาดก้อน ตำแหน่ง และความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำ

 

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ อาการ การตรวจวินิจฉัย ไปจนถึงแนวทางการรักษาที่ทันสมัย เพื่อให้สามารถรับมือกับโรคนี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

 

GIST คืออะไร ?

เนื้องอก จิสต์ ย่อมาจาก gastrointestinal stromal tumor คือเนื้องอกที่เกิดจากเซลล์ระบบประสาทอัตโนมัติ ที่ควบคุมการบีบตัวของทางเดินอาหาร เป็นเนื้องอกที่พบได้ไม่บ่อย ประมาณ 11-15 คนในประชากร 1 ล้านคน

 

แล้วเนื้องอกจิสต์ เกิดได้อย่างไร ?

เนื้องอกจิสต์ เกิดจากการกลายพันธุ์ mutation ของตัวรับสัญญาณ tyrosine kinase ที่ทำหน้าที่ควบคุมการแบ่งตัว ทำให้เกิดการแบ่งตัวเองโดยร่างกายควบคุมไม่ได้

 

จิสต์ มีอาการอย่างไร ?

เนื้องอกจิสต์ส่วนใหญ่จะพบที่กระเพาะอาหาร 80% แต่สามารถพบได้ตลอดทางเดินอาหาร ดังนั้น อาการที่แสดง มักจะเกิดจากกระเพาะอาหาร เช่น เลือดออก ปวดท้อง ถ่ายดำ อาเจียน หรือคลำได้ก้อนที่หน้าท้อง

 

มีวิธีตรวจ screening อะไรบ้าง ?

เนื่องจากกว่าที่ตัวก้อนจะทำให้เกิดอาการ มักจะมีขนาดใหญ่ แต่ในก้อนที่มีขนาดเล็กซึ่งยังไม่มีอาการ มักจะตรวจพบจากการส่องกล้องทางเดินอาหาร

 

การรักษาทำอย่างไรได้บ้าง ?

ความร้ายกาจของเนื้องอกจิสต์ขึ้นกับขนาด ตำแหน่งที่เกิด จำนวนการแบ่งตัวของเซลล์ และตำแหน่งการเกิดการกลายพันธ์ุของยีนที่ควบคุม ในก้อนที่มีขนาดเล็กกว่า 2 ซม. ที่เกิดในกระเพาะอาหาร สามารถรักษาด้วยการติดตามอาการได้ เนื่องจากโอกาสในการเกิดการกระจาย หรือลุกลามต่ำ สำหรับเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่กว่า 2 ซม. การผ่าตัดเนื้องอกออกให้หมด เป็นการรักษาเดียวที่ทำให้หายขาดได้

 

มีวิธีผ่าตัดอย่างไรบ้าง ?

  1. การผ่าตัดแบบเปิด
  2. การผ่าตัดแบบส่องกล้อง หลักการผ่าตัดทั้ง 2วิธีเหมือนกันคือ เอาก้อนเนื้องอกออกให้หมด ปัจจุบัน ผลของการผ่าตัดทั้ง 2 วิธี เทียบเท่ากันตามงานวิจัยอ้างอิงที่ผู้เขียนได้ทำการศึกษา ในผู้ป่วยประเทศญี่ปุ่น ในปี 2015 และในผู้ป่วยชาวไทยในปี 2021 ข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องคือผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็ว และเจ็บแผลน้อยกว่าการผ่าตัดเปิด

 

ในกรณีที่ก้อนใหญ่และผ่าตัดไม่ได้ มีแนวทางการรักษาอย่างไร ?

ในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่จนไม่สามารถผ่าตัดออกหมดได้ หรือจำเป็นต้องผ่าตัดอวัยวะที่มีการลุกลามออกด้วย ซึ่งมีความเสี่ยงในการผ่าตัดสูง หรือในกรณีที่มีการกระจายของตัวก้อนไปอวัยวะอื่น เช่น ตับ ปอด การรักษาด้วยยามุ่งเป้า targeted therapy ในยากลุ่ม tyrosine kinase inhibitor จะไปช่วยลดขนาดของก้อน โดยส่วนใหญ่การตอบสนองของจิสต์ต่อยาค่อนข้างดี ทำให้ขนาดของก้อนเล็กลง จนสามารถกลับมาผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย

 

 

หลังจากการผ่าตัดก้อนออกหมดแล้ว จะมีแนวทางการดูแลอย่างไรบ้าง ?

กรณีที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นซ้ำต่ำ เช่น ก้อนมีขนาดเล็ก การแบ่งตัวของเซลล์น้อย จะมีแนวทางในการดูแลคือการตรวจติดตามด้วยการส่องกล้อง หรือ CT scan

 

สำหรับกรณีที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นซ้ำ ในปัจจุบันการรักษาเสริมด้วยยามุ่งเป้ากลุ่ม tyrosine kinase inhibitor เช่น imatinib เป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี สามารถลดการเป็นซ้ำได้เป็นอย่างดี

 

ผลการรักษาหลังการผ่าตัดเป็นอย่างไรบ้าง ?

จากข้อมูลที่ศึกษาทั้งในผู้ป่วยชาวไทยและชาวญี่ปุ่นพบว่า โอกาสรอดชีวิตที่ 5 ปี มีมากกว่า 80% โดยปัจจัยที่มีผลต่อผลการรักษา ได้แก่ ขนาดของก้อน จำนวนการแบ่งตัวของเซลล์ การแตกของก้อนก่อนหรือขณะผ่าตัด ดังนั้น การตรวจวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะแรกของโรค จะทำให้ผลการรักษาดีขึ้น

 

 

สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อย่ามองข้ามอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร” หากมีอาการปวดท้องเรื้อรัง เลือดออก ถ่ายดำ หรือคลำได้ก้อน ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด และลดความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำในระยะยาว

 

ที่ โรงพยาบาลพญาไท 2 เรามีทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้องกระเพาะและทางเดินทางอาหารที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเนื้องอกระบบทางเดินอาหารแบบครบวงจร ตั้งแต่การส่องกล้องวินิจฉัย การตรวจ CT Scan ประเมินระยะโรค ไปจนถึงการวางแผนผ่าตัดทั้งแบบเปิดและแบบส่องกล้อง รวมถึงการพิจารณาการรักษาด้วยยามุ่งเป้าในกรณีที่เหมาะสม

 

การดูแลผู้ป่วย GIST ไม่ได้จบเพียงแค่การผ่าตัด แต่รวมถึงการประเมินความเสี่ยงรายบุคคล การติดตามผลระยะยาว และการให้คำแนะนำด้านโภชนาการและการฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

 

ผศ. นพ. วิศิษฏ์ เกษตรเสริมวิริยะ

แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้องขั้นสูง

ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...