ลำไส้กลืนกันในเด็ก ภาวะเสี่ยงทำลำไส้อุดตัน

Image

แชร์


ลำไส้กลืนกันในเด็ก ภาวะเสี่ยงทำลำไส้อุดตัน

ลำไส้กลืนกัน คืออะไร?

ลำไส้กลืนกัน หรือ Intussusception คือ ภาวะที่ลำไส้ส่วนต้นถูกกลืนเข้าไปในลำไส้ส่วนที่อยู่ปลายกว่า โดยลำไส้ที่ถูกกลืนเข้าไปอยู่ด้านในจะเรียกว่า Intussusceptum และลำไส้ที่อยู่ด้านนอกจะเรียกว่า Intussuscipiens ทั้งนี้ตำแหน่งที่พบได้บ่อยสุดคือ Terminal Ileum ซึ่งถูกกลืนเข้าไปในลำไส้ใหญ่ ทั้งยังนับเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในภาวะฉุกเฉินทางช่องท้องในเด็กอายุ 3 เดือน – 2 ปี

 

อาการภาวะลำไส้กลืนกัน ที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตจากลูกน้อย

เด็กที่มีภาวะลำไส้กลืนกัน มักมีอาการปวดท้องบีบเกร็ง (Cramping Abdominal Pain) แบบเป็นๆ หายๆ คือมีช่วงที่หายปวดสลับกับปวดเป็นพักๆ หากเกิดในเด็กเล็กผู้ปกครองจะสังเกตได้ว่าเด็กจะร้องกวนขึ้นมา ตัวเกร็ง งอขาขึ้น โดยเป็นอยู่สักพัก หลังจากนั้นจะหยุดร้องและสงบลง นอกจากนี้อาจพบอาการของลำไส้อุดตัน ซึ่งได้แก่ อาเจียนมีน้ำดีปน ท้องอืด และหากปล่อยไว้นานจะมีอาการถ่ายปนมูกเลือด (Currant jelly stool) ดังนั้นไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ หากเด็กมีอาการเบื้องต้นหรือสงสัย ให้รีบพาไปพบแพทย์จะดีกว่า

 

การวินิจฉัยอาการลำไส้กลืนกัน

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรคลำไส้กลืนกันด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

1. Plain abdominal film คือการถ่ายภาพรังสีช่องท้อง เป็นการส่งตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาเบื้องต้น เพื่อวินิจฉัยถึงสาเหตุของอาการปวดท้องเฉียบพลัน การบาดเจ็บของช่องท้อง และการกลืนสิ่งแปลกปลอม หรือพบลักษณะของลำไส้อุดตัน ได้แก่ ลำไส้เล็กที่อยู่ก่อนถึงจุดอุดตันมีการขยายตัวใหญ่ขึ้น, absence air in colon และเห็นลักษณะของเนื้อเยื่ออ่อน ซึ่งพบบ่อยที่บริเวณช่องท้องส่วนขวาบน

2. Ultrasonography คือการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ด้วยการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงออกไปจากหัวตรวจ (Transdneer) คลื่นเสียงจะกระทบกับเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งมีความสามารถในการผ่านและสะท้อนกลับไม่เท่ากัน หัวตรวจจะทำหน้าที่รับสัญญาณคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับในระดับต่างๆ ซึ่งบ่งถึงความหนาแน่น และระดับความลึกของเนื้อเยื่อนั้น แล้วนำสัญญาณที่ได้รับมาประมวลผลและสร้างเป็นภาพขึ้นมา ถือเป็นทางเลือกที่มีข้อดีคือ ผู้ป่วยไม่ต้องได้รับรังสีโดยตรง ลักษณะที่พบจากภาพ ultrasonography ได้แก่ target sign หรือ bull’s eye sign หากตัดในแนว transverse และ pseudokidney sign ในแนว longitudinal section

 

แนวทางการรักษาโรคลำไส้กลืนกัน

1. ผู้ป่วยควรได้รับการเปิดเส้นเลือดเพื่อให้สารน้ำ fluid resuscitation เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการของภาวะขาดน้ำ จากการอาเจียนหรือจากภาวะลำไส้อุดตัน (small bowel obstruction) หรืองดน้ำงดอาหาร (NPO) มา

2. ในผู้ป่วยที่ความดันโลหิตปกติ และไม่มีสัญญาณลำไส้ตายจากการขาดเลือด พิจารณาทำการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด ปัจจุบันนิยมทำการสวนด้วยแรงดันอากาศ (pneumatic reduction) มีความปลอดภัยและโอกาสสำเร็จค่อนข้างสูง

3. การผ่าตัด ทำเมื่อ failed pneumatic reduction หรือมี sign of bowel gangrene/perforation ในการผ่าตัดหลังจากเปิดเข้าช่องท้อง (laparotomy) แล้ว จากนั้นแพทย์จะทำการใช้มือบีบรูดจากลำไส้ด้านปลาย เพื่อดันส่วนนำให้ถอยหลังออกไปจนลำไส้หายกลืนกัน (manual reduction) และควรสำรวจหา pathologic leading point เช่น ภาวะที่มีถุงที่ผนังลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นมาแต่กำเนิด (Meckel’s diverticulum) ด้วย หากไม่สามารถทำ manual reduction ได้หรือพบลักษณะของลําไส้ตายจากการขาดเลือด (bowel gangrene) ให้พิจารณาทำการผ่าตัดลำไส้ (bowel resection)

 

ลำไส้กลืนกันในเด็ก กับโอกาสการเป็นซ้ำ

ลำไส้กลืนกันในเด็กนั้นมีโอกาสการเกิดซ้ำ พบได้ 15% ในกลุ่มที่ทำการสวนด้วยแรงดันอากาศ (pneumatic reduction) และ 5% ในกลุ่มที่ทำการผ่าตัด (operative reduction) โดยพบมากที่สุดใน 24 ชั่วโมงแรก หากเป็นซ้ำบ่อยๆ ควรนึกถึง pathologic leading point ด้วย

 

โรงพยาบาลพญาไท 2 มีความพร้อมในการรับรักษาผู้ป่วยลำไส้กลืนกันในเด็ก โดยมีทีมศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ และทีมดูแลรักษาที่มีประสบการณ์ มีห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐานสากล หากคุณพ่อคุณแม่กังวลใจ สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาก่อนได้ เพราะการรักษาที่ถูกต้องตรงจุดจะช่วยให้ผลการรักษาเกิดประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ดี

 

ผศ.นพ. ชลศักดิ์ ถิรภัทรพันธ์

แพทย์ที่ปรึกษา สาขากุมารศัลยศาสตร์

ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาล พญาไท 2

แชร์


Loading...