โรคฉี่หนู คืออะไร?
เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Leptospira ซึ่งแพร่กระจายผ่านปัสสาวะของสัตว์ เช่น หนู วัว ควาย สุนัข หรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ เชื้อสามารถปนเปื้อนในน้ำ ดิน หรือโคลน และเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลเล็ก ๆ หรือเยื่อบุตาและผิวหนังที่แช่น้ำนาน
ประเทศไทยพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วม หรือผู้ที่ทำงานเกษตรกรรม
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคฉี่หนู
กลุ่มเสี่ยง
- ผู้ที่ลุยน้ำท่วม หรือเดินลุยโคลนโดยไม่ใส่รองเท้าบูท
- เกษตรกร ชาวนา คนงานฟาร์ม
- ผู้ที่สัมผัสสัตว์หรือมูลสัตว์โดยตรง
- ผู้ที่มีบาดแผลเปิดและสัมผัสน้ำสกปรก
เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้แม้ไม่มีแผลใหญ่ เพราะผิวหนังที่แช่น้ำนานจะอ่อนตัวลงและเปิดทางให้เชื้อผ่านเข้าไปได้
อาการของโรคฉี่หนู
อาการมักเกิดหลังได้รับเชื้อประมาณ 2–14 วัน และแบ่งได้เป็น 2 ระยะ
ระยะแรก (ระยะติดเชื้อเฉียบพลัน)
-
- ไข้สูงเฉียบพลัน
- ปวดศีรษะรุนแรง
- ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะน่องและหลัง
- ตาแดง
- คลื่นไส้ อาเจียน
ระยะรุนแรง (ภาวะแทรกซ้อน)
หากไม่ได้รับการรักษา
- ตัวเหลือง ตาเหลือง (ตับอักเสบ)
- ไตวาย
- เลือดออกในปอด
- ภาวะช็อก
ในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มาพบแพทย์ช้า
โรคฉี่หนู อันตรายแค่ไหน?
แม้บางรายอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่ประมาณ 5–10% ของผู้ป่วยอาจเข้าสู่ระยะรุนแรง ซึ่งเรียกว่า Weil’s disease ซึ่งมีภาวะตับและไตล้มเหลวร่วมกัน
การวินิจฉัยโรคฉี่หนู
การวินิจฉัยและรักษาเร็วภายใน 3–5 วันแรก จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้
- ประวัติการลุยน้ำหรือสัมผัสสัตว์
- อาการทางคลินิก
- การตรวจเลือด
- การตรวจหาเชื้อเฉพาะทาง
การบอกประวัติการลุยน้ำหรือทำงานในพื้นที่เสี่ยงมีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้เร็วขึ้น
การรักษาโรคฉี่หนู สามารถรักษาได้ด้วย ยาปฏิชีวนะ หากได้รับเร็ว
- กรณีไม่รุนแรงให้ยารับประทานและติดตามอาการ
- กรณีรุนแรงต้องนอนโรงพยาบาล ให้ยาทางหลอดเลือด และเฝ้าระวังการทำงานของตับ ไต และปอดอย่างใกล้ชิด
การมาพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีไข้หลังลุยน้ำ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
วิธีป้องกันโรคฉี่หนู
- สวมรองเท้าบูทเมื่อต้องลุยน้ำหรือโคลน
- หลีกเลี่ยงการแช่น้ำนาน ๆ
- หากมีบาดแผล ควรปิดให้มิดชิด
- อาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำท่วม
- ควบคุมจำนวนหนูในบ้านและสถานที่ทำงาน
หากมีไข้หลังลุยน้ำภายใน 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์ทันที
โรคฉี่หนูเป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะในประเทศไทย การสังเกตอาการและรีบพบแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคือกุญแจสำคัญในการลดความรุนแรงของโรค
“ไข้หลังลุยน้ำ อย่านิ่งนอนใจ” เพราะการรักษาเร็ว ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
