การผ่าตัด (Surgery) เป็นการดูแลรักษาทางการแพทย์ที่สำคัญ ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวด รักษาโรค และยืดอายุผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดก็มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อ การเสียเลือด หรือการผิดพลาดในขั้นตอน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดและลดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์ นโยบายผ่าตัดปลอดภัย (Safe Surgery Policy) จึงมีความจำเป็นและควรนำมาปรับใช้อย่างเคร่งครัดในทุกสถานพยาบาล ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ลดผลการรักษาที่ไม่พึงประสงค์ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดหรือหัตถการ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยหรืออันตรายที่ไม่ควรเกิดในการบริการสุขภาพ ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานที่ดีที่สุดและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
Informed Consent
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของ นโยบายผ่าตัดปลอดภัย คือ การให้ข้อมูลและขอความยินยอมในการ ผู้ป่วยต้องได้รับคำอธิบายและซักถามจนเข้าใจ ก่อนลงลายมือชื่อแสดงความยินยอมเข้ารับการรักษาในเอกสารยินยอมรับการผ่าตัด ซึ่งเป็นกระบวนการที่แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์จะชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดหรือหัตถการ ได้แก่
- วัตถุประสงค์ในการรักษา ระบุว่าทำไมต้องทำการผ่าตัดหรือหัตถการนั้น ๆ
- ขั้นตอนและเทคนิคที่ใช้ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจว่าต้องผ่านกระบวนการใดบ้าง
- ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น การติดเชื้อ การเสียเลือด ภาวะแทรกซ้อนต่อระบบอวัยวะอื่น หรือโอกาสที่จะต้องทำการรักษาเพิ่มเติม
- แนวทางการดูแลหลังการผ่าตัด รวมถึงการพักฟื้น การปฏิบัติตัว การใช้ยา และการมาตรวจติดตามสม่ำเสมอ
- ทางเลือกอื่นในการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยพิจารณาได้หลากหลายและตัดสินใจร่วมกับแพทย์เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไข้
Medical Privilege
คือ ‘สิทธิ’ หรือขอบเขตความสามารถเฉพาะทางที่บุคลากรทางการแพทย์ โดยแพทย์ที่ทำการรักษาผู้ป่วยต้องมีความรู้ความสามารถตามธรรมนูญองค์กรแพทย์ Bylaws และ ได้รับการอนุมัติให้สามารถปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานพยาบาลได้ตามคุณวุฒิ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และการฝึกอบรมที่ได้รับ โดยกระบวนการกำหนด Medical Privilege จะพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้
- คุณวุฒิการศึกษาและใบประกอบวิชาชีพ แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์จะต้องมีใบอนุญาตหรือใบประกอบโรคศิลปะที่ถูกต้อง ผ่านการศึกษาหรืออบรมเฉพาะทางในสาขาที่รับผิดชอบ
- ประสบการณ์และผลงานทางวิชาชีพ เคยผ่านการฝึกงานหรือปฏิบัติงานในสาขาเฉพาะทาง มีผลงานหรือหลักฐานยืนยันทักษะความเชี่ยวชาญ มีประวัติการทำงานที่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วย
- มาตรฐานและนโยบายของสถานพยาบาล แต่ละสถานพยาบาลมีหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานภายใน ในการกำหนด Medical Privilege เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย มีการประเมินและทบทวนเป็นระยะ เพื่อปรับปรุงหรือจำกัดสิทธิในการปฏิบัติงานตามความเหมาะสม
Medical Clearance
คือการประเมินสภาวะสุขภาพของผู้ป่วยอย่างละเอียดโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ เพื่อยืนยันหรือรับรองว่าบุคคลนั้นมีสภาพร่างกาย และสุขภาพที่เพียงพอและเหมาะสมในการเข้ารับการผ่าตัด/ทำหัตถการใด ๆ อาทิ การให้ยาระงับความรู้สึกแบบทั่วร่างกายหรือแบบเฉพาะส่วน ได้อย่างปลอดภัยทุกราย
Criteria consult
เป็นแนวทางหรือข้อกำหนดในการขอปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหรือสหสาขาวิชาชีพด้านอื่นเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่า ควรส่งผู้ป่วยไปปรึกษาหรือรับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานอื่นภายในสถานพยาบาลหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น
- ผู้ป่วยเป็นโรคที่มีความซับซ้อนหรือมีภาวะโรคเรื้อรังร่วมหลายโรค หรือพบไม่บ่อย
- ผู้ป่วยอายุมากกว่า 45 ขึ้นไป และ อายุน้อยกว่า 2 ปี และ หรือ มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการผ่าตัด
- ผู้ป่วยเคยมีประวัติผ่าตัดในช่องท้องมามากกว่า 2 ครั้ง
- ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องมีการผ่าตัด แก้ไขจากการผ่าตัดครั้งแรกที่ไม่ประสบความสำเร็จ
- ผู้ป่วยเคยมีประวัติเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบและหรือ การผ่าตัด
- ผู้ป่วยที่จะผ่าตัดหรือทำหัตถการที่มีความซับซ้อนและจำเป็นต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์เป็นพิเศษในหัตถการนั้นๆการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูง
VTE Assessment
หรือ การประเมินความเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism) คือ กระบวนการประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยในการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจประเมินและป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำตามนโยบายของโรงพยาบาล โดยใช้เกณฑ์หรือปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ประกอบการพิจารณา เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถวางแผนป้องกัน (Prophylaxis) และดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์จากลิ่มเลือดอุดตันได้
Antibiotic Prophylaxis
คือ การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อนที่การติดเชื้อจะเกิดขึ้น โดยมักใช้ในสถานการณ์หรือขั้นตอนทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะติดเชื้อ เช่น การผ่าตัดบางชนิด การทำหัตถการที่อาจก่อให้เกิดบาดแผลลึก หรือมีการสูญเสียเลือดมาก รวมถึงในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือมีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง ในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับยาต้านจุลชีพก่อนผ่าตัด ผู้ป่วยต้องได้รับยาต้านจุลชีพภายในระยะเวลา 60 นาที ก่อนการลงมีด
Mark Site
คือ กระบวนการทำเครื่องหมายหรือระบุบริเวณที่จะทำการผ่าตัดหรือหัตถการอย่างชัดเจนก่อนเริ่มการรักษา เพื่อป้องกันการผิดพลาดในการระบุจุดหรือข้างที่ต้องทำการรักษา เช่น การผ่าตัดขาข้างซ้ายแทนที่จะเป็นข้างขวา หรือการผ่าตัดอวัยวะผิดตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญในแนวทาง Safe Surgery ตามมาตรฐานสากล อย่างเช่น WHO Surgical Safety Checklist หรือ Universal Protocol ของ The Joint Commission
Anesthesia Evaluation Assessment
คือ กระบวนการประเมินร่างกายผู้ป่วย และอธิบายความเสี่ยงก่อนดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์หรือทีมวิสัญญี ก่อนเข้ารับการผ่าตัดหรือหัตถการที่ต้องใช้ยาระงับความรู้สึก โดยมีเป้าหมายเพื่อวางแผนการให้ยาที่เหมาะสมและปลอดภัยสูงสุด รวมถึงลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์
นโยบายผ่าตัดปลอดภัย (Safe Surgery Policy) เป็นเครื่องมือและแนวปฏิบัติสำคัญที่สามารถ ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยในหัตถการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การเตรียมการก่อนผ่าตัด การดำเนินการในห้องผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามผลหลังผ่าตัด ด้วยการตรวจสอบข้อมูล อย่างสม่ำเสมอ การทำงานเป็นทีม และการให้ความสำคัญกับสุขอนามัย รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ป่วยและญาติมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้ป่วย จึงได้นำ นโยบาย Safe Surgery Policy มาใช้เป็นมาตรฐานในการดูแลกระบวนการผ่าตัดทุกขั้นตอน โดยใช้เครื่องมือและแนวทางสากล เพื่อให้ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้ป่วยและแผนการรักษา รวมถึงมีการเฝ้าระวัง ลดความเสี่ยง ของภาวะแทรกซ้อนหรือความผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุก กระบวนการผ่าตัด มีความปลอดภัยมากที่สุด ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมดูแลคุณภาพชีวิตหลังการผ่าตัดอย่างครอบคลุมและได้มาตรฐานระดับสากล
นพ. ทวีศักดิ์ ลาภจิตรกุศล
ศัลยแพทย์ตกแต่ง
ศูนย์ความงาม โรงพยาบาลพญาไท 2
