บ่อยครั้งที่เราเห็นข่าวนักกีฬา นักวิ่ง เกิดวูบหมดสติและเสียชีวิตขณะออกกำลังกาย ซึ่งส่วนใหญ่คนใกล้ตัวมักยืนยันว่าผู้เสียชีวิตออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ สุขภาพแข็งแรง และไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร แล้วเพราะอะไรถึงได้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันแบบนี้ขึ้นได้ เรามีคำอธิบายจาก นต.นพ.ชยุต ชีวะพฤกษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ มาฝากกัน!
หัวใจวายเฉียบพลัน ภาวะนี้เกิดจากสาเหตุอะไร?
นต.นพ.ชยุต ชีวะพฤกษ์ ได้อธิบายกับเราว่า… การที่บางคนวิ่งๆ อยู่แล้วเกิดเสียชีวิตนั้น แบ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ได้ดังนี้
- สาเหตุที่ 1 : เกิดจากภาวะ over load จากการออกกำลังกายหักโหมเกินไปในคนที่ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน
- สาเหตุที่ 2 : เกิดจากภาวะหัวใจผิดปกติแอบแฝงอยู่ เช่น ในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป อาจมีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันแอบแฝงอยู่ ส่วนในคนอายุน้อยๆ นั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การมีลิ้นหัวใจผิดปกติมาตั้งแต่เกิดแต่ไม่เคยตรวจเช็คมาก่อน หรือกรณีที่พบบ่อยเลย ก็คือ มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา ซึ่งพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง พบได้ 2 ใน 100,000 คน หรือมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นต้น
เพื่อความปลอดภัย…ควรมาตรวจ EKG และ echocardiogram เพื่อดูว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติหรือไม่ เนื่องจากความหนาตัวของกล้ามเนื้อหัวใจจะส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดในหัวใจ และการทำงานของหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเฉียบพลันได้นั่นเอง
- สาเหตุที่ 3 : เกิดจากความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหรือวงจรไฟฟ้าภายในหัวใจ ซึ่งเป็นมาตั้งแต่กำเนิดแต่ไม่เคยมีอาการ แล้วบังเอิญเกิดอาการนี้ขึ้นในขณะออกกำลังกายพอดี เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ถ้าไม่อยากเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน นี่คือคำแนะนำในการออกกำลังกายจากคุณหมอ
สิ่งสำคัญในการดูแลตนเองสำหรับผู้ที่ชอบออกกำลังกาย คุณหมอแนะนำว่าข้อแรกเลยคือ “การตรวจเช็คร่างกาย” นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ข้อที่สองคือ “การวอร์มอัพและคูลดาวน์” และอีกข้อนึงคือ ก่อนออกกำลังกายให้เรา “คำนวณหาค่าชีพจรเป้าหมายในการออกกำลังกาย” โดยนำ 220 ตั้งแล้วลบด้วยอายุ คูณกับ 85% เราจะได้ตัวเลขชีพจรเป้าหมายในการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดยไม่ควรเกินตัวเลขนี้ และออกกำลังกายอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ต่อเนื่อง 20-30 นาทีต่อครั้ง สำหรับใครที่ไม่มีเวลาแล้วคิดว่าจะรวบยอดเลยทีเดียว จากออกกำลังกาย 30 นาที เป็น 2 ชั่วโมง คุณหมอยืนยันว่าพฤติกรรมแบบนี้อันตรายมากเลยทีเดียว!
ฟังจากคุณหมอ! หากออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพจริงหรือไม่?
นี่น่าจะเป็นอีกความเข้าใจที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนรักการออกกำลังกาย หรือในกลุ่มคนที่มีสุขภาพดี…ว่าการตรวจสุขภาพเป็นเรื่องของคนที่มีปัญหาสุขภาพเท่านั้น! ซึ่งจริงๆ แล้ว คุณหมอได้บอกว่า “ความคิดที่ว่าตัวเองเกิดมาไม่เคยเป็นอะไรเลย ไม่รู้ว่าจะตรวจเช็คร่างกายไปทำไม ถือเป็นข้อผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรต้องมาตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง ยิ่งในปัจจุบัน… ใครที่ชื่นชอบการวิ่งตามงานวิ่งต่างๆ ยิ่งควรต้องมาตรวจครับ”
สำหรับใครที่ไม่เคยให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพหัวใจ ให้ลองคิดดูว่า เวลาเราทำงานเหนื่อยๆ เรายังต้องการการพักผ่อน แต่หัวใจของเราต้องทำงานตลอดเวลา…แบบไม่มีวันหยุด! เพราะฉะนั้น เราจึงควรดูแลสุขภาพหัวใจของเราให้ดี ด้วยการตรวจเช็คความแข็งแรงของหัวใจเป็นประจำ
นพ. ชยุต ชีวะพฤกษ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
