โดยทั่วไปแล้ว ระยะแรกของการมะเร็งเต้านมนั้นคนไข้มักไม่มีอาการเจ็บปวดเตือนเลย แต่สิ่งที่ผู้หญิงทุกคนสามารถสังเกตตนเองได้ก่อนมะเร็งลุกลามก็คือ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณเต้านม ไม่ว่าจะเป็นการมีก้อนที่เต้านม การรู้สึกถึงขนาดและรูปร่างของเต้านมที่เปลี่ยนไป พบรอยย่น บุ๋ม หดตัว มีสะการผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Oncoplastic เป็นการนำเทคนิควิธีการด้านศัลยกรรมตกแต่งเข้ามาประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านม ซึ่งต้องการผลลัพธ์ 2 ประการสำคัญคือ กำจัดก้อนมะเร็งออกให้หมด และเต้านมยังคงรูปทรงที่สวยงาม
เกิดการมีหัวนมคันหรือแดงผิดปกติ ยิ่งหากมีเลือดหรือน้ำออกมาจากหัวนม หรือมีการบวมของรักแร้ นั่นอาจสงสัยได้ว่าคือสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งเต้านม ดังนั้นหากพบความผิดปกติต่างๆ ตามที่กล่าวมา ควรรีบปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด
เมื่อถึงเวลาที่ต้องผ่าตัดมะเร็งเต้านม
หากการรักษามะเร็งเต้านมดำเนินมาถึงขั้นตอนของการผ่าตัด แพทย์จะอธิบายถึงทางเลือกและวิธีผ่าตัดแบบต่างๆ ให้คนไข้ได้ทราบอย่างชัดเจน ซึ่งการผ่าตัดมะเร็งเต้านมนั้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ผ่าเต้านมออกทั้งหมดที่มักทำในกรณีที่มะเร็งเกิดหลายจุดและมีก้อนขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือคนไข้ไม่ต้องการรักษาเต้านมไว้ แต่หากแพทย์พิจารณาเห็นว่าตัวโรค ระยะ และคนไข้มีความพร้อมที่จะสามารถรับการรักษาด้วยการผ่าตัดแบบสงวนเต้าได้ ทั้งคนไข้ยังต้องการมีเต้านมที่สวยงามเพื่อชีวิตคู่ หรือเพื่อความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้าและการเข้าสังคม คนไข้ก็สามารถเลือกการผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Oncoplastic Surgery ได้ โดยแนวทางการผ่าตัด ของแพทย์ ไม่ว่าคนไข้จะเลือกวิธีใดก็คือ…
“การหลีกเลี่ยงการทำลายเต้านม โดยมุ่งกำจัดเฉพาะก้อนเนื้อมะเร็งร้ายให้หายขาด รักษาส่วนที่ดีไว้เพื่อคงสภาพเต้านมเดิมให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบออนโคพลาสติคหรือการเสริมเต้านมขึ้นมาใหม่ก็ตาม”
การผ่าตัดแบบ Oncoplastic คืออะไร?
การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Oncoplastic เป็นการนำเทคนิควิธีการด้านศัลยกรรมตกแต่งเข้ามาประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านม ซึ่งต้องการผลลัพธ์ 2 ประการสำคัญคือ กำจัดก้อนมะเร็งออกให้หมด และเต้านมยังคงรูปทรงที่สวยงาม ไม่บิดเบี้ยว ไม่มีแผลที่น่าเกลียด ทั้งนี้แพทย์จะคำนึงถึงผลการผ่าตัดทั้งสองด้าน รวมถึงเต้านมอีกข้างที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง โดยอาจผ่าตัดปรับทรงลดขนาดเต้านมอีกข้างร่วมด้วย เพื่อให้เต้านมทั้งสองข้างมีความสมดุลกัน
ทั้งนี้ การผ่าตัดแบบมะเร็งเต้านมแบบ Oncoplastic ยังนำมาประยุกต์ใช้ได้ในการผ่าตัดเต้านมทั้งแบบผ่าออกหมดทั้งเต้าและแบบผ่าตัดสงวนเต้า โดยมีจุดหมายเดียวกันคือ กำจัดมะเร็งให้หมดและยังคงสภาพเต้านมไว้ให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด ซึ่งหากเป็น Oncoplastic Surgery สำหรับคนไข้ที่ต้องตัดเต้านมออกทั้งหมดจะหมายถึง การผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมใหม่ภายหลังการตัดเต้านมออกทั้งเต้าแบบเสริมสร้างทันที โดยทำไปพร้อมกันกับการผ่าตัดมะเร็งเต้านมในคราวเดียวกัน
หลักการสำคัญของการผ่าตัดแบบ Oncoplastic Surgery
Oncoplastic Surgery นั้น มีหลักการสำคัญคือ การตัดก้อนมะเร็งในเนื้อเต้านมออกทั้งหมด โดยคงไว้ซึ่งผิวหนังที่ห่อหุ้มเนื้อเยื่อเต้านม รวมทั้งส่วนหัวนม (ในบางกรณี) เอาไว้ จากนั้นก็นำวัสดุทางการแพทย์ไปใส่ไว้แทนที่เนื้อเต้านมที่ถูกตัดเลาะออก แล้วเอาผิวหนังคลุมทับกลับเข้าไปที่เดิม เพื่อให้ได้เต้านมใหม่ที่มีรูปทรงใกล้เคียงเดิมมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันจะไม่นิยมการนำกล้ามเนื้อหน้าท้องหรือกล้ามเนื้อหลังมาทดแทนเนื้อมะเร็งที่ตัดออกไป เนื่องจากจะเป็นการผ่าตัดที่ใหญ่เกินไป เพิ่มแผลโดยไม่จำเป็น และยังส่งผลเสียต่อกล้ามเนื้อ รวมถึงกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไข้ในระยะยาวได้
4 ข้อควรระวังในการเลือกผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบ Oncoplastic Surgery
- การคัดเลือกผู้ป่วยต้องเหมาะสม ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงในการกลับมาเป็นซ้ำ หรือผู้ที่มีมะเร็งอยู่หลายจุด หลายตำแหน่ง หรือมีก้อนมะเร็งใหญ่เกินไป
- ผู้ป่วยมีเต้านมขนาดเล็กในขณะที่ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่เกินไป จะไม่เหมาะสำหรับการผ่าด้วยวิธีนี้ เพราะมีข้อจำกัดในการตัดเลาะเนื้อเยื่อออกซึ่งอาจจะไม่เพียงพอจะเสริมสร้าง จึงเพิ่มโอกาสการกลับเป็นมะเร็งซ้ำได้
- แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญในการลงมีดผ่าตัดเพื่อให้แผลอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่เกิดแผลเป็นที่ไม่สวยงาม หรือเกิดการบิดเบี้ยวของเต้านมในภายหลัง โดยเฉพาะหลังการฉายแสง เพราะอาจทำให้ต้องผ่าตัดแก้ไขด้วยการตัดเต้าออกทั้งหมดและเสริมเต้าใหม่อีกครั้ง
- การผ่าตัดวิธีนี้จะต้องมีการฉายแสงรักษาต่อในทุกกรณี ซึ่งจะส่งผลต่อการหดรั้งและการบิดเบี้ยวของรูปทรงเต้านมในระยะยาวได้ ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนที่ดี
