ลูกดื้อ งอแง กลางคืนไม่ยอมนอน เป็นแบบนี้ ทำคุณแม่หลายคนกลัวมากกับอาการไม่ยอมนอนของลูกน้อย เพราะนั่นเท่ากับว่าทำให้คุณแม่ไม่ได้นอนไปด้วย ช่วงแรกๆ หลังคลอดอาจจะเป็นช่วงที่ต้องปรับตัวมากสักหน่อยแต่อยากให้คุณแม่ลองสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ของลูก ทั้งการกิน การตื่น การนอน การขับถ่าย หลัง 6 เดือนไปแล้ว รับรองว่าการนอนหลับของลูกจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ลูกจะสามารถนอนหลับ 9 ชั่วโมงติดต่อกันตอนกลางคืนได้ แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมหลายๆ อย่างระหว่างวันด้วย
- 10 – 30 นาทีก่อนนอน เป็นเวลาที่สำคัญมากที่จะทำให้เขาหลับง่าย ถ้าช่วงก่อนนอนลูกยังทำกิจกรรม หรือมัวแต่เล่นอะไรที่โลดโผน ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น ลูกก็จะใช้เวลาก่อนนอนที่ค่อนข้างนาน หรือทำให้เขานอนไม่ค่อยหลับ เพราะร่างกายไม่ผ่อนคลาย รู้แบบนี้แล้วคุณแม่ก็ต้องเตรียมตัวมากขึ้น เช่น ถ้าช่วงใกล้เวลานอน อาจจะเปลี่ยนกิจกรรมจากเล่นของเล่นสนุกๆ มาเป็นอ่านนิทานให้ฟัง หรือเปิดเพลงแนว Lullaby (เพลงกล่อม) ก็น่าจะช่วยให้คลื่นสมองของเขาพร้อมจะนอนมากขึ้น
- เด็กอายุ 1 – 3 เดือน ยังไม่ค่อยจดจำ เพราะอายุยังเล็กมาก และเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่และคุณลูกยังต้องปรับตัวเข้าหากัน เป็นช่วงเวลาลองผิดลองถูกโดยที่ลูกยังไม่ค่อยเรียนรู้สักเท่าไหร่ เวลาที่ลูกร้องไห้โยเยเพราะไม่ยอมนอน คุณแม่อาจใช้วิธีตบก้นเบาๆ กอดเขาในอ้อมกอด หรือนอนข้างๆ ลูกได้ แต่หลังจากที่เขาอายุมากกว่านี้ ไม่แนะนำให้ใช้วิธีเดิมๆ เพราะเด็กจะเริ่มจดจำ และเข้าใจว่าก่อนนอนทุกครั้งจะต้องมีคนอยู่ใกล้ชิดเขาเสมอ (สำหรับแม่ๆ ที่คิดว่าอยากฝึกให้เขานอนได้เอง)
- ฝึกนอนได้ตั้งแต่เวลากลางวัน ในช่วงที่ลูกยังแบเบาะอยู่ เขาจะนอนทั้งวันเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น อาจจะเริ่มฝึกให้ลูกนอนเป็นเวลาในช่วงกลางวันก่อน อาจยังหลอกล่อด้วยจุกนมหลอกๆ ได้ แต่ถ้าหลังลูกน้อยอายุ 6 เดือนไปแล้วไม่แนะนำให้ใช้จุกหลอกนี้ในเวลานอนตอนกลางคืน เพราะหากลูกผวาตื่นขึ้นมาแล้วจุกหลอกไม่อยู่กับเขา ลูกจะร้องไห้และทำให้หลับยากขึ้น แนะนำให้ก่อนนอนวางตุ๊กตาผ้า หรือผ้าห่มอุ่นๆ แนบตัวลูกแทนจะดีกว่า เพราะถ้าลูกตื่นมาเมื่อไหร่ แต่มองไปยังเห็นตุ๊กตา หรือยังอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นๆ ลูกก็จะไม่ผวาจนตกใจ และอาจจะหลับต่อเองได้
- ก่อนนอนอย่าให้ลูกกิน หรือดื่มนมมากจนเกินไป เพราะนี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ลูกตื่นนอน แม้ว่าจะง่วงแค่ไหนก็ตาม เพราะหากกินอิ่มเกินไปอาจทำให้ลูกท้องอืด นอนหลับไม่สบายตัว หรือดื่มนมมากเกินไปก็จะทำให้เขานอนหลับได้ไม่ดี อาจจะปวดฉี่ขึ้นมาจนต้องตื่น สำหรับเด็กที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป แนะนำให้นมลูกไม่เกิน 8 ออนซ์ต่อคืน และให้สังเกตก่อนนอนด้วยว่าผ้าอ้อมของลูกชุ่มแฉะเกินไปหรือเปล่า เพราะถ้าลืมเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้วลูกฉี่ออกมาระหว่างหลับมากเกินไปจนทำให้ผ้าอ้อมแฉะ ก็ทำให้เขาตื่นนอนได้ง่ายๆ อาหารหรือนมที่ให้ลูกแต่ละมื้อ ควรค่อยๆ เพิ่มระยะห่างแต่ละมื้อให้นานขึ้น เช่น คืนแรกให้นมลูกทุกๆ 1.30 ชั่วโมง คืนต่อๆ ไปอาจจะเพิ่มเป็นให้นมลูกทุกๆ 2 ชั่วโมง และคืนที่สามเพิ่มเป็นให้นมลูกทุกๆ 2.30 ชั่วโมง วิธีนี้ก็จะช่วยยืดเวลาการนอนของลูกให้นานขึ้น แต่คุณแม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวของลูกด้วย อาจจะประมาณ 1-2 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น
- กรณีที่ลูกโตพอจะรู้เรื่องแล้ว อย่าใช้วิธีขู่ให้ลูกกลัว เพราะนอกจากจะทำให้เขาผวาระหว่างหลับได้แล้ว การนอนของลูกยังไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ เขาจะรู้สึกต่อต้านจนรู้สึกไม่ผ่อนคลายเวลาที่หลับ หรือทำให้นอนหลับไม่สนิท
- บรรยากาศในห้องนอนต้องไฟสลัว หรือมืด ยิ่งเปิดไฟจ้ามากเท่าไหร่ ลูกก็จะนอนยากมากขึ้นเท่านั้น ก่อนนอนให้คุณพ่อคุณแม่ปรับแสงไฟในห้องให้สลัวลง อาจจะยังไม่ต้องถึงกับมืดจัดเพราะเด็กบางคนอาจผวาเวลาอยู่ในความมืดในขณะที่ยังไม่หลับดี
- หากลูกหลับไปแล้ว และร้องไห้ แนะนำให้คุณแม่ปิดไฟให้สนิทถ้าเห็นว่าลูกหลับแล้ว และหากลูกร้องไห้เสียงดังขึ้นมา ให้แวะมาดูเป็นระยะได้ แต่ไม่แนะนำให้เปิดไฟในห้อง หรืออุ้มลูกจากเตียง และควรใช้เวลาไม่เกิน 2 นาทีในการมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ปล่อยให้เขาหลับต่อ ถ้าเขายังร้องไห้อีก ขอให้คุณแม่แข็งใจไว้อีกหน่อย แล้วค่อยเดินกลับไปดูเหมือนเดิม ไม่เปิดไฟ แต่อาจทิ้งระยะเวลาก่อนเข้าไปดูนานขึ้น ทำแบบเดิมซ้ำ และ รอดู 3-5 วัน ว่าการนอนหลับของลูกมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่อย่างไร
เมื่อลูกโตพอรู้เรื่องแล้ว อาจสอนเขาสวดมนต์ก่อนนอน ช่วยให้จิตใจสงบผ่อนคลาย วิธีนี้ยังช่วยให้ลูกเป็นเด็กมีสมาธิขึ้น อยู่กับตัวเองได้ และการสวดมนต์ก่อนนอนยังช่วยจิตใจของเขาให้ผ่อนคลายขึ้นด้วย
