โรคกระดูกสันหลัง เป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่ยังมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่กังวลเกี่ยวกับการผ่าตัด เนื่องจากเชื่อว่าอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เจ็บปวด เสี่ยงต่ออัมพาต หรือใช้เวลาฟื้นตัวนาน ซึ่งในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การผ่าตัดโรคกระดูกสันหลังจึงมีเทคนิคและเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ทำให้การผ่าตัดมีความปลอดภัย และไม่ได้น่ากลัวอย่างในอดีต
ปัจจัย และสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลัง
โรคกระดูกสันหลัง เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติ หรือความเสื่อมของกระดูกสันหลัง รวมถึงโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง เช่น หมอนรองกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ ซึ่งมีปัจจัยและสาเหตุหลักที่พบบ่อย ดังนี้
- อายุที่มากขึ้น ทำให้กระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก และข้อต่อค่อย ๆ เสื่อมลง และนำไปสู่โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกสันหลังเสื่อม หรือโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนั่งทำงานนาน ๆ การยกของหนักบ่อย ๆ หรืออยู่ในท่าทางที่มีแรงกดทับกระดูกสันหลังหนัก ๆ เป็นประจำ เช่น การนั่งไขว่ห้าง
- น้ำหนักตัวเกิน หรือภาวะอ้วน ทำให้กระดูกสันหลังต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติ
- อุบัติเหตุ เช่น การหกล้ม อุบัติเหตุบนท้องถนน หรือบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา อาจทำให้กระดูกสันหลังหักหรือเคลื่อน
- ความผิดปกติแต่กำเนิด และพันธุกรรม เช่น โรคกระดูกสันหลังคดตั้งแต่กำเนิด มีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อโครงสร้างของกระดูก ทำให้เกิดภาวะแคระแกร็นแบบไม่สมส่วน หรือโรคกระดูกพรุน
- โรคทางระบบประสาท และกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อหดเกร็ง หรือโรคทางระบบประสาทบางชนิดที่ส่งผลให้กระดูกสันหลังผิดรูป
- การติดเชื้อ และเนื้องอก เช่น วัณโรคของกระดูกสันหลัง หรือมะเร็งที่ลุกลามมายังกระดูกสันหลัง
- ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่ที่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
ประเภท และเทคนิคการผ่าตัดกระดูกสันหลัง
เทคนิคการผ่าตัดกระดูกสันหลังสามารถแบ่งได้ตามเครื่องมือที่ใช้ และลักษณะการทำงานของแพทย์ ดังนี้
- การผ่าตัดแบบดั้งเดิม (Open Surgery) เป็นการผ่าตัดเปิดแผลขนาดใหญ่ แพทย์จะมองเห็นรอยโรคชัดเจน มีการเข้าถึงกระดูกสันหลังโดยตรง เหมาะกับโรคที่มีความซับซ้อน เช่น กระดูกสันหลังคดหรือโก่งมาก
- การผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Spine Surgery: MISS) ใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง ทั้งนี้ การผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้องยังมีการใช้เครื่องมือที่แยกย่อยลงไป เช่น
- การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังแบบใช้กล้องจุลทรรศน์ (Microscopic Lumbar Microdiscectomy) เพื่อการขยายภาพบริเวณที่ทำการผ่าตัด เหมาะกับผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือโพรงประสาทตีบแคบ
- การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยวิธีส่องกล้อง (Full-Endoscopic Lumbar Discectomy: FED) โดยใช้กล้องเอนโดสโคป จึงให้แผลขนาดเล็กเพียง 5-1 ซม. ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียงได้ดี
- การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion) เพื่อเพิ่มความมั่นคงในผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือหมอนรองกระดูกและข้อกระดูกสันหลังเสื่อม ซึ่งทำได้ในหลายเทคนิค เช่น การผ่าตัดเชื่อมข้อทางด้านหลังแบบแผลเล็ก (MIS TLIF) เชื่อมข้อทางด้านข้าง (OLIF) และเชื่อมข้อทางด้านหน้า (ALIF)
- การผ่าตัดขยายโพรงเส้นประสาท (Decompressive Laminectomy) เป็นการตัดกระดูกหรือเนื้อเยื่อที่กดทับเส้นประสาทออก เพื่อบรรเทาอาการปวดหรืออ่อนแรง
- การผ่าตัดใส่โลหะยึดตรึงกระดูก (Percutaneous Screw Fixation) ด้วยการใส่สกรูหรืออุปกรณ์โลหะผ่านแผลเล็กเพื่อยึดตรึงกระดูกสันหลังให้มั่นคง
- การฉีดซีเมนต์เสริมกระดูก (Percutaneous Vertebral Augmentation) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกสันหลังที่ยุบหรือหักจากภาวะกระดูกพรุน
การตรวจวินิจฉัยอาการก่อนเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อประเมินโครงสร้างกระดูก ตำแหน่ง และความรุนแรงของโรค ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกับอายุและโรคประจำตัวของผู้ป่วย ก่อนเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ด้วยการ
- การซักประวัติอาการ สอบถามลักษณะอาการปวด เช่น ปวดร้าวลงแขนหรือขา อาการชา อ่อนแรง หรือปัญหาการควบคุมระบบขับถ่าย ซึ่งบ่งชี้ถึงความรุนแรงของการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง
- การตรวจร่างกายทั่วไป สังเกตรูปร่าง และการเดินของผู้ป่วยว่าผิดปกติหรือไม่ เช่น กระดูกสันหลังคด โก่ง หรือมีท่าทางที่ไม่สมดุล รวมถึงการตรวจคอและหลังในท่าต่าง ๆ เพื่อดูความโค้งเว้าของกระดูกสันหลังและการเคลื่อนไหว
- การทดสอบการเคลื่อนไหว เช่น การทำ Schober’s test เพื่อประเมินความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนเอว
- การตรวจระบบประสาท ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การรับรู้ความรู้สึก และการตอบสนองของเส้นประสาทแขน ขา เพื่อประเมินว่ามีการกดทับเส้นประสาทหรือไม่
- การตรวจเอกซเรย์ (X-ray) ในท่ายืนหรือนั่ง เพื่อดูความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกสันหลัง เช่น กระดูกงอก กระดูกสันหลังคด เคลื่อน หรือโพรงไขสันหลังตีบแคบ
ข้อบ่งชี้ และความเหมาะสมในการผ่าตัดกระดูกสันหลัง
การผ่าตัดกระดูกสันหลังมักได้รับการพิจารณาก็ต่อเมื่อการรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด (Non-surgical treatment) ไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยมีอาการรุนแรงที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต โดยข้อบ่งชี้สำคัญ ได้แก่
- มีอาการปวดหลัง หรือปวดคออย่างรุนแรงต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ และไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การใช้ยา กายภาพบำบัด หรือฉีดยาเข้าช่องไขสันหลัง
- มีอาการอ่อนแรง ชา หรือเจ็บร้าวลงแขนหรือขา ซึ่งเป็นสัญญาณของการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง
- มีปัญหาในการควบคุมระบบขับถ่าย หรือการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ อันอาจเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน
- มีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกสันหลังอย่างชัดเจน เช่น กระดูกสันหลังคด เคลื่อน หรือหัก ที่ทำให้การทรงตัวผิดปกติจนกระทบต่อการเดินหรือการใช้ชีวิต
- มีภาวะโพรงไขสันหลังตีบแคบร่วมกับอาการปวดหรือชาที่ขา ทำให้เดินได้ระยะสั้นลงและมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
ความแตกต่างของผลลัพธ์ที่ได้หลังการผ่าตัดในแต่ละเทคนิค
ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดกระดูกสันหลังจะแตกต่างกันตามประเภทของอาการ และเทคนิคการผ่าตัดที่ใช้ ดังนี้
| ประเภทการผ่าตัด | การฟื้นตัว | ผลลัพธ์ |
| ผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่ | ฟื้นตัวช้า อาจปวดหลังมาก ต้องพักฟื้นนานหลายสัปดาห์ และนอนโรงพยาบาลหลายวัน | แก้ไขโครงสร้างที่ผิดปกติได้อย่างชัดเจน |
| ผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก | ฟื้นตัวเร็ว อาการปวดน้อย ใช้ยาแก้ปวดน้อย นอนโรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน ฟื้นตัวใน 1-2 สัปดาห์ | แผลเล็ก เนื้อเยื่อเสียหายน้อย ลดความเสี่ยงติดเชื้อ แก้อาการปวดและกดทับเส้นประสาทได้อย่างรวดเร็ว |
| ผ่าตัดเชื่อมข้อ | ฟื้นตัวปานกลางถึงช้า ขึ้นอยู่กับเทคนิคและจำนวนระดับกระดูกที่ผ่าตัด | เพิ่มความมั่นคงของกระดูก ลดอาการปวดจากกระดูกเคลื่อนหรือไม่มั่นคง |
| การขยายโพรงเส้นประสาท | ฟื้นตัวเร็วถึงปานกลาง ขึ้นกับระดับการกดทับและสุขภาพโดยรวม | ลดแรงกดทับเส้นประสาทได้ดี บรรเทาอาการชา อ่อนแรง |
| การฉีดซีเมนต์เสริมกระดูก | ฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน | เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ลดอาการปวด กลับมาเคลื่อนไหวได้ดี |
ที่โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกสันหลัง พร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย ให้บริการตั้งแต่การตรวจ วินิจฉัย ประเมินอาการเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ไปจนถึงการผ่าตัดด้วยเทคนิคต่าง ๆ และให้การดูแลเพื่อการฟื้นฟูที่ดีหลังการผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ
หากท่านหรือคนในครอบครัวมีอาการที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง หรือกำลังพิจารณาทางเลือกในการรักษา สามารถเข้ารับคำปรึกษากับทีมแพทย์ของเราได้โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินใจทันที เพื่อประเมินความเหมาะสม และวางแผนการรักษาที่ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง
รศ. (พิเศษ) นพ. พรภวิษญ์ ศรีภิรมย์
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางกระดูกสันหลัง
สถาบันกระดูกและข้อ
