นิ่วถุงน้ำดี (Gallstones) คือ ก้อนตะกอนก้อนเล็กๆ กลมๆ บ้างมีลักษณะเหลี่ยม สีขุ่นเข้ม ขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เกิดจากการขาดความสมดุลของน้ำดีโดยที่ก้อนนิ่วนี้สามารถสร้างปัญหานานาอาการให้กับถุงน้ำดีในร่างกายของเรา อาทิเข้าไปอุดตันบ้าง อักเสบบ้าง กลิ้งหลุดไปไปยังท้อน้ำดีใหญ่บ้าง จนเกิดระคายเคือง ติดเชื้อ ในคนไข้บางรายอาจร้ายแรงถึงขั้นกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในถุงน้ำดีได้อีกด้วย
ข้อสังเกตคือ จะมีอาการหลังกินอาหาร โดยเฉพาะมื้อใหญ่ๆ หรือกินอาหารมันๆ บางครั้ง ปวดตอนกลางคืนจนต้องไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาแก้ปวด เนื่องจากหลังกินอาหาร ถุงน้ำดีจะบีบตัวส่งน้ำดีสู่ลำไส้ เมื่อมีนิ่วขนาดค่อนข้างเล็กอยู่ในถุงน้ำดี ก้อนนิ่วเหล่านี้ก็จะไหลไปอุดบริเวณท่อถุงน้ำดี เมื่อถุงน้ำดีพยายามบีบตัวเพื่อให้น้ำดีไหลสู่ลำไส้ จึงทำให้เรามีอาการปวดอย่างรุนแรง
อาการของนิ่วในถุงน้ำดี
- ไม่มีอาการใดๆ เลย พบโดยบังเอิญจากการตรวจร่างกายประจำปี
- ท้องอืดหลังทานอาหาร อาหารไม่ย่อย เกิดจากนิ่วในถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง ทำให้กล้ามเนื้อถูกการบีบตัวไม่ได้ จ่ายน้ำดีไม่ได้ จึงท้องอืด
- ปวดท้องตลอดเวลาร่วมกับมีไข้ กดเจ็บท้องฝั่งขวา เกิดการอักเสบแบบเฉียบพลันเพราะถุงน้ำดีขยายตัวมาก เลือดมาเลี้ยงไม่ได้ จึงเกิดการเน่าของผิว และอาจเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงได้
- มีไข้ ปวดท้อง ร่วมกับตาเหลือง เกิดจากนิ่วขนาดเล็กไหลไปลงท่อน้ำดีใหญ่ ขวางทางเดินน้ำดีทำให้เกิดตาเหลือง เชื้อโรคเติบโต นำไปสู่การติดเชื้อ และเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด
- ตับอ่อนอักเสบ เนื่องจากรูเปิดท่อน้ำดีกับตับอ่อนสู่ลำไส้อยู่ร่วมกัน นิ่วสามารถอุดได้ 2 ระบบ ก่อให้เกิดการอักเสบทั้งถุงน้ำดีและตับอ่อน บางรายอาจมีอาการรุนแรงขนาดเสียชีวิตได้
การวินิจฉัย
- การทำอัลตร้าซาวด์เป็นวิธีที่ง่าย ได้ผลดี
- การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-SCAN) สามารถบอกตำแหน่งของนิ่วได้ดี และสามารถเห็นนิ่วในท่อน้ำดี ได้ดีด้วย
- การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRCP) เหมาะสำหรับดูระบบท่อน้ำดีทั้งหมด
เมื่อนิ่วในถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันจะเกิดอะไรขึ้น
ในกรณีที่ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันคือมีอาการอักเสบขึ้นทันทีทันใด ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องรุนแรง บริเวณลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา จะปวดขึ้นเรื่อยๆ ร่วมกับอาการมีไข้ สาเหตุเกิดจากมีก้อนนิ่วเข้าไปอุดตันบริเวณท่อทางเดินน้ำดี ซึ่งต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนเพื่อทำการผ่าตัดรักษา ซึ่งวิธีการผ่าตัดจะต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไปตามความรุนแรงเพื่อนำนิ่วในถุงน้ำดีออก การผ่าตัดจะทำได้ยากขึ้นเพราะถุงน้ำดีจะบวมแดงมีเลือดออกง่าย และอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ถุงน้ำดีเป็นหนอง ถุงน้ำดีขาดเลือดมีเนื้อตาย ถุงน้ำดีแตก ติดเชื้อในช่องท้อง ติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้แต่เราสามารถป้องกันอาการปวดท้องจากถุงน้ำดีอักเฉียบพลันได้ด้วยการ จัดการนิ่วในถุงน้ำดีก่อนเกิดเรื่อง
ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีก่อนเกิดอักเสบดีอย่างไร
ปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องนิ่วในถุงน้ำดีได้กลายเป็นการรักษามาตราฐานเพื่อรักษาภาวะนิ่วถุงน้ำดีมานานแล้ว โดยการเจาะรูเข้าไปในช่องท้อง 3-4 จุด ขนาดของรูประมาณ 0.5 ซม. 3 ตำแหน่ง และขนาด 1 ซม.ที่สะดืออีก 1 ตำแหน่ง ทำให้เจ็บแผลน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว 1-2 วันก็สามารถกลับบ้านได้
ผลดีของการผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้อง
- อาการปวดแผลหลังผ่าตัดน้อย แผลมีขนาดเล็ก ดูแลแผลง่าย
- การพักฟื้นหลังผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ทำให้กลับไปทำงานตามปกติได้เร็ว
- มีโอกาสติดเชื้อน้อย
- เมื่อแผลหายจะเป็นรอยเล็กๆ บนหน้าท้องเท่านั้น
ความเสี่ยงและผลข้างเคียง
- การติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด
- ถ้าน้ำดีฉีกขาด ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก (<1%) เนื่องจากถุงน้ำดีที่จะทำการตัดนั้นวางติดอยู่กับท่อน้ำดี ถ้าไม่สามารถทำการแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน อาจทำให้ตัดท่อน้ำดี หรือท่อน้ำดีฉีกขาดได้โดยไม่ได้ตั้งใจ
- ภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง หลังผ่าตัดอาจเกิดขึ้นได้จากท่อน้ำดีอุดตันจากนิ่วที่ค้างในท่อน้ำดี หรือท่อน้ำดีฉีกขาด ภาวะตัวเหลือง ตาเหลืองนี้อาจจะเป็นตลอดชีวิตได้ หากท่อน้ำดีฉีกขาดอย่างรุนแรง
ป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีอักเสบได้อย่างไร
ถุงน้ำดีอักเสบไม่สามารถป้องกันได้อย่างเต็มที่ แต่เราสามารถป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีอันเป็นสาเหตุของโรค เพื่อลดโอกาสเสี่ยงป่วยเป็นถุงน้ำดีอักเสบได้ วิธีที่ดีที่สุดที่จะวินิจฉัยว่ามีนิ่วในถุงน้ำดีหรือไม่ สามารถทำได้ด้วยการตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน และปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาต่อไปหากตรวจพบ
