เพราะชีวิตมีหลากหลายมิติ นอกจากการพัฒนาความฉลาดทางปัญญา หรือ IQ ที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้มีแล้ว การเลี้ยงลูกที่ดียังต้องฝึกให้ลูกมี EQ (Emotional Quotient) หรือความฉลาดทางอารมณ์ที่ดีควบคู่กันไปด้วย และทุกอย่างเริ่มต้นได้จากที่บ้านนั่นเอง
เมื่อพ่อแม่อยากให้ลูกๆ มี EQ ที่ดีลองเริ่มจาก..
- พ่อแม่ต้องอารมณ์ดีก่อน เพราะพ่อแม่คือคนที่อยู่ใกล้ชิดลูก คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของลูก หากพ่อแม่เอาแต่เกรี้ยวกราด โมโห เหวี่ยงใส่ลูกบ่อยๆ ลูกก็จะซึมซับอารมณ์ที่ว่านี้ไปจากพ่อแม่ เมื่อโตขึ้นจะกลายเป็นเด็กที่มีอารมณ์รุนแรง เกรี้ยวกราดง่าย แต่ถ้าคุณแม่อยากให้เขาเป็นเด็กที่มี EQ ดี ยิ้มแย้ม มีความสุข ก็ต้องเริ่มต้นจากพ่อแม่ที่อารมณ์ดี พูดคุยกับลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใจเย็นกับลูก แล้วลูกจะเป็นเด็กอารมณ์ดีไปด้วย
- ให้ลูกรู้ว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษหรือถนัดอะไร แล้วคอยให้กำลังใจ แน่นอนว่าลูกๆ อาจยังไม่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษด้านไหน คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยดูแลและสังเกตอย่างใกล้ชิด ถ้าเห็นว่าลูกชอบวาดรูป แม้จะยังไม่สวยหรือดูไม่ค่อยออกว่าวาดเป็นรูปอะไร แค่ลูกจับดินสอหรือระบายสีเป็นประจำ ขอให้คุณพ่อคุณแม่ลองสนับสนุนหรือช่วยแนะนำให้ลูกค่อยๆ วาดเป็นรูปเป็นร่าง แล้วอย่าลืมให้กำลังใจด้วยการปรบมือ ยิ้มแย้ม หรือชมลูกบ่อยๆ เขาก็จะเป็นเด็กที่มี EQ ดีในอนาคตได้
- ให้ลูกได้สัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพราะธรรมชาติจะช่วยให้ลูกๆ อยู่ในสภาวะที่จิตใจผ่อนคลาย และช่วยส่งเสริมอารมณ์เชิงบวกให้ลูกได้ การวิ่งเล่น การออกสำรวจธรรมชาติจะกระตุ้นให้ลูกเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ฝึกการสำรวจ และสังเกตมากขึ้น ทำให้สมองปล่อยสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งช่วยให้ลูกควบคุมอารมณ์และรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น
- ให้เด็กๆ แสดงความคิดเห็น และรับฟังเป็น อาจจะหาเวลาพูดคุยให้ลูกๆ ถาม-ตอบ ในโอกาสสมมุติต่างๆ เช่น “ถ้าเวลามีเพื่อนมาดึงของเล่นในมือหนูไป หนูจะทำอย่างไร?” หรือ “ทำไมหนูถึงไม่ชอบ….” แล้วปล่อยให้เด็กๆ พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องพูดคุยถึงเหตุผลและให้ลูกรับฟัง แรกๆ อาจจะยังทำไม่ได้ แต่ทำซ้ำไปเรื่อยๆ ลูกจะค่อยๆ ปรับอารมณ์ตัวเองให้ดีขึ้นได้
- ฝึกพัฒนาอารมณ์ด้วยกีฬา เพราะการเล่นกีฬาย่อมมีแพ้และชนะสลับกันไป เมื่อเขาชนะก็ต้องสอนเขาว่าอย่าคาดหวังมากเกินไป เพราะวันหนึ่งเขาอาจจะเป็นฝ่ายแพ้บ้างก็ได้ และเมื่อเขาแพ้ก็ต้องสอนให้เขามีกำลังใจที่จะลุกขึ้นมาสู้ เพื่อวันหนึ่งจะกลับมาเป็นผู้ชนะบ้าง และกีฬายังเป็นตัวช่วยให้ลูกๆ จัดการอารมณ์ตัวเองในแต่ละช่วงวัยได้ดี และนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง พัฒนากำลังกาย และความคล่องตัวแล้ว ยังช่วยเสริมทักษะการรู้คิด หรือ Cognitive Thinking ได้ดี และยังฝึกให้เขาอยู่ในกฎกติกา มีระเบียบวินัยด้วย
- เมื่อลูกเกรี้ยวกราด พ่อแม่ต้องพูดคุยและรับฟัง อย่าเพิ่งดุลูกอย่างเดียวในสิ่งที่เขากระทำ ถึงเขาจะทะเลาะกับพี่น้อง หรือเพื่อน คุณพ่อคุณแม่ต้องพูดคุยและรับฟังความรู้สึกของลูก แสดงให้เขาเห็นว่านี่คือความโกรธ ทำไมเขาถึงโกรธ บอกเล่าถึงเหตุผลถ้าสิ่งที่เขาทำไม่ถูกต้อง และให้วิธีการในการตอบโต้ที่ดีกว่า
- ความรักจากพ่อแม่สำคัญ เด็กๆ บางคนแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดเพราะจริงๆ แล้วเขารู้สึกว่าอยากได้ความรักจากพ่อแม่ อยากให้พ่อแม่สนใจ เลยทำตัวเรียกร้องความสนใจ หากคุณพ่อคุณแม่หมั่นแสดงความรัก ทำให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่รักเขาเสมอ และเขาสำคัญกับพ่อแม่ ด้วยการยิ้ม โอบกอด อารมณ์เกรี้ยวกราดของเขาจะค่อยๆ ลดลงได้เอง
