ลูกนอนกรน...อย่าวางใจ! ปล่อยไว้อาจส่งผลต่อพัฒนาการและก่อโรคเรื้อรัง

Image

แชร์


ลูกนอนกรน...อย่าวางใจ! ปล่อยไว้อาจส่งผลต่อพัฒนาการและก่อโรคเรื้อรัง

นอนกรน ไม่เพียงพบในวัยผู้ใหญ่เท่านั้น แม้แต่เด็กเล็กก็อาจเจอปัญหานี้ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญไม่ได้มีผลกระทบทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการสติปัญญาของเจ้าตัวเล็ก ทั้งนี้ภาวะนอนกรนในเด็ก มักพบในเด็กวัยก่อนเรียนช่วงวัย 2 ปีไปจนถึง 8 ปี เนื่องจากเป็นวัยที่ต่อมน้ำเหลือง โดยเฉพาะต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว 

 

สาเหตุของการนอนกรนในเด็ก 

  • ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต โดยเฉพาะในเด็กที่เป็นหวัดบ่อย หรือติดเชื้อบ่อย 
  • โรคอ้วนในเด็ก ไขมันส่วนเกินจะไปสะสมบริเวณช่องทางเดินหายใจ บริเวณคอ 
  • ภาวะจมูกอักเสบเรื้อรังจากภูมิแพ้ เยื่อบุภายในจมูกบวมทำให้อุดตันทางเดินหายใจ 
  • โรคทางสมองและกล้ามเนื้อทำงานไม่ดี มีผลต่อระบบทางเดินหายใจจากกล้ามเนื้อทางเดินหายใจอ่อนแรงลง 
  • โครงหน้าผิดปกติ เช่น ขากรรไกรเล็ก หรือคางสั้น 

 

รู้ได้อย่างไรว่าลูกนอนกรนร่วมกับมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 

ข้อสังเกตคุณภาพการนอนหลับของลูกน้อยในเบื้องต้นได้เองว่ามีความผิดปกติหรือไม่ 

  • ความถี่ในการนอนกรน คือ มีเสียงกรนไม่ต่ำกว่า 4 คืนต่อสัปดาห์ 
  • ลักษณะของเสียงกรน กรนดัง ร่วมกับมีเสียงลมหายใจสะดุด แต่การสะดุดของเด็กมักจะน้อยกว่าของผู้ใหญ่ 
  • มีอาการกรนร่วมกับอาการซนมากกว่าปกติ ง่วงนอนตอนกลางวัน สมาธิในการเรียนไม่ดี  

 

การวินิจฉัยภาวะการนอนกรน 

  • การซักประวัติ เพื่อการวินิจฉัยโดยแพทย์ 
  • การเอกซเรย์ เพื่อดูความผิดปกติของต่อมอะดีนอยด์ และต่อมทอนซิล รวมทั้งรูปร่างโครงสร้างของใบหน้า โพรงจมูก เป็นต้น 
  • การตรวจด้วยวิธี Sleep Test กรณีเด็กสามารถให้ความร่วมมือได้ ซึ่งจะได้ผลที่ละเอียดแม่นยำ เพื่อประเมินความรุนแรงหาแนวทางการรักษา 

   

การรักษาภาวะนอนกรนในเด็ก 

  • การใช้ยา ในเด็กที่มีอาการไม่รุนแรงมาก และมีปัญหาที่โพรงจมูกตีบแคบ ภูมิแพ้ อาจพิจารณารักษาโดยการให้ยาก่อน 
  • การผ่าตัด เป็นวิธีการรักษาที่เห็นผลค่อนข้างชัดเจน อาการจะดีขึ้นเร็วหลังเข้ารับการผ่าตัด อาจพิจารณาในกรณีที่มีต่อมอะดีนอยด์หรือต่อมทอนซิล 

 

“นอนกรน” มีส่วนทำลายพัฒนาการลูก เด็กช่วงวัย 2 – 8 ปี อยู่ในช่วงที่สมองมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว หากเด็กมีภาวะนอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับในวัยนี้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรชะล่าใจ ควรพามาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ และรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เพราะการปล่อยทิ้งไว้นอกจากพัฒนาการเจริญเติบโตไม่มีประสิทธิภาพแล้ว อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อเกิดโรคเรื้อรังให้ลูกตั้งแต่อายุยังน้อยได้อีกด้วย 

 

 

ผศ. นพ. พลพร อภิวัฒนเสวี

แพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก และรักษาภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ

ศูนย์หู คอ จมูก รพ.พญาไท 2

แชร์


Loading...

ลูกนอนกรน...อย่าวางใจ! ปล่อยไว้อาจส่งผลต่อพัฒนาการและก่อโรคเรื้อรัง