ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม

Image

แชร์


แม้การแพทย์ในบัจจุบันยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านมได้ แต่มีหลักฐานว่าฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งเป็นออร์โมนเพศหญิงในร่างกายผู้หญิงเรา เป็นสารกระตุ้นเซลล์เนื้อเยื่อเต้านมให้มีการแบ่งเซลล์เพิ่มจำนวนขึ้น โดยในภาวะปกติร่างกายอาศัยฮอร์โมน Estrogen ในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตามระยะการเจริญพันธุ์ เช่นการเข้าสู่วัยสาว  การมีประจำเดือน การตั้งครรภ์  การเข้าสู่วัยทอง เป็นต้น กล่าวได้ว่า ธรรมชาติกำหนดให้ ฮอร์โมน Estrogen เป็นฮอร์โมนประจำเพศหญิง มีบทบาทสำคัญในการทำงานของร่างกาย เพื่อให้สามารถดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า บัจจัยที่สัมพันธ์กับการมีฮอร์โมนเอสโตรเจนระดับสูงในร่างกาย ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดมะเร็งเต้านม

 

เนื้อหาส่วนนี้จะนำเสนอปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านม ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น กลุ่ม คือ

1. ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถหลีกเลี่ยงหรือควบคุมได้

  • ภาวะอ้วน :  ภาวะอ้วนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน   ถึงแม้รังไข่จะหยุดสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้ว  แต่ก็พบว่ายังมีปริมาณฮอร์โมนอยู่ในระดับต่ำที่ถูกสร้างจากเนื้อเยื่อไขมันในร่างกาย  ดังนั้นหากมีภาวะอ้วนก็จะทำให้ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มสูงขึ้น จึงเพิ่มความเสี่ยง    ภาวะอ้วนในผู้หญิงวัยที่มีประจำเดือนอยู่ไม่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงกลับกันความอ้วนอาจลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมในผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือนได้
  • อาหาร :  ควรบริโภคอาหารประเภท พืชผัก ผลไม้ ร่วมกับหลีกเลี่ยง อาหารประเภทไขมัน เนื้อสัตว์ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้
  • การออกกำลังกาย : แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสอ 45-60 นาที  4-5 วันต่อสัปดาห์
  • การดื่มเครื่องดื่มอัลกอฮอล์
  • การสูบบุหรี่
  • การทานยาเม็ดคุมกำเนิด
  • การทานเสริมฮอร์โมนในสตรีวัยทอง
  • ความเครียด

 

2. ปัจจัยเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

  • อายุ : อายุมากขึ้น เป็นความเสี่ยงพื้นฐานของการเป็นโรคมะเร็งโดยทั่วไปอยู่แล้ว  ไม่ได้จำเพาะอยู่กับมะเร็งเต้านม เพียงอย่างเดียว
  • กรรมพันธุ์ : โรคมะเร็งทุกชนิดจัดเป็นโรคของความผิดปกติทางพันธุกรรม (genetic disease) ชนิดหนึ่ง คือต้นตอของความผิดปกติจะอยู่ที่ การกลายพันธุ์ของยีน ที่อยู่ในสาย DNA ที่อยู่ภายในเซลล์  ยีนกลายพันธุ์นั้นอาจเกิดจาก

1. การถ่ายทอดมาทางสายเลือดจากพ่อแม่  (hereditary)

2. เกิดการกลายพันธุ์ขึ้นเองในภายหลัง (sporadic) เช่นการได้รับสารก่อมะเร็งชนิดต่างๆที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม

โดยคำว่า “ยีน” เป็นคำที่ใช้เรียก รหัส ทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ( ไม่ว่าจะเป็นพืช หรือสัตว์) ยีนมีไว้สำหรับสร้างสารโปรตีนในร่างกาย   ถ้ามีความผิดปกติหรือการกลายพันธุ์ของยีน ร่างกายก็จะได้ผลผลิตโปรตีนที่ผิดปกติจากยีนที่ผิดปกติ นั่นเอง  ทีนี้โปรตีนที่ผิดปกติก็จะไปทำหน้าที่ ที่ผิดปกติต่อๆกันไป   กรณีของโรคมะเร็ง โปรตีนผิดปกติ มักจะเป็นพวกโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ ไม่ว่าจะเป็น พวกเอนไซม์ที่กระตุ้นกระบวนการแบ่งเซลล์ ได้แก่  Growth factors, Growth factors receptors หรือ Ligands ต่างๆ  หรือ เอนไซม์ที่ออกฤทธิ์ยับยั้ง (inhibit) กระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ ในมะเร็งเต้านม มีการค้นพบ ยีน ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็งเต้านม ที่สำคัญคือ BRCA1 และ BRCA2  โดยยีนสองตัวนี้มีหน้าที่ในการควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ (tumor suppressor gene) ชนิดหนึ่ง พบว่าคนที่มียีนนี้ผิดปกติจะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้สูงราว 70-80% ตลอดชีวิต และสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่รุ่นลูกหลานได้

สำหรับมะเร็งเต้านมเราพบว่า ผู้ป่วยส่วนน้อยเท่านั้นที่มีสาเหตุจากการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นมะเร็งขึ้นมาเองโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมีญาติเป็นมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด  ดังเนื้อหาต่อไปนี้

 

1. ราว 10% เป็นชนิดที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ชัดเจน (Hereditary breast cancer) โดยได้รับยีน BRCA จากตระกูล

  • ถ่ายทอดทาง กรรมพันธุ์ แน่ๆ ถ้ามีญาติสายตรงเป็นก็ถือว่าเสี่ยงมาก ต้องพบแพทย์เพื่อบริหารความเสี่ยง คือเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายจะมียีนผิดปกตินี้อยู่ ดังนั้นมีสิทธิ์เกิดมะเร็งขึ้นในอวัยวะทุกอวัยวะที่ ยีนนี้เข้าไปเกี่ยวข้อง ที่พบบ่อยได้แก่ เต้านม รังไข่ มดลูก ลำไส้ใหญ่ ตับอ่อน ต่อมลูกหมากในผู้ชาย
  • ยังไม่มีข้อมูลว่าคนไทยมีพาหะของยีน นี้กันมากแค่ไหน แต่ชาติพันธุ์ที่มีความชุกในยีนนี้ คือชาวยิว (Ashkenazi Jews)
  • ในคนไทยแต่เชื่อว่าไม่น่ามาก น่าจะ ราวร้อยละ 5-10 ของประชากร
  • ในทางปฏิบัติก็พบคนไข้ที่สงสัยว่าเข้าข่ายเป็นแบบนี้ อยู่เนืองๆ
  • การรักษาคนไข้ที่สงสัยว่าอยู่ในกลุ่มนี้ จะพิเศษกว่าคนไข้ทั่วๆไป เพราะมีข้อต้องพิจารณามากมาย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาตัวผู้ป่วยเองทั้งในด้านการผ่าตัด จะผ่าเลือกวิธีแบบไหน การให้ยา การเฝ้าระวังมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ  รวมทั้งการรักษาญาติพี่น้องในตระกูล

 

 2. ราว 20% เป็นชนิดที่เกี่ยวข้องกับการที่มีบุคคลในตระกูลเป็นโรคมะเร็งชนิดใดๆ ก็ได้ (Familial breast cancer)

  • มักผิดปกติในยีนที่เกี่ยวกับการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากตระกูล
  • ยีนที่ทราบแล้วมีอยู่หลายชนิด ทำให้เกิดความไม่เสถียรของสาย DNA  ส่งผลให้เกิดการกลายพันธุ์ของยีนอื่นๆ ตามมาได้ง่ายขึ้น  คนๆนั้นก็เป็นมะเร็งได้ง่ายขึ้น

 

3. ราว 70% เป็นชนิดที่ไม่มีประวัติทางกรรมพันธุ์ ( Sporadic breast cancer)

  • มีการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นในภายหลัง ไม่ได้รับการถ่ายทอดมาจากตระกูล
  • มักเกี่ยวกับการได้รับสารก่อมะเร็ง หรือใช้ชีวิตเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
  • ขึ้นกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ได้แก่
    • การมีประจำเดือนครั้งแรกเร็ว ก่อนอายุ 12 ปี
    • การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนช้า หลังอายุ 55 ปี
    • การมีบุตรคนแรกช้า หลังอายุ 30 ปี

 

 

พ. ต. ต. นพ. หะสัน มูหาหมัด
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุสาขาศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา
ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลพญาไท 1

Loading...

แชร์


Loading...