หากเอ่ยถึงชื่อของ “มะเร็ง” เชื่อได้เลยว่า ไม่มีใครไม่กลัว เพราะปัจจุบันถือเป็นโรคที่ร้ายแรงที่สุดโรคหนึ่ง ซึ่งเมื่อเป็นแล้วนั้น โอกาสที่จะรักษาให้หายขาดนั้นเป็นไปได้น้อย หรืออาจจะไม่มีเลย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและตำแหน่งที่เกิดมะเร็ง โดยมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้ชายคือ มะเร็งตับ แต่สำหรับในผู้หญิงนั้น อันดับหนึ่งของมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทย คือ มะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านม เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม
- อายุมากขึ้น
- มีประวัติคนในครอบครัว เป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านม จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
- เกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น กินยาฮอร์โมนเพศหญิง หรือ ยาคุมกำเนิดต่อเนื่อง
- เป็นผู้ที่ได้รับยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
- ผู้ที่มีประจำเดือนเร็ว ก่อนอายุ 12 ปี และผู้ที่หมดประจำเดือนช้าหลังอายุ 55 ปี
- มีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปีและ หญิงที่ไม่เคยมีบุตร
- เคยเป็นมะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งเต้านมมาก่อน
- การสูบบุหรี่ การขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน ดื่มแอลกอฮอล์
อาการของมะเร็งเต้านมเป็นยังไง?
- ในระยะเริ่มต้นมักไม่เจ็บ
- คลำพบก้อนที่เต้านม หรือรักแร้
- ผิวนมมีรอยย่น บุ๋มไม่เรียบคล้ายเปลือกสหัวนมบุ๋ม เกิดการดึงรั้ง
- มีน้ำเหลืองหรือเลือดซึมออกจากหัวนม
มะเร็งเต้านมระยะไหน…ที่อาจรักษาหาย?
- ระยะ 0 เป็นระยะที่มะเร็งมีขนาดเล็ก ยังไม่ลุกลามถึงเนื้อเยื่อ มีอัตรารอด 95-100%
- ระยะ 1 มะเร็งโตขึ้น ลุกลามถึงต่อมน้ำเหลืองรักแร้ด้านเดียวกับโรค มีอัตรารอด 90-100%
- ระยะ 2 มะเร็งโตขึ้นกว่าขั้นที่ 1 ลุกลามถึงต่อมน้ำเหลือง แต่ยังจำนวนน้อย อัตรารอด 85-90%
- ระยะ 3 มะเร็งโตมาก อาจแตกเป็นแผล หรือยึดติดกับกล้ามเนื้อหน้าอก ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองเป็นจำนวนมาก อัตรารอด 65-70%
- ระยะ 4 ระยะสุดท้าย มะเร็งแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด สู่อวัยวะอื่นๆ โดยทั่วไปมักอยู่ได้ไม่เกิน 3 ปี มีอัตรารอดที่ 0-20%
การตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านม
- ซักประวัติเจ็บป่วย อาการ และประวัติครอบครัว
- ตรวจโดยการคลำหาก้อน
- ตรวจโดยแมมโมแกรม เป็นการตรวจโดยการถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านม ด้วยรังสีปริมาณต่ำ
- การอัลตราซาวนด์
- ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI)
- การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ
รักษามะเร็งเต้านมอย่างไร ให้หาย?
แนวทางที่ดีที่สุดสำหรับการรักษามะเร็งเต้านม รวมไปถึงมะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วย นั้น ต้องมีการวางแผนร่วมกันระหว่างทีมแพทย์ (สหวิชาชีพ) กับผู้ป่วยและครอบครัว ซึ่งมีการผ่าตัดเลาะเฉพาะก้อนมะเร็งออก (Partial Mastectomy) โดยแพทย์จะตัดเฉพาะก้อนมะเร็งออกให้ได้มากที่สุด แต่มีข้อจำกัดใช้พิจารณาการผ่าตัด คือ
- ควรเป็นก้อนเล็กๆ
- เต้านมมีขนาดใหญ่พอสมควร
ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดมะเร็งเต้านม
- รูปทรงเต้านมเปลี่ยนไป แก้ไขได้โดยใส่อุปกรณ์เสริมเต้า บางรายอาจผ่าตัดสร้างเสริมเต้านม ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการผ่าตัด
- แผลติดเชื้อหรือมีเลือดออกให้สังเกตแผลว่ามีบวมแดงหรือไม่
- ผลจากการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองรักแร้ออกทั้งหมด แขนข้างนั้นอาจจะบวมตึง มีอาการชาต้นแขนด้านใน ควรมีการทำกายภาพบำบัดหรือการบริหารแขนและไหล่
- ผลจากการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองรักแร้ออกทั้งหมด แขนข้างนั้นอาจจะบวมตึง มีอาการชาต้นแขนด้านใน ควรมีการทำกายภาพบำบัดหรือการบริหารแขนและไหล่
2. รังสีบำบัดหรือการฉายรังสี เป็นการรักษาโดยใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็ง
- ผู้ที่ตัดเฉพาะก้อนมะเร็งออก ควรได้รับการฉายรังสีร่วมด้วย
- ฉายรังสีในผู้ป่วยที่ผ่าตัดเต้านมออกหมดมีก้อนมะเร็งใหญ่ หรือมีการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้
ผลข้างเคียงของการฉายรังสีและการดูแล
- รู้สึกเหนื่อยเพลียระหว่างฉายรังสี ควรพักผ่อนมากๆรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- ผิวหนัง บริเวณที่ถูกรังสีมีสีคล้ำ ระคายเคืองง่าย บางครั้งปวดแสบ ควรดูแลโดย ห้ามให้ผิวหนังถูกน้ำ ห้ามทาครีม ถูสบู่ ไม่ควรถูกแดด และห้ามเกา
- อาการแขนไหล่บวม หัวไหล่ติด ควรมีการบริหารแขนและไหล่ เวลาใช้หมอนหนุนแขนให้สูงลดอาการบวม
- เพื่อช่วยให้การผ่าตัดง่ายขึ้น บางรายแพทย์จะพิจารณาให้ยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัดเพื่อให้ก้อนมะเร็งเล็กลง แล้วจึงทำการผ่าตัด
- เพื่อรักษามะเร็งให้หายขาด จะให้เคมีบำบัดรักษาเสริมหลังจากผู้ป่วยรับการผ่าตัด จึงให้เคมีบำบัดเพื่อควบคุมการกลับมาเป็นใหม่
- เพื่อยืดชีวิต รักษาประคับประคอง ในรายที่มะเร็งแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นๆ แล้ว หรือในรายที่เคยรักษาหายแล้วกลับมาเป็นซ้ำใหม่
- คลื่นไส้อาเจียน มีแผลในปาก คอแห้ง ดูแลโดยรับประทานอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ไอศกรีม เป็นต้น รับประทานครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยๆ ครั้ง บ้วนปากบ่อยๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ดื่มน้ำมากๆ 8 – 10 แก้วต่อวั
- ติดเชื้อง่ายเนื่องจากภูมิต้านทานต่ำ ให้หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรือมลภาวะเป็นพิษต่างๆ
- ผมร่วง จะเป็นชั่วคราว หลังจากนั้นจะงอกมาใหม่ การรักษาด้วยฮอร์โมน มะเร็งเต้านมบางชนิดเติบโตเร็วเมื่อได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจน ฉะนั้นแพทย์จะรักษาด้วยการให้ยาต้านฮอร์โมนเพื่อลดปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจน
การดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
- รักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด เพราะสามารถติดเชื้อได้ง่าย
- ไม่ทานยาอื่นๆ ที่นอกเหนือจากแพทย์สั่ง หรือ หากต้องการรับประทาน ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ทุกครั้ง
- พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่หักโหมทำงานหนัก
- เลิก เหล้า บุหรี่ สารเสพติด และควรงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน
- ดูแลจิตใจตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงความเครียด ความซึมเศร้
- หากิจกรรมทำร่วมกับครอบครัวเพื่อสร้างกำลังใจให้ต่อสู้กับโรค
- รู้จักดูแลตัวเองในภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล อย่างเคร่งครัด
- ไปพบแพทย์ตามนัดเสมอ
- จำกัดอาหารหวานจัดและเค็มจัด เพราะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและการทำงานของไต
- พยายามกินอาหารให้ได้ หากรู้สึกว่าทานได้น้อย ก็ให้ทานบ่อยๆ
- รับประทานอาหารดีมีประโยชน์ครบ 5 หมู่
การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
- ตรวจเต้านมด้วยตนเอง โดยคลำเต้านมหาก้อนด้วยตนเอง หลังจากหมดประจำเดือนประมาณ 1 สัปดาห์ สามารถตรวจได้ทุกเดือน
- ตรวจแมมโมแกรม โดยเฉพาะสตรีที่อายุเกิน 40 ปี ควรตรวจทุกปี
- การตรวจคลำเต้านมโดยแพทย์และพยาบาล
ถึงแม้ภัยจากมะเร็งเต้านมจะน่ากลัว และเป็นมะเร็งอันหนึ่งในผู้หญิง แต่ก็สามารถป้องกันได้ ด้วยการดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และที่สำคัญ ควรหมั่นตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะ “การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม” ซึ่งมีประโยชน์คือ จะช่วยให้สามารถตรวจพบการเกิดโรคได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ อันจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมได้
นพ. อนิรุทธ์ นิรนาท
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์มะเร็ง
ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลพญาไท 1
