หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า “โรคไส้เลื่อน” (Hernia) เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ชายเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศและทุกวัย โดยมีสาเหตุหลักมาจากความอ่อนแอของผนังหน้าท้องร่วมกับแรงดันในช่องท้องที่สูงผิดปกติ ส่งผลให้อวัยวะภายใน (มักเป็นลำไส้เล็ก) ดันตัวออกมานอกผนังหน้าท้องจนมองเห็นเป็นก้อนนูน
โรคไส้เลื่อนเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง ?
ไส้เลื่อนไม่ได้เกิดจากการยกของหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ ดังนี้:
- ความบกพร่องของร่างกาย: ผนังหน้าท้องอ่อนแอมาตั้งแต่กำเนิด หรือความผิดปกติของคอลลาเจน
- แรงดันในช่องท้องสูง: การไอเรื้อรัง (โรคปอดอุดกั้น), ท้องผูกจนต้องเบ่งอุจจาระบอยๆ, ต่อมลูกหมากโตที่ทำให้ต้องเบ่งปัสสาวะ หรือภาวะอ้วน
- พฤติกรรมเสี่ยง: การยกของหนักบ่อยครั้ง หรือการออกแรงเบ่งซ้ำๆ
- ปัจจัยอื่นๆ: การตั้งครรภ์ ซึ่งทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มสูงขึ้น
แนวทางการรักษาโรคไส้เลื่อน
เมื่อวินิจฉัยพบว่าเป็นไส้เลื่อน ศัลยแพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยปัจจุบันมี 2 วิธีหลัก
- การผ่าตัดแบบเปิด (Open Herniorrhaphy)
เป็นการผ่าตัดแบบดั้งเดิม โดยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณผิวหนัง (ยาวประมาณ 6-8 ซม.) เพื่อดันลำไส้กลับและเย็บซ่อมแซมผนังหน้าท้อง
- เทคนิคเสริม มักมีการวางแผ่นสังเคราะห์ (Mesh) เพื่อลดแรงตึงและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้ดีกว่าการเย็บเนื้อเยื่อแบบเดิม
- ข้อพิจารณา: อาจมีความรู้สึกปวดแผลมากกว่าและใช้ระยะเวลาพักฟื้นนานกว่าการผ่าตัดผ่านกล้อง
- การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Hernia Repair)
เป็นนวัตกรรมการรักษาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยแพทย์จะเจาะรูขนาดเล็กเพียง 0.5 – 1.5 ซม. จำนวน 3 จุด เพื่อใส่กล้องและเครื่องมือเข้าไปซ่อมแซมผนังหน้าท้องจากด้านใน
- แผลเล็ก มีแผลขนาดจิ๋วเพียงไม่กี่จุด ลดความกังวลเรื่องรอยแผลเป็น
- ฟื้นตัวไว ผู้ป่วยมักเสียเลือดน้อยและเจ็บแผลน้อยกว่า ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้รวดเร็วขึ้น
- ความแม่นยำ แพทย์เห็นภาพขยายผ่านจอ Monitor ชัดเจน และสามารถวางแผ่นสังเคราะห์เพื่อเสริมความแข็งแรงได้อย่างตรงจุด
พ. ต. ต. นพ. หะสัน มูหาหมัด
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งวิทยา
ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพญาไท 1
