ภาวะหัวใจเต้นระริกหรือสั้นพลิ้ว ภัยเงียบอันตราย รู้ก่อนรักษาได้

Image

分享


ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริกเป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นแบบไม่สม่ำเสมอ ทำให้ความสามารถในการบีบตัวของหัวใจห้องบนเสียไป ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียที่สำคัญคือ

  • เกิดภาวะลิ่มเลือดในหัวใจห้องบน และการที่หัวใจเต้นแบบสั่นพลิ้วอาจส่งผลให้ลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดสมองทำให้เกิดอัมพาต หรืออุดหลอดเลือดหัวใจทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายฉับพลันได้ด้วย 
  • หัวใจห้องล่างเต้นเร็วขึ้นและไม่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดอาการใจสั่น 
  • อาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลันได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการทำงานของหัวใจผิดปกติ 

 

ใครบ้างที่เสี่ยงกับภาวะหัวใจเต้นระริก?

ภาวะหัวใจเต้นระริก มักพบบ่อยในกลุ่มคนดังนี้

    1. กลุ่มคนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคลิ้นหัวใจตีบ/รั่ว โรคหัวใจล้มเหลว โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ภาวะหลังผ่าตัดหัวใจ
    2. กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากโรคของระบบอื่นและปัจจัยต่างๆ ร่วมด้วย เช่น ภาวะสูงวัย (อายุ 65 ปีขึ้นไป) โรคอ้วน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคเบาหวาน โรคลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด โรคปอดเรื้อรัง โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ  โรคติดเชื้อไวรัส ภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือด
    3. กลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ทราบสาเหตุ

 

อาการของภาวะหัวใจเต้นระริกมีลักษณะอย่างไร?

ผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นระริก หรือ AF ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่มักมาพบแพทย์ด้วยอาการแทรกซ้อน โดยเฉพาะอาการอัมพาตตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่วนที่เหลือมักมาพบแพทย์ด้วยอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการสมองขาดเลือดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว เต้นไม่สม่ำเสมอ
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลำบาก
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
  • เหนื่อยมากขณะออกกำลังกาย
  • เป็นลมหมดสติ

 

การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นระริก

การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นระรึกจะต้องทำการตรวจหัวใจ ซึ่งจะตรวจด้วย 3 วิธี โดยแพทย์จะเป็นผู้อ่านและพิจารณาผลตรวจก่อนการวินิจฉัย ด้วยตรวจดังนี้

1.ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

2.ตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการเดินสายพาน หรือ Exercise Stress Test (EST)

3.ตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echo)

ทั้งนี้ ภาวะหัวใจเต้นระริก หรือ Atrial Fibrillation มักไม่ได้เกิดตลอดเวลา ปัจจุบันจึงอาจต้องใช้การตรวจติดตามด้วยเครื่องบันทึกหัวใจ Holter Monitor / Cardio scan ร่วมด้วย เพื่อให้การวินิจฉัยแม่นยำและชัดเจนขึ้น

 

การรักษาภาวะหัวใจเต้นพลิ้ว Atrial Fibrillation 

การรักษาจะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ  

1.การให้ยาละลายลิ่มเลือด ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดอัตราการเกิดอัมพาต หรือหลอดเลือดหัวใจอุดตันฉับพลัน

2.การให้ยาควบคุมความเร็วหรือควบคุมจังหวะหัวใจ เพื่อลดอาการที่เกิดจากภาวะหัวใจเต้นระริก หากใช้ยาแล้วไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาใช้ การรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Radiofrequency Catheter Ablation: RFCA) ด้วยคลื่นวิทยุผ่านสายสวน หรือการจี้ด้วยความเย็นจัด (Cryoablation) เพื่อปิดกั้นสัญญาณกระตุ้นที่ชักนำให้เกิดการลัดวงจรจากบริเวณที่หลอดเลือดดำปอดมาต่อกับหัวใจห้องบนซ้าย 

3.รักษาโรคร่วมที่ผู้ป่วยมีให้อยู่ในเกณฑ์ดี เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน โรคนอนกรน งดสูบบุหรี่ รวมถึงการควบคุมอาหารและออกกำลังกายในระดับที่ไม่น้อยหรือมากจนเกินไป

 

ความผิดปกติของหัวใจสามารถป้องกันได้โดยการดูแลตนเอง เช่น งดสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่ดี การออกกำลังกาย รวมถึงการตรวจสุขภาพเบื้องต้น และหมั่นสังเกตตนเอง หากมีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจทันที เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง จะได้ป้องกันการลุกลามและรีบรักษา 

 

 

Loading...

分享


Loading...