ท้องผูกเรื้อรังแก้ไขได้ด้วยการฝึกขับถ่าย (Biofeedback Therapy)

Image

แชร์


ท้องผูกเรื้อรังแก้ไขได้ด้วยการฝึกขับถ่าย (Biofeedback Therapy)

ท้องผูกเรื้อรัง เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตทั้งทางร่างกายและจิตใจ บ่อยครั้งที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ยา ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ปัญหานี้หมดไปได้ สำหรับผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรัง การตรวจวินิจฉัยถึงสาเหตุที่แท้จริงด้วยวิธีการตรวจวัดการทำงานของทวารหนักและหูรูดทวารหนัก (Anorectal manometry) และการรักษาด้วยการฝึกการขับถ่าย (Biofeedback Therapy) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน

 

การฝึกขับถ่ายคืออะไร ใครบางที่ควรฝึก?

ในการขับถ่ายปกติ ร่างกายจะต้องเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องและกะบังลม เพื่อให้เกิดแรงในการขับถ่ายและผ่อนคลายกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก เพื่อให้อุจจาระผ่านออกมา แต่ในผู้ป่วยที่มีภาวะท้องผูกเรื้อรัง พบว่ามากกว่าร้อยละ 30 เกิดจากการใช้งานหรือการบังคับกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายไม่ถูกต้อง

 

การฝึกขับถ่ายจึงเป็นการรักษาภาวะท้องผูกเรื้อรังในกรณีนี้ โดยเป็นการฝึกกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายให้ทำงานประสานกัน ซึ่งเป็นวิธีการรักษามาตรฐาน มีการแก้ไขที่สาเหตุ จึงสามารถรักษาภาวะท้องผูกเรื้อรังได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน ทั้งนี้ วิธีการนี้จะเหมาะสำหรับ

  • ผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรัง ที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังมานานกว่า 6 เดือน และไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหาร และการใช้ยา
  • ผู้ที่มีปัญหาการขับถ่ายเรื้อรัง เช่น ท้องผูก ท้องเสีย กลั้นอุจจาระไม่อยู่
  • ผู้ที่เคยผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกราน ส่งผลให้การควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ
  • ผู้ที่มีอาการปวดอุจจาระบ่อย ถ่ายไม่ออก
  • ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการควบคุมการขับถ่าย

 

ขั้นตอนและวิธีการฝึกขับถ่าย

การฝึกขับถ่ายจะเป็นการใส่สายเส้นเล็กๆ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร เข้าไปในทวารหนักของผู้ป่วย เพื่อดูว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติในการขับถ่ายแบบใด จากนั้นแพทย์จะอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจโดยอ่านค่าจากกราฟที่ปรากฏบนหน้าจอ และสอนวิธีการเบ่งถ่ายอย่างถูกต้องให้กับผู้ป่วย

 

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฝึกขับถ่าย

ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ แต่แพทย์มักจะแนะนำให้

  • ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหาร
  • ไม่ต้องงดยาโรคประจำตัวที่ทานอยู่เดิม แต่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่าทานยาใดอยู่บ้าง
  • แนะนำให้ถ่ายอุจจาระเป็นปกติมาก่อนในช่วงเช้า ในวันที่จะเข้ามาทำการตรวจรักษา

 

การดูแลตนเองหลังการฝึกขับถ่าย

หลังเข้ารับการฝึกขับถ่าย ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ได้ตามปกติ และจะต้องกลับไปฝึกขับถ่ายด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถถ่ายเองได้จริง แม้จะไม่มีคนช่วยแนะนำ เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาที่ยั่งยืน

 

การฝึกขับถ่ายเป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และไม่ต้องใช้ยา โดยทั่วไปจะใช้เวลาฝึกประมาณ 6-8 สัปดาห์ ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีความชำนาญ หากคุณมีปัญหาเรื้อรังเรื่องการขับถ่าย การฝึกขับถ่ายแบบ Biofeedback Therapy อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ แนะนำให้เข้าปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม และรับคำแนะนำในการฝึกขับถ่ายอย่างถูกต้องต่อไป

 

 

พญ.ณัฐธิดา ศรีบัวทอง

อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ

ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...