การปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง

Image

แชร์


การปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง

เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา เตรียมพร้อมไว้ช่วยชีวิตได้ทันที 

ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวหรือวันหยุดยาว หลายคนมักออกเดินทางไกล ทั้งด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือเครื่องบิน แต่สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยคือ “อุบัติเหตุระหว่างเดินทาง” ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น แผลถลอก ฟกช้ำ หรืออาการรุนแรงอย่างกระดูกหัก เลือดออกมาก หรือหมดสติ

 

การรู้ วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ “การช่วยเหลืออย่างถูกวิธีในนาทีแรก” สามารถลดความรุนแรงของการบาดเจ็บและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ 

 

ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ 

1. ประเมินความปลอดภัยของพื้นที่ก่อนเข้าให้การช่วยเหลือ อย่ารีบเข้าไปหาผู้บาดเจ็บทันที โดยเฉพาะในจุดที่มีความเสี่ยง เช่น บนถนนที่มีรถวิ่งผ่าน หรือบริเวณที่มีไฟรั่ว น้ำมันรั่ว หรือสิ่งของตกหล่น ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า “ปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ช่วยและผู้บาดเจ็บ” 

2. ตรวจชีพจร การหายใจ และการตอบสนอง เรียกชื่อผู้บาดเจ็บหรือแตะไหล่เบา ๆ หากไม่ตอบสนอง ให้ตรวจดูว่าหายใจอยู่หรือไม่ 

  • หากไม่หายใจ ให้เริ่มทำ CPR (การปั๊มหัวใจ) และโทรแจ้ง 1669 (สายด่วนฉุกเฉิน) ทันที 
  • หากยังหายใจ ให้จัดท่าทางให้นอนนิ่ง ศีรษะตรง หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวร่างกายมากเกินไป โดยเฉพาะส่วนคอและหลัง 

 

3. ห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยไม่จำเป็น ยกเว้นกรณีจำเป็น เช่น พื้นที่ไม่ปลอดภัย หรือมีความเสี่ยงไฟไหม้ ระเบิด ฯลฯ หากสงสัยว่ามีกระดูกหักหรือบาดเจ็บกระดูกสันหลัง ควรรอเจ้าหน้าที่กู้ชีพหรือแพทย์มาช่วยเหลือเท่านั้น 

4. ห้ามล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์ในทันที กรณีมีแผลถลอกหรือแผลเปิด ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ (Normal Saline) และซับเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาด จากนั้นปิดแผลด้วยผ้าก๊อซเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ห้ามใช้แอลกอฮอล์หรือไอโอดีนเข้มข้นโดยตรงบนแผลสด เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อระคายเคืองและแผลหายช้า 

5. หากมีเลือดออกมาก ให้กดห้ามเลือดทันที ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซกดตรงบริเวณที่เลือดออกอย่ายกผ้าที่กดออกบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เลือดออกต่อเนื่อง หากเลือดยังไม่หยุด ให้กดซ้ำด้วยผ้าอีกชั้นโดยไม่ยกผ้าเดิมออก 

6. หากหมดสติแต่ยังหายใจ ให้จัดท่า Recovery Position คือ นอนตะแคงหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจ และป้องกันการสำลัก 

 

การปฐมพยาบาลอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อกระดูก ด้วยหลัก R.I.C.E 

อาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและกระดูก เช่น ข้อเท้าพลิก กล้ามเนื้อเคล็ด หรือขัดยอก เป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะระหว่างเล่นกีฬา หรือทำกิจวัตรประจำวัน หากปฐมพยาบาลได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยลดอาการบวม ปวด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ หนึ่งในวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ใช้กันทั่วไปคือหลัก R.I.C.E. ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ 

  • R – Rest (พัก) หยุดใช้บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บทันที เพื่อลดการกระแทกหรือการกดทับที่อาจทำให้บาดเจ็บรุนแรงขึ้น 
  • I – Ice (ประคบเย็น) ประคบเย็นด้วยน้ำแข็งห่อผ้า หรือเจลเย็น บริเวณที่เจ็บเป็นเวลา 15–20 นาทีต่อครั้ง ช่วยลดอาการบวม อักเสบ และบรรเทาอาการปวด โดยเฉพาะในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก 
  • C – Compression (รัด) ใช้ผ้ายืดพันแผลพันบริเวณที่บาดเจ็บแบบหลวมพอดี เพื่อช่วยควบคุมอาการบวม ไม่ควรรัดแน่นเกินไปเพราะอาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก 
  • E – Elevation (ยกสูง) ยกอวัยวะที่บาดเจ็บให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เช่น ยกขาไว้บนหมอน เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับและลดอาการบวมได้เร็วขึ้น 

 

การปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกสารเคมีหรือฝุ่นควันเข้าตา 

หากเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง (เช่น ถูกสิ่งแปลกปลอมจากรถคันหน้ากระเด็นใส่ หรือในพื้นที่ไฟไหม้) ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาด หรือ น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) โดยเปิดน้ำให้ไหลผ่านดวงตาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาอย่างน้อย 15-20 นาที ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด หากยังคงมีอาการปวดหรือระคายเคือง ให้รีบไปพบแพทย์ 

 

วิธีการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน (1669) ให้ได้ผลเร็ว 

ควรแจ้งข้อมูลสำคัญให้ครบ เน้นย้ำสิ่งที่ควรแจ้งแก่เจ้าหน้าที่เพื่อความรวดเร็วในการเข้าถึง ได้แก่ 

  • เบอร์โทรศัพท์ ของผู้แจ้งให้เลขหมายที่ติดต่อกลับได้ 
  • สถานที่เกิดเหตุ ระบุให้ชัดเจนที่สุด เช่น ชื่อถนน หมายเลขกิโลเมตร จุดสังเกตสำคัญ 
  • ลักษณะของอุบัติเหตุ และ จำนวนผู้บาดเจ็บ เช่น รถชน มีผู้บาดเจ็บกี่คน 
  • อาการที่เด่นชัด ของผู้บาดเจ็บ เช่น ไม่รู้สึกตัว เลือดออกมาก แขน–ขาผิดรูป 

 

อุปกรณ์ที่ควรมีในชุดปฐมพยาบาลติดรถ 

  • ผ้าก๊อซ ปิดแผล / พลาสเตอร์ยา 
  • ผ้าสามเหลี่ยม / ผ้ายืดพันแผล 
  • น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) 
  • ถุงมือยางแบบใช้แล้วทิ้ง 
  • กรรไกร / เทปกาวทางการแพทย์ 
  • ยาแก้ปวดลดไข้ (Paracetamol) 
  • เบอร์โทรฉุกเฉิน (1669, โรงพยาบาลใกล้เคียง) 
  • Power bank สำหรับโทรศัพท์มือถือ 

 

รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที หากพบอาการเหล่านี้ 

  • หมดสติ ไม่หายใจ ชีพจรเต้นอ่อน 
  • เลือดออกมากกดไม่หยุด 
  • เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก 
  • กระดูกผิดรูป หรือมีแผลเปิดลึก 
  • ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนไม่หยุด สงสัยเลือดออกในสมอง 
  • ถูกงูหรือแมลงมีพิษกัด 
  • แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกบริเวณกว้าง 

 

ปลอดภัยไว้ก่อน…อย่าประมาทระหว่างการเดินทาง 

แม้เราจะไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์อุบัติเหตุได้ทั้งหมด แต่สามารถ ลดความรุนแรงของผลลัพธ์ได้ด้วยการเตรียมตัวให้พร้อม อย่าลืมตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อมก่อนเดินทาง พักผ่อนให้เพียงพอ และหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้โทร 1669 หรือรีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้ที่สุด 

 

หากได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือมีอาการสงสัยกระดูกหัก เคล็ด ขัดยอก สามารถเข้ารับการตรวจ และดูแลได้ที่ โรงพยาบาลพญาไท 2 โดยทีมแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ ศูนย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน และรถพยาบาล พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง 

แชร์


Loading...