ภาวะโซเดียมต่ำ หรือ Hyponatremia เป็นภาวะที่ระดับโซเดียมใน เลือดลดลงต่ำกว่าปกติ ซึ่งโดยทั่วไประดับโซเดียมควรอยู่ระหว่าง 135–145 มิลลิอีควิวาเลนต์ต่อลิตร (mEq/L) หากต่ำกว่า 135 mEq/L ถือว่า มีภาวะโซเดียมต่ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อสมดุลของน้ำ ระบบประสาท กล้าม เนื้อ และความดันโลหิต โซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของของเหลวภายใน ร่างกาย เมื่อระดับโซเดียมต่ำ น้ำจะเคลื่อนเข้าสู่เซลล์มากขึ้น โดยเฉพาะในสมอง อาจทำให้เกิดอาการอันตราย เช่น สมองบวมน้ำ หมด สติ หรือเสียชีวิตได้
สาเหตุของภาวะโซเดียมต่ำ
เกิดได้จากหลายปัจจัย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตาม สมดุลของน้ำในร่างกาย
1.ภาวะน้ำและโซเดียมลดลง(Hypovolemic Hyponatremia)
-
- การสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากอาการอาเจียนหรือท้องเสีย
- เหงื่อออกมาก จากการออกกำลังกายหรืออากาศร้อน
- การใช้ยาขับปัสสาวะเป็นระยะเวลานาน
- การเสียเลือดหรือของเหลวจำนวนมากจากบาดแผลหรือกาผ่าตัด
2. ภาวะน้ำมากเกิน(Hypervolemic Hyponatremia)
-
- โรคหัวใจล้มเหลว
- โรคตับแข็ง
- โรคไตเรื้อรัง ภาวะเหล่านี้ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้มากกว่าปกติ ส่งผลให้โซเดียมในเลือด“ถูกเจือจาง”
3. ภาวะน้ำปกติแต่โซเดียมต่ำ (Euvolemic Hyponatremia)
-
- เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนADH (ภาวะ SIADH) ซึ่งมัก ตรวจพบโรคร่วมในระยะต่อมา เช่น ปอดอักเสบ เนื้องอก
- การดื่มน้ำมากเกินไปและรับประทานอาหารน้อย เช่น ผู้ป่วยจิตเวช ที่ดื่มน้ำปริมาณมาก ผู้ป่วยติดสุราที่ขาดสารอาหาร
- โรคต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ และต่อมหมวกไตทำงานต่ำ
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านซึมเศร้า ยากันชัก หรือยาขับปัสสาวะ
อาการของภาวะโซเดียมต่ำ จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความเร็วของ การลดระดับโซเดียมในเลือดอาการเบื้องต้น
- อ่อนเพลีย
- คลื่นไส้
- กล้ามเนื้อเกร็งหรืออ่อนแรง
อาการรุนแรง (ภาวะฉุกเฉิน)
- ซึม สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง
- หมดสติ หรือชัก
- หมดสติไม่รู้สึกตัว(โคม่า)
หากพบผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันภาวะสมองบวมน้ำหรือเสียชีวิต
การวินิจฉัยภาวะโซเดียมต่ำ แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับโซเดียมโดยตรง หากต่ำกว่า 135 mEq/L จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะโซเดียมต่ำ นอกจากนี้ แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติม เช่น
- ตรวจค่าออสโมลาลิตีของเลือดและปัสสาวะ
- ตรวจระดับโซเดียมในปัสสาวะ
- ตรวจการทำงานของไต ตับ และหัวใจ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
แนวทางการรักษา ภาวะโซเดียมต่ำเล็กน้อย
- จำกัดปริมาณน้ำที่ดื่ม
- ปรับหรือหยุดยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ
- เสริมเกลือแร่ตามคำแนะนำของแพทย์
ภาวะโซเดียมต่ำระดับปานกลางถึงรุนแรง
- ให้น้ำเกลือเข้มข้น(Hypertonic saline) ทางหลอดเลือดดำ
- เฝ้าระวังในหอผู้ป่วยวิกฤต(ICU)
- ปรับระดับโซเดียมอย่างช้า ๆ เพื่อป้องกันภาวะOsmotic Demyelination Syndrome (ODS) ซึ่งเกิดจากการเพิ่มระดับ โซเดียมเร็วเกินไป
การรักษาต้นเหตุ
- ควบคุมโรคหัวใจ ตับ หรือไต หากเป็นสาเหตุหลัก
- รักษาความผิดปกติของฮอร์โมนหรือไทรอยด์
การป้องกันภาวะโซเดียมต่ำ
- ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป
- หากออกกำลังกายหนัก ควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่แทนน้ำเปล่า เพียงอย่างเดียว
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาขับปัสสาวะโดยไม่จำเป็น
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรค หัวใจ โรคตับ หรือโรคไต
- ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาที่อาจมีผลต่อระดับโซเดียม
ภาวะโซเดียมต่ำ (Hyponatremia) อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยไว้ โดยไม่รักษาอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ ป่วยโรคเรื้อรัง หากมีอาการอ่อนแรง สับสน หรือชัก ควรรีบเข้ารับการ ตรวจรักษาโดยแพทย์ทันที
พญ. เมธินี สุทธิไวยกิจ
แพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต
ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลพญาไท 2
