ภาวะโซเดียมต่ำ (Hyponatremia) สัญญาณเตือนร่างกายไม่ สมดุล ที่ควรรู้ก่อนสาย

Image

แชร์


ภาวะโซเดียมต่ำ หรือ Hyponatremia เป็นภาวะที่ระดับโซเดียมใน เลือดลดลงต่ำกว่าปกติ ซึ่งโดยทั่วไประดับโซเดียมควรอยู่ระหว่าง 135–145 มิลลิอีควิวาเลนต์ต่อลิตร (mEq/L) หากต่ำกว่า 135 mEq/L ถือว่า มีภาวะโซเดียมต่ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อสมดุลของน้ำ ระบบประสาท กล้าม เนื้อ และความดันโลหิต โซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของของเหลวภายใน ร่างกาย เมื่อระดับโซเดียมต่ำ น้ำจะเคลื่อนเข้าสู่เซลล์มากขึ้น โดยเฉพาะในสมอง อาจทำให้เกิดอาการอันตราย เช่น สมองบวมน้ำ หมด สติ หรือเสียชีวิตได้ 

 

สาเหตุของภาวะโซเดียมต่ำ 

เกิดได้จากหลายปัจจัย โดยสามารถแบ่งออกเป็น กลุ่มใหญ่ตาม สมดุลของน้ำในร่างกาย 

1.ภาวะน้ำและโซเดียมลดลง(Hypovolemic Hyponatremia) 

    • การสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากอาการอาเจียนหรือท้องเสีย
    • เหงื่อออกมาก จากการออกกำลังกายหรืออากาศร้อน
    • การใช้ยาขับปัสสาวะเป็นระยะเวลานาน
    • การเสียเลือดหรือของเหลวจำนวนมากจากบาดแผลหรือกาผ่าตัด

2. ภาวะน้ำมากเกิน(Hypervolemic Hyponatremia) 

    • โรคหัวใจล้มเหลว
    • โรคตับแข็ง
    • โรคไตเรื้อรัง ภาวะเหล่านี้ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้มากกว่าปกติ ส่งผลให้โซเดียมในเลือด“ถูกเจือจาง” 

3. ภาวะน้ำปกติแต่โซเดียมต่ำ (Euvolemic Hyponatremia) 

    • เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนADH (ภาวะ SIADH) ซึ่งมัก ตรวจพบโรคร่วมในระยะต่อมา เช่น ปอดอักเสบ เนื้องอก 
    • การดื่มน้ำมากเกินไปและรับประทานอาหารน้อย เช่น ผู้ป่วยจิตเวช ที่ดื่มน้ำปริมาณมาก ผู้ป่วยติดสุราที่ขาดสารอาหาร
    • โรคต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ และต่อมหมวกไตทำงานต่ำ
    • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านซึมเศร้า ยากันชัก หรือยาขับปัสสาวะ

  

อาการของภาวะโซเดียมต่ำ จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความเร็วของ การลดระดับโซเดียมในเลือดอาการเบื้องต้น 

  • อ่อนเพลีย
  • คลื่นไส้
  • กล้ามเนื้อเกร็งหรืออ่อนแรง

 

อาการรุนแรง (ภาวะฉุกเฉิน) 

  • ซึม สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง
  • หมดสติ หรือชัก
  • หมดสติไม่รู้สึกตัว(โคม่า) 

หากพบผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันภาวะสมองบวมน้ำหรือเสียชีวิต 

  

การวินิจฉัยภาวะโซเดียมต่ำ แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับโซเดียมโดยตรง หากต่ำกว่า 135 mEq/L จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะโซเดียมต่ำ นอกจากนี้ แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติม เช่น 

  • ตรวจค่าออสโมลาลิตีของเลือดและปัสสาวะ
  • ตรวจระดับโซเดียมในปัสสาวะ
  • ตรวจการทำงานของไต ตับ และหัวใจ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

  

แนวทางการรักษา ภาวะโซเดียมต่ำเล็กน้อย 

  • จำกัดปริมาณน้ำที่ดื่ม
  • ปรับหรือหยุดยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ
  • เสริมเกลือแร่ตามคำแนะนำของแพทย์

 

ภาวะโซเดียมต่ำระดับปานกลางถึงรุนแรง 

  • ให้น้ำเกลือเข้มข้น(Hypertonic saline) ทางหลอดเลือดดำ 
  • เฝ้าระวังในหอผู้ป่วยวิกฤต(ICU) 
  • ปรับระดับโซเดียมอย่างช้า ๆ เพื่อป้องกันภาวะOsmotic Demyelination Syndrome (ODS) ซึ่งเกิดจากการเพิ่มระดับ โซเดียมเร็วเกินไป 

 

การรักษาต้นเหตุ 

  • ควบคุมโรคหัวใจ ตับ หรือไต หากเป็นสาเหตุหลัก
  • รักษาความผิดปกติของฮอร์โมนหรือไทรอยด์

 

การป้องกันภาวะโซเดียมต่ำ 

  • ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป
  • หากออกกำลังกายหนัก ควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่แทนน้ำเปล่า เพียงอย่างเดียว
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาขับปัสสาวะโดยไม่จำเป็น
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรค หัวใจ โรคตับ หรือโรคไต
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาที่อาจมีผลต่อระดับโซเดียม 

 

ภาวะโซเดียมต่ำ (Hyponatremia) อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยไว้ โดยไม่รักษาอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ ป่วยโรคเรื้อรัง หากมีอาการอ่อนแรง สับสน หรือชัก ควรรีบเข้ารับการ ตรวจรักษาโดยแพทย์ทันที 

 

 

พญ. เมธินี สุทธิไวยกิจ 

แพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต

ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลพญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...