ในยุคที่โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทยและทั่วโลก ปัญหาสำคัญที่ทำให้การรักษาซับซ้อนมากขึ้น คือ “หินปูนในหลอดเลือดหัวใจ” หรือภาวะหลอดเลือดแข็งจากแคลเซียมสะสม (Severe Coronary Calcification)
เทคโนโลยี IVL (Intravascular Lithotripsy) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วย “สลายหินปูนในหลอดเลือดจากภายใน” เพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการขยายหลอดเลือดและใส่ขดลวด (Stent)
IVL คืออะไร ?
IVL (Intravascular Lithotripsy) คือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้ “คลื่นกระแทกพลังงานต่ำ (Shockwave)” ส่งผ่านบอลลูนภายในหลอดเลือด เพื่อแตกและสลายแคลเซียมที่เกาะผนังหลอดเลือดหัวใจ หลักการคล้ายกับการสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก แต่ถูกออกแบบเฉพาะสำหรับหลอดเลือดหัวใจ โดยสามารถสลายแคลเซียมที่แข็งและลึกได้ โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อปกติโดยรอบ
หินปูนในหลอดเลือดหัวใจ เกิดจากอะไร ?
การสะสมของแคลเซียมในผนังหลอดเลือดเกิดจากกระบวนการอักเสบเรื้อรังและคราบไขมันสะสม (Atherosclerosis) ซึ่งพบบ่อยในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น
- เบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดสูง
- สูบบุหรี่
- อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่อหลอดเลือดแข็งและตีบ การขยายหลอดเลือดแบบปกติอาจทำได้ยาก เสี่ยงต่อการใส่ขดลวดไม่สมบูรณ์ ซึ่งเพิ่มโอกาสการตีบซ้ำในอนาคต
ขั้นตอนการรักษาด้วย IVL
- แพทย์สอดสายสวนผ่านหลอดเลือดเข้าสู่ตำแหน่งที่ตีบ
- นำบอลลูน IVL เข้าไปวางในจุดที่มีหินปูน
- ปล่อยคลื่นกระแทกพลังงานต่ำผ่านบอลลูน
- คลื่นจะทำให้แคลเซียมแตกเป็นรอยร้าวขนาดเล็ก
- จากนั้นจึงขยายบอลลูนและใส่ขดลวดได้อย่างเหมาะสม
เทคนิคนี้ช่วยให้ผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นขึ้น และลดแรงดันที่ต้องใช้ในการขยายหลอดเลือด
ข้อดีของ IVL
- สลายแคลเซียมได้ทั้งชั้นตื้นและลึก
- ลดความเสี่ยงหลอดเลือดฉีกขาด เมื่อเทียบกับการรักษาหลอดเลือดที่มีหินปูนแบบอื่น
- เพิ่มประสิทธิภาพการใส่ขดลวด
- ใช้พลังงานต่ำ ไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างมากเกินจำเป็น
- ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนบางประการในผู้ป่วยหลอดเลือดแข็งมาก
เหมาะกับใครบ้าง ?
IVL มักพิจารณาใช้ในผู้ป่วยที่มี
- หลอดเลือดหัวใจตีบชนิดมีแคลเซียมสะสมมาก
- เคยขยายหลอดเลือดแล้วแต่ไม่สำเร็จ หรือขดลวดที่ใส่กางไม่ออกเนื่องจากหินปูน
- มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการขยายแบบแรงดันสูง
- ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีโรคร่วมหลายอย่าง
การเลือกใช้วิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เฉพาะทางหัวใจและหลอดเลือด
IVL แตกต่างจากวิธีอื่นอย่างไร ?
| วิธีรักษา | หลักการ | จุดเด่น |
| Balloon ธรรมดา | ขยายด้วยแรงดัน | เหมาะกับคราบไขมันไม่แข็งมาก |
| Rotational Atherectomy | ใช้หัวกรอหมุนความเร็วสูง | ตัดแคลเซียมผิวด้านใน |
| IVL | ใช้คลื่นกระแทกสลายแคลเซียม | แตกแคลเซียมทั้งผิวด้านในและในชั้นลึก เพิ่มความยืดหยุ่นของเลือด |
เทคโนโลยี Intravascular Lithotripsy (IVL) เหมาะกับใคร?
- ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่มีหินปูนเกาะมาก (Severe Coronary Calcification) หลอดเลือดแข็ง ขยายได้ยาก เสี่ยงต่อการขยายไม่เต็มที่หากใช้บอลลูนทั่วไป
- ผู้ที่เคยขยายหลอดเลือดแล้วไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เช่น ขดลวดกางไม่เต็ม หรือยังมีการตีบซ้ำจากผนังหลอดเลือดแข็งมาก
- ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ซึ่งมักมีภาวะหินปูนสะสมในหลอดเลือดมากกว่าคนทั่วไป
- ผู้ป่วยที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการทำหัตถการที่ซับซ้อน IVL ใช้พลังงานคลื่นกระแทกความดันต่ำ ช่วยแตกแคลเซียมโดยลดการบาดเจ็บต่อผนังหลอดเลือดเมื่อเทียบกับบางเทคนิคดั้งเดิม
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่มี “หินปูนสะสมมาก” เป็นหนึ่งในภาวะที่ทำให้การรักษาซับซ้อนขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคต เทคโนโลยี IVL (Intravascular Lithotripsy) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยสลายแคลเซียมจากภายในหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และช่วยให้การขยายหลอดเลือดหรือใส่ขดลวดทำได้อย่างเหมาะสมตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
อย่างไรก็ตาม การเลือกแนวทางการรักษา ไม่ว่าจะเป็น Balloon, Rotational Atherectomy หรือ IVL จำเป็นต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ที่ ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2 เราให้การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจแบบครบวงจร ตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยง การตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ
ผศ. นพ. กุลยศ จงพิพัฒน์วณิชย์
อายุรแพทย์โรคหัวใจ และแพทย์เฉพาะทางด้านการสวนหัวใจและขยายหลอดเลือด
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 2
