รู้ทัน 'มะเร็งไต' โรคเงียบที่อาจคร่าชีวิตได้!

Image

แชร์


รู้ทัน 'มะเร็งไต' โรคเงียบที่อาจคร่าชีวิตได้!

มะเร็งไต (Kidney Cancer) คือ โรคร้ายที่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ภายในเนื้อไต จนกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายที่สามารถลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง หรือแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดและน้ำเหลืองไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ปอด กระดูก ตับ หรือสมอง หากไม่ตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกอาจส่งผลต่อการรักษา และลดโอกาสรอดชีวิต  

 

‘มะเร็งไต’ มีกี่ประเภท?

มะเร็งไตมีหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยในผู้ใหญ่ ได้แก่  

  1. มะเร็งของเนื้อเยื่อไต (Renal Cell Carcinoma)
    เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ คิดเป็นประมาณ 90% ของมะเร็งไตทั้งหมด มะเร็งชนิดนี้มีต้นกําเนิดที่หน่วยกรองไต ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมาด้วยเรื่องตรวจพบก้อนหรือถุงน้ำโดยบังเอิญ  ถ้าไม่มีอาการอะไรเด่นชัดและไม่ได้ตรวจพบก้อนหรือถุงน้ำดังกล่าวตั้งแต่ระยะต้นอาจจะทําให้คนไข้มาพบแพทย์ในระยะลุกลามได้
  2. มะเร็งกรวยไต (Transitional Cell Carcinoma) มะเร็งชนิดนี้มีต้นกําเนิดมาจากเนื้อเยื่อที่ผิวบริเวณท่อทางเดินปัสสาวะ มีลักษณะเป็นติ่งเนื้อ หรืออาจพบเป็นก้อนขนาดใหญ่ของเยื่อบุกรวยไต โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมาพบแพทย์ด้วยเรื่อง ‘ปัสสาวะเป็นเลือด’ 

 

ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งไต?

การเกิดมะเร็งไต มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่  

  • การสูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งไตอย่างมีนัยสำคัญ 
  • ภาวะอ้วนและน้ำหนักเกิน ฮอร์โมนบางชนิดที่เปลี่ยนแปลงในภาวะอ้วน อาจกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ 
  • ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อทั้งโรคไตและมะเร็งไต 
  • กรรมพันธุ์หรือพันธุกรรมผิดปกติ เช่น กลุ่มอาการ Von Hippel-Lindau (VHL), Birt-Hogg-Dube (BHD) syndrome, Tubulous sclerosis (TS)  
  • การสัมผัสสารเคมีบางชนิด เช่น แอสเบสตอส (asbestos), แคดเมียม (cadmium) 
  • โรคไตเรื้อรังหรือไตวายระยะสุดท้าย โดยเฉพาะในผู้ที่ฟอกไตเป็นเวลานาน หรือตรวจพบถุงน้ำในไต  
  • การตรวจพบถุงน้ำในไตที่มีลักษณะบางประการ เช่น มีผนังที่หนา ขอบไม่เรียบ หรือพบส่วนของก้อนเนื้อในถุงน้ำ   

 

‘อาการของมะเร็งไต’ ที่ไม่ควรมองข้าม!

ในระยะแรกของผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการแสดงชัดเจน เนื่องจากเนื้องอกมีขนาดเล็กทําให้ผู้ป่วยไม่ทราบและไม่มีอาการใดๆ แสดงให้รู้ตัว และจะมาพบแพทย์เมื่อมีอาการเด่นชัด เช่น

 

  • ปัสสาวะมีเลือดปน แม้จะไม่เจ็บขณะปัสสาวะ  
  • ปวดหลังหรือสีข้าง โดยไม่ทราบสาเหตุ  
  • คลำพบก้อนหรือมีก้อนบวมบริเวณช่องท้อง  
  • เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด เบื่ออาหาร โดยไม่ทราบสาเหตุ 
  • มีไข้ต่ำเรื้อรัง โดยไม่ทราบสาเหตุ 
  • ในบางรายอาจมีความดันโลหิตสูง หรือภาวะเลือดซีดหรือเข้มผิดปกติ

 

การสังเกตอาการตั้งแต่เริ่มต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะแรกของโรค  

 

การวินิจฉัยโรคมะเร็งไต

เริ่มต้นจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย ร่วมกับการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่  

  1. อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เพื่อตรวจหาก้อนผิดปกติในไต  
  2. การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ไต(CT KUB) หรือ การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุความถี่สูง (MRI): ตรวจดูรายละเอียดของก้อนเนื้อ และประเมินการลุกลาม  
  3. การตรวจเลือด: ประเมินการทำงานของไตและสัญญาณบ่งชี้ความผิดปกติ  
  4. การตรวจปัสสาวะ: ค้นหาการมีเลือดหรือสารผิดปกติ  
  5. การเจาะชิ้นเนื้อ (Biopsy): ในบางกรณีที่ผลภาพถ่ายไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด  

 

แนวทางการรักษา

‘การรักษามะเร็งไต’ ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของเซลล์ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย วิธีรักษาหลัก ได้แก่  

  1. การผ่าตัด (Surgery) 
    • การตัดไตบางส่วน (Partial Nephrectomy): เหมาะกับก้อนขนาดเล็ก หรือผู้ป่วยที่ยังต้องใช้ไตข้างนั้น 
    • การตัดไตทั้งหมด (Radical Nephrectomy): สำหรับกรณีที่เนื้องอกมีขนาดใหญ่ หรืออยู่ใกล้กับหลอดเลือดสำคัญ 
  2. ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง เหมาะกับผู้ป่วยระยะลุกลามหรือมีการแพร่กระจาย 
  3. ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) เป็นการใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะกับเซลล์มะเร็ง ลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติ 
  4. การติดตามอาการ (Active Surveillance) เป็นการรักษาโดยการดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด วิธีนี้อาจเหมาะกับผู้ป่วยที่มีก้อนเนื้องอกขนาดเล็กและมีความเสี่ยงในการผ่าตัดสูง เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัดโดยไม่จําเป็น โดยเนื้องอกมะเร็งจะต้องเป็นชนิดที่มีการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า ซึ่งเราสามารถตามผลโดยการตรวจ CT Scan เป็นระยะ 

 

ป้องกันมะเร็งไต เริ่มต้นที่ตัวเรา! 

  • เลิกบุหรี่ทันที 
  • รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 
  • ควบคุมความดันโลหิตอย่างเหมาะสม 
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูป 
  • ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติโรคไต หรือสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งไต 

 

การตรวจคัดกรอง Screening มะเร็งไต 

ในปัจจุบัน ยังไม่มีแนวทางการตรวจคัดกรอง Screening มะเร็งไตที่ชัดเจน แต่เนื่องจากในปัจจุบันพบอุบัติการณ์ของมะเร็งไตที่มากขึ้น และผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการจนมาตรวจพบในระยะลุกลามแพร่กระจายแล้ว

 

ซึ่งระยะดังกล่าว มีอัตรารอดชีวิตที่ลดลงอย่างชัดเจนหากเทียบกับตรวจพบในระยะต้น การตรวจคัดกรองอาจเลือกทำในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงข้างต้น โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ผู้ป่วยบำบัดทดแทนไต ผู้ป่วยที่มีประวัติโรคพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งไต ผู้ป่วยที่ประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งไต และผู้ป่วยที่ตรวจพบก้อนเนื้อหรือถุงน้ำในไต 

 

โดยการคัดกรองเบื้องต้น ได้แก่ การตรวจทางปัสสาวะ (Urine examination) และการตรวจ Ultrasound  หรือการตรวจทางรังสีเพิ่มเติม เช่น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ไต (CT KUB) หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุความถี่สูง (MRI) ในกรณีที่ต้องการเห็นรายละเอียดของความผิดปกติที่ชัดเจนและแม่นยำขึ้น  

 

อย่างที่กล่าวข้างต้น ‘มะเร็งไต’ อาจเป็นโรคที่ไม่มีอาการในช่วงแรก แต่อาการที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ การตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง มีบทบาทอย่างมากในการค้นพบโรคตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้ หากคุณมีอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพไต ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อการประเมินที่แม่นยำ และการดูแลอย่างเหมาะสม 

 

 นพ. สิทธิพัทธ์ ถิรสัตยาพิทักษ์

อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต และปลูกถ่ายไต

โรงพยาบาลพญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...