ไข้มาลาเรีย (Malaria) โรคจากยุงตัวร้าย ที่อาจคร่าชีวิตได้ หากละเลยการป้องกัน

Image

แชร์


ไข้มาลาเรีย (Malaria) โรคจากยุงตัวร้าย ที่อาจคร่าชีวิตได้ หากละเลยการป้องกัน

ในหลายพื้นที่ของโลก “เสียงยุง” ไม่ได้หมายถึงความรำคาญเพียงอย่างเดียว แต่บางครั้ง…อาจเป็นเสียงเตือนของโรคร้ายที่ชื่อว่า “ไข้มาลาเรีย” (Malaria) โรคติดเชื้อที่ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนหรือใกล้ป่าเขา 

 

‘มาลาเรีย’ เกิดจากอะไร?

 

ไข้มาลาเรีย เกิดจากการติดเชื้อพยาธิชนิดหนึ่งชื่อ Plasmodium ซึ่งแพร่เข้าสู่ร่างกายผ่านการถูกยุงเพศเมียสกุล Anopheles กัด หลังจากนั้นเชื้อจะเดินทางไปยัง ตับเพื่อเจริญเติบโต ก่อนจะเข้าสู่กระแสเลือดและเริ่มทำลายเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดอาการ ไข้ หนาวสั่น และอ่อนเพลีย ในประเทศไทยพบเชื้อหลายชนิด เช่น 

 

  • Plasmodium falciparum ชนิดรุนแรงที่สุด อาจทำให้เสียชีวิต 
  • Plasmodium vivax  พบได้บ่อย มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 
  • Plasmodium knowlesi  เชื้อที่พบในลิง แต่สามารถแพร่สู่คนได้ในบางพื้นที่ 

 

อาการของไข้มาลาเรีย 

อาการของโรคมักเริ่มภายใน 7–14 วันหลังถูกยุงกัด โดยมีลักษณะเด่นคือ “ไข้เป็นรอบ ๆ” และอาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการรักษา อาการที่พบบ่อย ได้แก่ 

 

  • มีไข้สูง หนาวสั่น เหงื่อออกมาก 
  • ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว 
  • คลื่นไส้ อาเจียน 
  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร 
  • ในรายที่รุนแรงอาจมี อาการซีด, ตัวเหลือง, ชัก หรือหมดสติ 

 

 หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา เชื้ออาจลุกลามไปยังสมอง ไต หรือตับ จนเกิดภาวะ มาลาเรียขึ้นสมอง (Cerebral Malaria) ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิต 

 

การตรวจและวินิจฉัย 

การวินิจฉัยโรคไข้มาลาเรียสามารถทำได้หลายวิธี เช่น 

 

  • ตรวจเลือดด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Blood smear) เพื่อตรวจหาเชื้อในเม็ดเลือดแดง 
  • Rapid Test (RDT) ใช้ตรวจหาโปรตีนของเชื้ออย่างรวดเร็ว 
  • PCR หรือวิธีทางโมเลกุล สำหรับการระบุชนิดเชื้อที่แม่นยำ 

 

 หากมีไข้และเคยเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดทันที เพราะยิ่งตรวจพบเร็ว ก็ยิ่งรักษาได้ทันท่วงที 

 

การรักษาไข้มาลาเรีย 

การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและความรุนแรงของโรค แพทย์จะให้ยา ต้านมาลาเรีย (Antimalarial drugs) เช่น 

 

  • Artemisinin-based Combination Therapy (ACT) 
  • Primaquine (ในบางชนิดของเชื้อที่แฝงอยู่ในตับ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ) 

 

นอกจากนี้ยังมีการรักษาตามอาการ เช่น ให้สารน้ำ ลดไข้ และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน สิ่งสำคัญคือ ห้ามหยุดยาเอง และต้องรับประทานยาจนครบตามแพทย์สั่ง 

 

ป้องกันมาลาเรียได้อย่างไร? 

  •  นอนใน มุ้งหรือมุ้งเคลือบสารเคมีกันยุง 
  • ทายากันยุง โดยเฉพาะบริเวณแขนขาและลำคอ 
  • สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง 
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น น้ำขัง 
  • หากต้องเดินทางไปต่างประเทศ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับ ยาป้องกันมาลาเรีย (Prophylaxis) 

 

ประเทศไทยเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการระบาดของมาลาเรียสูง แต่ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ปัจจุบัน กว่า 46 จังหวัดได้รับการประกาศว่าปลอดมาลาเรียแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่ชายแดน ป่าเขา และแรงงานเคลื่อนย้าย ที่ยังคงมีความเสี่ยง ซึ่งจำเป็นต้องเฝ้าระวังและป้องกันอย่างต่อเนื่อง  

 

ไข้มาลาเรียเป็นโรคที่รักษาได้ หากตรวจพบเร็ว แต่หากละเลยอาจรุนแรงถึงชีวิตได้เช่นกัน อย่ามองข้ามอาการไข้ที่เกิดขึ้นหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง และอย่าลืมป้องกันตัวเองจากยุงตัวเล็ก ๆ ที่อาจนำโรคร้ายมาสู่คุณได้ทุกเมื่อ 

 

 

นพ. พิทักษ์ เดชพรเทวัญ

แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ

รพ.พญาไท 2

Loading...

แชร์


Loading...