ลูกเหนื่อยง่าย หายใจถี่ และซึมลง อาจเสี่ยงเป็นภาวะหัวใจอักเสบในเด็ก (Myocarditis)
ภาวะหัวใจอักเสบในเด็ก (Myocarditis) เป็นกลุ่มอาการที่หัวใจทำงานผิดปกติ ไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้เพียงพอ นับเป็นภาวะรุนแรง และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในเด็ก ช่วงอายุที่พบบ่อย คือ ช่วงก่อนเข้าอนุบาล และช่วงวัยรุ่น โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
สาเหตุของภาวะหัวใจอักเสบ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
- Infection สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ พบตามหลังการติดเชื้อไวรัส มากกว่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เชื้อที่พบมาก ได้แก่ เชื้อ COVID, เชื้อ Enterovirus ที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก, เชื้อ Influenza ไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะสายพันธุ์ A, เชื้อ Adenovirus ที่มักทำให้เกิดตาแดงคู่กับคออักเสบ (pharyngoconjuntivitis) และเชื้อ Mycoplasma ที่ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบคู่กับผื่น
- Non-infection สาเหตุที่ไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อ เช่น ตามหลังการฉีดวัคซีน Covid ชนิด mRNA, กลุ่มโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (Systemic lupus erythematosus; SLE), การใช้สารเสพติดโคเคน และการได้รับยาเคมีบำบัดบางชนิดในผู้ป่วยมะเร็ง
กลไกที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจอักเสบ
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากในหัวใจเด็กมีตัวรับสัญญาณที่คล้ายกับเชื้อโรค เชื้อไวรัสจึงสามารถเข้าไปทำลายกล้ามเนื้อหัวใจได้โดยตรง ร่วมกับกลไกป้องกันตัวเองของร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อมาพยายามทำลายเชื้อ กระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันนี้จะหลั่งสารที่กระตุ้นการอักเสบ (Inflammatory cytokines เช่น TNF-alpha, Interleukin-1) สารที่กระตุ้นการอักเสบจำนวนมหาศาลนี้ไปส่งผลต่อหัวใจ ให้บีบตัวมากขึ้นจนผิดปกติ และขาดเลือดตามมา หัวใจจึงไม่สามารถทำงานสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้เพียงพอ เกิดอาการตามระบบต่างๆ
อาการของภาวะหัวใจอักเสบ
- อาการนำของการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้สูง น้ำมูก ไอ
- อาการจากหัวใจขาดเลือด เช่น หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เจ็บหน้าอก หน้ามืด เป็นลม หอบเหนื่อย ปากเขียว
- อาการจากระบบทางเดินอาหารขาดเลือด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ปวดท้อง
จะเห็นว่าอาการของภาวะหัวใจอักเสบมีหลากหลายระบบ เบื้องต้นจึงอาจดูเหมือนว่าลูกเป็นแค่ไข้หวัดหรือลำไส้อักเสบทั่วไป แต่ข้อสังเกตคือเมื่อระยะเวลาผ่านไป อาการกลับไม่ดีขึ้น มีหายใจเร็ว เหนื่อยง่ายกว่าปกติ และซึมลง คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกมาพบแพทย์
การวินิจฉัยภาวะหัวใจอักเสบ
- การใช้คลื่นอัลตราซาวด์ตรวจหัวใจ (Echocardiogram) สามารถบอกโครงสร้าง และการบีบตัวของหัวใจได้ เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บ ลักษณะเดียวกับที่คุณแม่ตรวจอัลตราซาวด์หน้าท้องขณะตั้งครรภ์ สามารถทำได้รวดเร็ว และทำข้างเตียงผู้ป่วยได้เลย
- การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Cardiac MRI) โดยเข้าอุโมงค์เพื่อสแกนหัวใจ ข้อดีคือสามารถดูได้ละเอียดมากขึ้น สามารถบอกร่องรอยการขาดเลือดได้ชัด แต่เป็นหัตถการที่ใช้เวลานาน เด็กจึงต้องได้รับการดมยาสลบเพื่อทำหัตถการ จึงไม่ใช้เป็นตัวเลือกแรกในผู้ป่วยที่อาการไม่คงที่
- เจาะเลือดตรวจค่าการทำงานของหัวใจ (Cardiac biomarkers) สามารถช่วยในการวินิจฉัย และติดตามความรุนแรงของหัวใจอักเสบ แต่ไม่สามารถบอกสาเหตุของหัวใจอักเสบได้
วิธีการรักษา
ปัจจุบันยังไม่มียาจำเพาะที่ใช้รักษาหัวใจอักเสบ โดยแพทย์จะรักษาภาวะหัวใจอักเสบในเด็กขึ้นตามสาเหตุ และความรุนแรงของอาการ ยาที่อาจช่วยลดการอักเสบได้เช่น IVIG (Intravenous immunoglobulin) และ Steroid คือยาที่ให้ทางเส้นเลือด เพื่อไปจับกับร่างกาย ลดกระบวนการสร้างสารกระตุ้นการอักเสบ
การรักษาอื่นมุ่งเน้นเพื่อไม่ให้หัวใจขาดเลือดเพิ่ม และพยุงให้หัวใจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เช่น การให้สารน้ำอย่างเหมาะสม ยาลดไข้ ยากระตุ้นการบีบตัวของหัวใจ การใส่เครื่องช่วยหายใจ และการใช้เครื่องหัวใจ-ปอดเทียม (ECMO)
การพยากรณ์โรค
อาจแบ่งการพยากรณ์โรค ได้ 3 กลุ่ม คือ
- 1 ใน 3 หรือ 33% หัวใจฟื้นตัวหายสนิท
- 1 ใน 3 หรือ 33% เหลือร่องรอยโรค หัวใจทำงานผิดปกติ (Dilated cardiomyopathy; DCM)
- 1 ใน 3 หรือ 33% เสียชีวิต
ภาวะหัวใจอักเสบ แม้จะเป็นภาวะที่เจอได้น้อย แต่จัดเป็นโรคร้ายแรงในเด็กที่ถึงแก่ชีวิต มักพบตามหลังการติดเชื้อไวรัส ผู้ปกครองควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เมื่อมีความผิดปกติ เช่น หายใจเร็ว เหนื่อยง่ายกว่าปกติ และซึมลง ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วน
พญ.กานติมา พงศ์พิชญศิริ
กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ รพ.พญาไท 2
