ต้อเนื้อ (Pterygium) คือ เนื้อเยื่อสีขาวขุ่นที่เกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุตาขาว แล้วค่อย ๆ ลุกลามเข้าสู่กระจกตา ลักษณะคล้ายปีกนกหรือสามเหลี่ยมเล็ก ๆ ที่คืบคลานเข้าหากลางตาดำ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ตาแดง ระคายเคือง และในบางรายอาจกระทบต่อการมองเห็นได้โดยตรงหนึ่งในวิธีรักษาที่ได้ผลที่สุดคือ “การผ่าตัดต้อเนื้อ” ซึ่งช่วยขจัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติออกไปอย่างถาวรและลดความเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำ
สาเหตุของการเกิดต้อเนื้อ
ต้อเนื้อเกิดจากการระคายเคืองของเยื่อบุตาเป็นเวลานาน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญดังนี้
- การสัมผัสกับ แสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นเวลานาน
- อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มี ฝุ่น ลม หรือควัน
- ผู้ที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น นักกีฬากลางแจ้ง นักกอล์ฟ เกษตรกร ชาวประมง คนขับรถกลางแจ้งบ่อย ๆ
- ภาวะตาแห้งเรื้อรัง
- กรรมพันธุ์หรืออายุที่มากขึ้น
การป้องกันที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ใส่แว่นกันแดด และหลีกเลี่ยงฝุ่นละอองเมื่อออกกลางแจ้ง
อาการของต้อเนื้อ
ในระยะแรก ต้อเนื้ออาจไม่แสดงอาการชัดเจน แต่เมื่อเริ่มลุกลาม อาจมีอาการดังนี้
- ตาแดง เคืองตา หรือเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา
- น้ำตาไหล หรือแสบตาเมื่อเจอแสง
- มองเห็นภาพมัวหรือบิดเบี้ยว (โดยเฉพาะส่วนกระจกตาดำ)
- ในบางรายอาจมีผลต่อความงามของดวงตา
หากมีอาการเหล่านี้และไม่ดีขึ้น ควรพบจักษุแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการผ่าตัด
เมื่อไรควรผ่าตัดต้อเนื้อ ?
จักษุแพทย์มักแนะนำให้ ผ่าตัดต้อเนื้อ ในกรณีต่อไปนี้
- ต้อเนื้อลุกลามเข้าในส่วนกระจกตาดำ
- มีผลต่อการมองเห็น เช่น ทำให้เกิดสายตาเอียง (Astigmatism)
- มีอาการเคืองตา แสบตา หรือระคายเรื้อรัง
- ต้องการผ่าตัดเพื่อความสวยงามหรือเพื่อใส่คอนแทคเลนส์ได้สะดวก
- ต้อเนื้อกลับมาเป็นซ้ำหลังรักษาด้วยยา
ขั้นตอนการผ่าตัดต้อเนื้อ
การผ่าตัดต้อเนื้อเป็นหัตถการที่ทำแบบผู้ป่วยนอก ใช้เวลาประมาณ 20–40 นาที โดยขั้นตอนหลักคือ
- หยอดยาชาและฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณเยื่อบุตา
- แยกและตัดเอาเนื้อต้อออกจากกระจกตา
- ปรับพื้นผิวเยื่อบุตาให้เรียบ
- นำเยื่อบุตาส่วนดีของผู้ป่วยมาปิดบริเวณที่ผ่าตัด (Conjunctival Autograft)
- ยึดเยื่อบุตาใหม่ด้วยการเย็บหรือใช้กาวชีวภาพ (Fibrin Glue)
- ปิดตาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
เทคนิคสมัยใหม่ เช่น การใช้เยื่อหุ้มรก (Amniotic Membrane) หรือสาร Mitomycin C ช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยี Fibrin Glue ช่วยลดระยะเวลาผ่าตัด, ไม่ต้องเย็บแผล ลดการเคือง และไม่ต้องตัดไหม
การดูแลหลังผ่าตัดต้อเนื้อ
การดูแลหลังผ่าตัดอย่างถูกต้องมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวและป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
- หยอดยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด มักใช้ยาปฏิชีวนะและยาลดการอักเสบเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา เพราะอาจทำให้เยื่อบุตาที่ปลูกใหม่หลุดหรือแผลเปิด
- ใส่แว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกแดด เพื่อป้องกันแสง UV และฝุ่นละออง
- สามารถอาบน้ำ สระผม และล้างหน้าได้ตามปกติ แต่หลีกเลี่ยงไม่ให้สบู่ แชมพู หรือ น้ำประปา เข้าตา
- งดว่ายน้ำหรือแต่งหน้าใกล้ดวงตาชั่วคราว จนกว่าแผลจะหายดี
- มาตรวจตามนัดทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ติดตามการสมานแผลและประเมินความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำ
โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อยในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก และตาจะค่อย ๆ หายแดงภายในประมาณ 1 เดือน
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
แม้การผ่าตัดต้อเนื้อจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่อาจมีภาวะแทรกซ้อนบางประการ เช่น
- การกลับมาเป็นซ้ำของต้อเนื้อ (Recurrence)
- แผลติดเชื้อ หรือเยื่อบุตาหลุด
- ตาแดง หรือมองเห็นพร่ามัวชั่วคราว
- ความดันในลูกตาสูงจากการใช้ยาสเตียรอยด์
อย่างไรก็ตาม หากได้รับการผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและดูแลหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสม ความเสี่ยงเหล่านี้จะอยู่ในระดับต่ำมาก
ผลลัพธ์ของการผ่าตัด
หลังผ่าตัดต้อเนื้อ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน เช่น
- การระคายเคืองลดลง
- การมองเห็นชัดเจนขึ้น
- ดวงตาดูสวยงามขึ้น
- ลดโอกาสเกิดสายตาเอียงจากความผิดรูปของกระจกตา
เคล็ดลับการป้องกันไม่ให้ต้อเนื้อกลับมา
- สวมแว่นกันแดดที่กันรังสี UV ได้จริง ทุกครั้งเมื่อออกกลางแจ้ง
- หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และลมแรง
- ใช้น้ำตาเทียมช่วยลดภาวะตาแห้ง
- ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ
การผ่าตัดต้อเนื้อ เป็นทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มีต้อเนื้อลุกลามหรือมีผลต่อการมองเห็น ช่วยให้ดวงตากลับมาชัดใสและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
หากคุณมีอาการตาแดง เคือง หรือเห็นเนื้อเยื่อผิดปกติลามเข้าสู่ตาดำ ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อตรวจประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
ผศ. พญ. ปรารถนา หิรัญพัทรวงศ์
จักษุแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านต้อหิน ต้อกระจก
