แผลเบาหวานเรื้อรัง หรือ Diabetic Foot Ulcer (DFU) คือภาวะบาดแผลที่เกิดขึ้นบริเวณเท้าหรือขาของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งไม่หายภายในระยะเวลาปกติ (มากกว่า 4 สัปดาห์) สาเหตุหลักมาจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของเส้นเลือดและเส้นประสาท ทำให้การไหลเวียนเลือดลดลง ปลายประสาทรับความรู้สึกชาลง และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้แผลหายช้าและติดเชื้อได้ง่าย
แผลเบาหวานเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการตัดเท้าและขาในผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า 15-25% ของผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเกิดแผลที่เท้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงชีวิต และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก แผลอาจติดเชื้อรุนแรงจนต้องสูญเสียอวัยวะ
ด้วยเหตุนี้ การดูแลและรักษาแผลเบาหวานอย่างถูกวิธีตั้งแต่แรกเริ่มจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ โรงพยาบาลพญาไท 2 เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรสหสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ์สูงในการดูแลผู้ป่วยแผลเบาหวานเรื้อรัง โดยใช้เทคนิคการรักษาที่ทันสมัยและมาตรฐานสากล เพื่อช่วยให้แผลหายเร็ว ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และคงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุด
ทำไมผู้ป่วยเบาหวานถึงเกิดแผลเรื้อรังได้ง่าย?
- หลอดเลือดส่วนปลายตีบหรืออุดตัน (Peripheral Artery Disease) ทำให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงบริเวณเท้าไม่เพียงพอ ส่งผลให้เนื้อเยื่อซ่อมแซมตัวเองได้ช้า
- เส้นประสาทเสื่อม (Peripheral Neuropathy) ผู้ป่วยมักไม่รู้สึกเจ็บหรือร้อนเย็น จึงไม่ทันสังเกตว่ามีแผลหรือการบาดเจ็บเล็กน้อยเกิดขึ้น
- ภูมิคุ้มกันทำงานลดลง ระดับน้ำตาลสูงรบกวนการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายกำจัดเชื้อโรคได้ช้าลง
- การติดเชื้อซ้ำซ้อน แผลที่ไม่ปิดสนิทและสภาพผิวแห้งแตกง่าย ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
- ความผิดปกติของการสมานแผล (Impaired Wound Healing) น้ำตาลสูงส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้การปิดแผลล่าช้า
หลักการดูแลแผลเบาหวานเรื้อรังอย่างครบวงจร
การรักษาแผลเบาหวานไม่ใช่แค่การทำแผลเท่านั้น แต่ต้องดูแลทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แผลหายเร็วและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ เราใช้แนวทางการรักษาแบบองค์รวม (Holistic Care) ร่วมกันระหว่างแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ ศัลยแพทย์ ทีม Wound Care พยาบาลเฉพาะทาง และนักกายภาพบำบัด เพื่อให้การดูแลครอบคลุมทั้งการรักษาแผล และปัจจัยร่วม ดังนี้
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ลดอาหารที่มีน้ำตาลสูงและคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ ใช้ยาหรืออินซูลินตามแผนการรักษา ตรวจน้ำตาลปลายนิ้วเป็นประจำ
- ทำความสะอาดและดูแลแผลอย่างถูกวิธี ล้างแผลด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) หลีกเลี่ยงการใช้สารกัดเนื้อเยื่อ เช่น ทิงเจอร์ไอโอดีน หรือแอลกอฮอล์ ในแผลเปิด ปิดแผลด้วยวัสดุปิดแผลที่เหมาะสม (เช่น Hydrofiber, Hydrocolloid) เพื่อรักษาสภาพความชุ่มชื้น (Moist Wound Healing) ซึ่งช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้น
- การตัดเนื้อเยื่อตาย (Debridement) ช่วยเอาเนื้อตาย คราบหนอง และเนื้อเยื่อที่ไม่สมบูรณ์ออก กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Wound Care
- ลดแรงกดบริเวณแผล (Off-loading) ใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น รองเท้าพิเศษ แผ่นรองรองเท้า หรือ Walker Boot ลดการเดินหรือยืนเป็นเวลานานในช่วงที่แผลยังไม่ปิด
- การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่
-
- Negative Pressure Wound Therapy (NPWT) ใช้แรงดันลบช่วยดูดของเสีย ลดบวม และกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่
-
- Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) รักษาด้วยออกซิเจนความดันสูง เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเนื้อเยื่อและเร่งการสมานแผล
-
- Growth Factors และ Skin Substitutes สารเร่งการซ่อมแซมผิวหนังและผิวหนังเทียมที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ
6. ป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ประเมินอาการติดเชื้อ เช่น บวม แดง ร้อน เจ็บ หรือมีหนอง ใช้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม ไม่ใช้พร่ำเพรื่อ ตรวจติดตามแผลอย่างต่อเนื่อง
การป้องกันแผลเบาหวาน
- ตรวจเท้าทุกวันด้วยตนเอง และใช้กระจกส่องหากมองไม่เห็นบางจุด
- ล้างเท้าทุกวันและเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้ว
- ทาโลชั่นบำรุงผิวเพื่อลดผิวแห้งแตก (ยกเว้นระหว่างซอกนิ้ว)
- เลือกรองเท้าขนาดพอดี ไม่บีบหรือเสียดสี
- หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า
- ตรวจสุขภาพเท้ากับแพทย์ปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากมีความเสี่ยงสูง
สัญญาณเตือนที่ต้องรีบมาพบแพทย์
- แผลไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
- แผลบวม แดง ร้อน หรือมีหนอง
- ผิวรอบแผลเปลี่ยนสีคล้ำหรือม่วง
- มีไข้ หนาวสั่น หรืออาการอ่อนเพลีย
- กลิ่นเหม็นจากแผล
ทีมแพทย์เฉพาะทาง รพ.พญาไท 2 พร้อมดูแล
แผลเบาหวานเรื้อรังเป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การรักษาที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ต่อมไร้ท่อ ศัลยแพทย์ ทีม Wound Care พยาบาลเฉพาะทาง และนักกายภาพบำบัด
ทีมดูแลของโรงพยาบาลพญาไท 2 พร้อมประเมินอย่างละเอียด และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้แผลหายเร็ว ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และป้องกันการสูญเสียอวัยวะ หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีปัญหาแผลเบาหวาน ควรเข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการดูแลตั้งแต่ระยะแรก
