ต่อมลูกหมากโต สูบบุหรี่ ไอเรื้อรัง (เสี่ยง)...ไส้เลื่อน

Image

แชร์


ต่อมลูกหมากโต สูบบุหรี่  ไอเรื้อรัง  (เสี่ยง)...ไส้เลื่อน

เมื่อกล่าวถึงคำว่า “โรคไส้เลื่อน” เชื่อว่าเป็นชื่อที่คนไทยต่างคุ้นชินกันเป็นอย่างดี แต่อาจจะมีน้อยคนนักที่เข้าใจความหมายของโรคอย่างแท้จริง คุณหมอนรสรา  วิทยาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์ ศูนย์ศัลยกรรมเทคโนโลยี ชั้นสูง ASIT รพ.พญาไท3 จึงไม่รอช้ามาช่วยบอกเล่าความรู้ให้กับทุกท่าน ได้เข้าใจแบบกระจ่างแจ้งกันเลยทีเดียว

 

ไส้เลื่อนคืออะไร

โรคไส้เลื่อน หมายถึง การยื่นของอวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลำไส้บางส่วนที่เลื่อนออกมาตุงบริเวณผนังหน้าท้อง ส่งผลให้เห็นเป็นก้อนบริเวณใดบริเวณหนึ่งของผนังหน้าท้อง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณขาหนีบ มักจะออกมาในขณะที่ยืน เดิน วิ่ง ยกของหนัก ไอ จาม ออกกำลังกาย ซึ่งก้อนที่นูนบริเวณขาหนีบอาจเป็นมากจนคล้อยต่ำลงมาถึงถุงอัณฑะได้ โดยก้อนที่ออกมาจะยุบกลับเข้าช่องท้องได้เอง ถ้าผู้ป่วยนอนลงใช้มือบีบหรือดันบริเวณก้อนเบาๆ แต่บางรายก้อนอาจไม่ยุบลง ซึ่งอาจจะเป็นภาวะฉุกเฉิน (Incarcerated or Strangulated) ที่ผู้ป่วยต้องรีบมาพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

อาการไส้เลื่อน

สำหรับลักษณะอาการของโรคนั้นไม่สามารถระบุได้ชัดเจน เนื่องจากผู้ป่วยบางรายมีไส้เลื่อนอยู่ แต่ไม่มีอาการใดๆ เลย หรือบางรายอาจมีอาการปวดบริเวณขาหนีบ อาจเกิดขึ้นทันทีทันใดหรือปวดท้องตื้อๆ หน่วงๆ เป็นๆ หายๆ หรือมีความรู้สึกว่าผนังหน้าท้องหย่อนไม่แข็งแรง อาการปวดอาจเป็นรุนแรงและรวดเร็ว นั่นแสดงถึงว่าลำไส้ขาดเลือด (Strangulation) ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดฉุกเฉินในทันที และสำหรับในบางรายอาการของโรคอาจจะเป็นมากขึ้น หรือก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นในเวลากลางวัน เนื่องจากผู้ป่วยทำกิจกรรม อาทิ การเดินมาก การยืนทำงานเป็นเวลานาน ไอ และเล่นกีฬา เป็นต้น

ไส้เลื่อนเกิดได้อย่างไร

สาเหตุการเกิดโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีปัจจัยหลายประการที่คาดว่าน่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดไส้เลื่อน ได้แก่ ผนังหน้าท้องบางส่วนมีความอ่อนแอ หรืออาจเกิดจากผนังหน้าท้องมีช่องเปิดตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นทางออกของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงลูกอัณฑะทั้ง 2 ข้าง ซึ่งรูเปิดนี้จะปิดไปเองโดยธรรมชาติระหว่างอยู่ในครรภ์มารดา แต่ในทางกลับกันผู้ป่วยไส้เลื่อน รูเปิดนี้จะไม่ปิดจึงเกิดไส้เลื่อนออกมาทางรูดังกล่าว และสิ่งสำคัญที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของไส้เลื่อนคือ การสูบบุหรี่ การไอเรื้อรังและผู้ที่ต่อมลูกหมากโต

ไส้เลื่อนที่ผนังหน้าท้องมีหลายชนิด

ไส้เลื่อนที่ขาหนีบ Groin (Inguinal) hernia, ไส้เลื่อนที่เส้นเลือดใหญ่ที่ขา Femoral hernia, ไส้เลื่อนที่อุ้งเชิงกราน Obturator hernia,  ไส้เลื่อนที่เกิดจากแผลผ่าตัดปิดไม่สนิท Incisional hernia, ไส้เลื่อนที่ผนังหน้าท้อง Ventral hernia, ไส้เลื่อนที่สะดือ Umbilical hernia, ไส้เลื่อนอื่นๆ

วิธีการตรวจวินิจฉัยไส้เลื่อน

แพทย์จะซักประวัติและการตรวจร่างกาย ซึ่งจะมีขั้นตอนในการตรวจเฉพาะสำหรับโรคไส้เลื่อน และสำหรับผู้ป่วยที่มองเห็นก้อนที่ผนังหน้าท้องได้ชัดเจน แพทย์จะตรวจอย่างละเอียดเช่นเดียวกัน เพื่อตรวจสอบว่าก้อนที่ปรากฏนั้นเป็นไส้เลื่อนหรือโรคอื่นๆ เช่น ต่อมน้ำเหลือง, ก้อนไขมัน, ต่อมไขมันอุดตัน, เนื้องอก, ถุงน้ำของลูกอัณฑะ เป็นต้น

 

การผ่าตัดมีความจำเป็นหรือไม่

ไส้เลื่อนที่มีก้อนออกมาชัดเจนจะไม่มีโอกาสหายได้เอง และหากไม่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขขนาดไส้เลื่อน เมื่อเวลาผ่านไปจะมีขนาดใหญ่ขึ้น สำหรับผู้ที่เป็นไส้เลื่อนมานานหรือก้อนมีขนาดใหญ่มากแล้ว การผ่าตัดจะทำได้ยากขึ้น และอาจส่งผลให้มีปัญหาแทรกซ้อนหลังผ่าตัดมากขึ้นได้ และไส้เลื่อนถ้าไม่กลับเข้าไปมีโอกาสอุดตัน ทำให้ลำไส้ขาดเลือด เน่า และอาจเสียชีวิตได้
ดังนั้นถ้าผู้ป่วยไม่รับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดจะต้องทนอยู่กับอาการต่างๆ จะมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ไม่สามารถออกกำลังกายได้ ยกของไม่ได้ ไอ หรือจามไม่ได้ เดินหรือยืนนานๆ ไม่ได้ หลายสิ่งหลายอย่างทำไม่ได้ เพียงแค่คำว่า “ไม่ได้” เชื่อว่าหลายคนคงมีคำตอบในใจกันแล้วว่าควรจะผ่าตัดหรือไม่หากเกิดโรคไส้เลื่อน

การผ่าตัดไส้เลื่อนมีหลายชนิด ได้แก่

  • การผ่าตัดแบบเปิด (open technique) เป็นการรักษาแบบมาตรฐาน ซึ่งแผลจะมีความยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร บริเวณขาหนีบด้านที่เป็นไส้เลื่อน อาจใช้การดมยาสลบ (general anesthesia) หรือการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง (spinal or epidural anesthesia) ในการผ่าตัด
  • การผ่าตัดส่องกล้อง (laparoscopic technique)

 

มีข้อดีหลายประการ ได้แก่ แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก, เจ็บน้อย, อัตราการเกิดซ้ำน้อย, ปัญหาแทรกซ้อนน้อย, นอนโรงพยาบาลระยะสั้น

 

 

พญ.นรสรา วิทยาพิพัฒน์
ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดผ่านกล้อง
ศูนย์ศัลยกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง ( ASIT ) โรงพยาบาลพญาไท 3
Loading...

แชร์


Loading...

ต่อมลูกหมากโต สูบบุหรี่ ไอเรื้อรัง (เสี่ยง)...ไส้เลื่อน