นิ่วในถุงน้ำดีและระบบน้ำดี (Gallstones and Biliary System) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและอาจส่งผลต่อสุขภาพได้หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดีและระบบน้ำดีกันดีกว่า
นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones)
นิ่วในถุงน้ำดีคือก้อนแข็งที่เกิดขึ้นในถุงน้ำดี ซึ่งเป็นอวัยวะเล็กๆ ใต้ตับ ทำหน้าที่เก็บน้ำดี (bile) ที่ตับผลิตขึ้นเพื่อช่วยย่อยไขมัน นิ่วในถุงน้ำดีสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:
- นิ่วคอเลสเตอรอล (Cholesterol stones): เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการมีคอเลสเตอรอลสูงในน้ำดี
- นิ่ว pigment stones: เกิดจากการมีบิลิรูบิน (bilirubin) สูงในน้ำดี มักพบในผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดแตกหรือตับแข็ง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดี
- คอเลสเตอรอลสูง: การมีคอเลสเตอรอลสูงในน้ำดีสามารถทำให้เกิดนิ่วคอเลสเตอรอลได้
- ภาวะอ้วน: เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่ว
- การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว: อาจทำให้ร่างกายผลิตคอเลสเตอรอลมากขึ้น
- อายุและเพศ: ผู้หญิงและผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงกว่า
- พันธุกรรม: หากมีประวัติครอบครัวเป็นนิ่วในถุงน้ำดี อาจเพิ่มความเสี่ยง
อาการนิ่วในถุงน้ำดี
นิ่วในถุงน้ำดีอาจไม่แสดงอาการใดๆ (silent gallstones) แต่หากมีอาการ อาจรวมถึง:
- ปวดท้องด้านขวาบน ลิ้นปี่ หรือกลางท้อง อาจร้าวไปถึงไหล่ขวา หรือกลางหลัง
- อืดจุกแน่น ลมเยอะ มักหลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารเย็น มักเป็นกลางคืน บางครั้งรุนแรงต้องนั่งตัวงอนานมากกว่า 20 นาทีหรือเป็นชั่วโมง
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด ตับอักเสบ หากนิ่วอุดตันทางเดินน้ำดี
- มีไข้ หนาวสั่น กดเจ็บท้อง หากมีการติดเชื้อ
ภาวะแทรกซ้อน
- ถุงน้ำดีอักเสบ (Cholecystitis): การอักเสบของถุงน้ำดี
- ท่อน้ำดีอุดตัน (Bile duct obstruction): นิ่วอาจเคลื่อนไปอุดตันท่อน้ำดี ทำให้เกิดดีซ่านหรือตับอ่อนอักเสบ
- ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis): เกิดจากนิ่วอุดตันท่อร่วมระหว่างท่อน้ำดีและท่อตับอ่อน
การวินิจฉัย
- อัลตราซาวนด์ (Ultrasound): เป็นวิธีหลักในการตรวจหานิ่วในถุงน้ำดี
- CT scan หรือ MRI : ในบางกรณีอาจใช้เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เช่นภาวะร่วมนิ่วท่อน้ำดี การอักเสบแยกจากภาวะโรคอื่น
- การตรวจหานิ่วท่อน้ำดี พบร่วมกับนิ่วถุงน้ำดีได้ 10-15% เช่น การเจาะเลือด การเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเทคนิคตรวจท่อน้ำดี (MRCP) การฉีดสีท่อน้ำดีขณะผ่าตัด (IOC: intraoperative cholangiogram) หรือการอัลตราซาวน์ด้วยกล้อง (EUS: endoscopic ultrasound)
- การตรวจเลือด: เพื่อดูการทำงานของตับและตรวจหาการติดเชื้อ
การรักษา
- การผ่าตัดถุงน้ำดี (Cholecystectomy): เป็นการรักษาหลักสำหรับนิ่วในถุงน้ำดีที่มีอาการ สามารถทำได้ทั้งแบบเปิดและแบบส่องกล้อง
- การใช้ยา: ในบางกรณีอาจใช้ยาละลายนิ่ว แต่ใช้เวลานานและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
- การส่องกล้องท่อน้ำดี ERCP: ใช้ในกรณีที่นิ่วอุดตันท่อน้ำดี หรือการวินิจฉัยรักษาโรคท่อน้ำดีอื่นๆ
การป้องกัน
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
- รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำและมีกากใยสูง
- ตรวจอัลตราซาวน์ช่องท้องส่วนบนประจำปี
- สังเกตอาการปวดท้องลิ้นปี่ หรือขวาบน อาการอืดจุกแน่นหลังอาหาร ลมแก๊ส เยอะ ตัวและตาเหลือง ผิดปกติ
หากมีอาการสงสัยว่าอาจเป็นนิ่วในถุงน้ำดี หรือระบบทางเดินน้ำดี ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม เพราะสามารถป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ลดอันตรายต่อสุขภาพ ภาวะแทรกซ้อน และค่าใช้จ่ายหากจำเป็นต้องรักษาฉุกเฉิน ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในช่วงเวลาที่เราไม่พร้อมไปได้มาก
พญ. เบญจพร นันทสันติ
ศูนย์ศัลยกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง ( Advanced Surgical Interventional Technologies : ASIT )
โรงพยาบาลพญาไท3
