“ยิ่งสูง… ยิ่งหนาว” หลายคนคงเคยผ่านหูผ่านตาประโยคนี้กันมาบ่อยๆ แต่ในวันนี้เราหยิบประโยคนี้มาพูดถึงกันในมุมด้านสุขภาพกันบ้าง เพราะวันนี้เราจะพูดถึงความดันโลหิตสูง ภัยเงียบซ่อนเร้น ที่เราอาจเป็นโดยที่ไม่รู้ตัว และบอกเลยว่ายิ่งความดันโลหิตสูง ยิ่งทำเอาหนาว เพราะสารพัดโรคที่จ่อคิวมาหาแม้ว่าเราจะไม่อยากต้อนรับก็ตาม
ความดันโลหิต คืออะไร?
ความดันโลหิตเกิดจากแรงดันที่หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย โดยแบ่งออกเป็น ความดันตัวบน (Systolic blood pressure) หรือความดันเลือดขณะหัวใจบีบตัว และความดันตัวล่าง (Diastolic blood pressure) หรือความดันเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว
ความดันโลหิตระดับไหน เข้าข่ายความดันโลหิตสูง
ระดับความดันโลหิตที่ปกติ คือมีค่าความดันโลหิตที่มีค่าตัวบนต่ำกว่า 120 และค่าตัวล่างต่ำกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท ส่วนค่าความดันโลหิตค่อนข้างสูง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 130-139/85-89 มิลลิเมตรปรอท (mm/Hg) โดยค่าความดันโลหิตที่เข้าข่ายความดันโลหิตสูงก็คือค่าความดันโลหิตตัวบน ≥ 140 ตัวล่าง ≥ 90 มิลลิเมตรปรอท (mm/Hg) นั่นเอง
สายโซ (เดียม) ชอบทานเค็ม ต้องระวังความดันโลหิตสูง
เพราะว่าการทานเค็มจะทำให้ปริมาณโซเดียมในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น เมื่อปริมาณโซเดียมในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้เกิดการดูดซึมน้ำเข้าสู่กระแสเลือดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความดันเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
ความดันโลหิตสูง มีสาเหตุมาจากอะไร?
ส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อยคือความดันโลหิตสูงแบบไม่ทราบสาเหตุ (Essential Hypertension) โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นความดันโลหิตสูง หรือมีอายุมาก ส่วนความดันโลหิตสูงชนิดทราบสาเหตุ มักพบในผู้ที่มีภาวะอื่นร่วม เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดที่ไตตีบ โรคทางหลอดเลือดบางประเภท โรคทางต่อมหมวกไต เนื้องอกบางชนิด ครรภ์เป็นพิษ โรคหยุดหายใจขณะหลับ รวมไปถึงการใช้ยาบางชนิด
ความดันโลหิตสูง อันตรายแค่ไหน?
ต้องบอกว่าโรคนี้ถูกเรียกว่าเป็นอีกโรคที่เป็นภัยเงียบ เนื่องจากบางครั้งตัวโรคไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาอย่างชัดเจน แต่ส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกาย โดยเฉพาะระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา โรคหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ไตวายเรื้อรัง ส่งผลต่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตาทำให้จอประสาทตาเสื่อม และยังเป็นเหตุที่นำไปสู่อัมพฤกษ์ อัมพาตได้เลยทีเดียว
ความดันโลหิตสูง รักษาหายขาดได้หรือไม่?
โรคนี้เมื่อเป็นแล้ว ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคู่กับการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น
- การควบคุมอาหาร ลดอาหารที่มีรสเค็ม และไขมันสูง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และติดตามผลการรักษาตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
ในส่วนการรักษาโรคความดันโลหิตสูงด้วยยา ในปัจจุบันมียาควบคุมความดันโลหิตสูงหลายชนิด โดยแต่ละชนิดจะมีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละคนก็จะตอบสนองต่อยาแต่ละชนิดแตกต่างกันไป การใช้ยาจึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ความดันโลหิตสูง จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม แม้อาการที่แสดงออกอาจจะไม่รุนแรงเท่าไหร่ แต่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นภายในร่างกายอันตรายกว่าที่เราคิด
พญ.จุฑาทิพ เพ็ชรรัตน์
อายุรแพทย์โรคหัวใจ ศูนย์หัวใจ
โรงพยาบาลพญาไท 3
